[1] เราพร้อมให้ผู้ไม่ได้ขอนั้นแสวงหาได้ และให้ผู้ไม่ได้เสาะหานั้นพบได้ เราพูดว่า “เราอยู่นี่ เราอยู่นี่” กับชนชาติที่ไม่ได้ถูกขนานนามตามชื่อของเรา
[2] เรายื่นมือของเราออกไปทั้งวัน ให้กับชนชาติมักกบฏ ผู้ดำเนินในทางไม่ดี และติดตามอุบายของพวกเขาเอง
[3] ชนชาติที่ยั่วเย้าเรา อย่างซึ่งๆหน้าอยู่เสมอ ทำการถวายบูชาตามสวน และเผาเครื่องหอมบนกองอิฐ
[4] พวกนั่งอยู่ในอุโมงค์ฝังศพ และค้างคืนในที่ลึกลับ พวกกินเนื้อหมู และมีแกงซึ่งมีเนื้อที่เป็นมลทินในภาชนะของเขา
[5] พวกที่กล่าวว่า “ออกไปห่างๆ อย่าเข้ามาใกล้ เพราะข้าบริสุทธิ์กว่าเจ้า” สิ่งเหล่านี้เป็นควันอยู่ในจมูกของเรา เป็นไฟซึ่งไหม้อยู่ทั้งวัน
[6] ดูสิ มีการบันทึกไว้ต่อหน้าเรา เราจะไม่นิ่งเงียบ แต่เราจะตอบสนอง เออ เราจะตอบสนองไว้ในอก ของพวกเขา
[7] ทั้งความชั่วของพวกเขา และความชั่วของบรรพบุรุษเขารวมกัน พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เพราะพวกเขาเผาเครื่องหอมบนภูเขา และกล่าวหยาบช้าต่อเราบนเนิน เราจะตวงการทำชั่วครั้งก่อนๆ ของพวกเขา เข้าไปในอก ของเขาทั้งหลาย
[8] พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เหมือนเหล้าองุ่นซึ่งหาได้จากพวงองุ่น และคนเขาพูดกันว่า ‘อย่าทำลายมันเสีย เพราะมีพรอยู่ในนั้น’ อย่างไร เราก็จะทำด้วยเห็นแก่ผู้รับใช้ของเรา เพื่อจะไม่ทำลายพวกเขาจนหมดสิ้นอย่างนั้น
[9] เราจะนำเชื้อสายออกมาจากยาโคบ และนำผู้รับมรดกในบรรดาภูเขาของเราออกมาจากยูดาห์ ผู้เลือกสรรของเราจะได้รับมันเป็นมรดก และบรรดาผู้รับใช้ของเราจะอาศัยอยู่ที่นั่น
[10] ชาโรนจะเป็นลานหญ้าสำหรับฝูงแพะแกะ และหุบเขาอาโคร์ เป็นที่ให้ฝูงโคนอนพัก เพื่อชนชาติของเราที่แสวงหาเรา
[11] แต่เจ้าทั้งหลายผู้ละทิ้งพระยาห์เวห์ ผู้ลืมภูเขาบริสุทธิ์ของเรา ผู้จัดงานเลี้ยงให้แก่พระชะตา และเติมเหล้าองุ่นประสมเต็มถ้วยแก่พระลิขิต
[12] เราจะลิขิต เจ้าทั้งหลายให้แก่ดาบ และเจ้าทุกคนจะต้องหมอบลงต่อผู้สังหาร เพราะว่าเมื่อเราเรียกนั้น พวกเจ้าไม่ตอบ เมื่อเราพูด พวกเจ้าไม่ฟัง แต่พวกเจ้าทำสิ่งชั่วร้ายในสายตาของเรา และเลือกสิ่งที่เราไม่ปีติยินดี”
[13] เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ ผู้รับใช้ของเราจะได้รับประทาน แต่เจ้าทั้งหลายจะหิว นี่แน่ะ บรรดาผู้รับใช้ของเราจะได้ดื่ม แต่พวกเจ้าจะกระหาย นี่แน่ะ พวกผู้รับใช้ของเราจะเปรมปรีดิ์ แต่เจ้าทั้งหลายจะอับอาย
[14] นี่แน่ะ ผู้รับใช้ของเราจะร้องเพลงจากใจยินดี แต่เจ้าทั้งหลายจะร้องจากใจเจ็บปวด และครวญครางจากวิญญาณจิตระทม
[15] พวกเจ้าจะละชื่อของเจ้าไว้แก่ผู้เลือกสรรของเราเพื่อใช้แช่งสาป และพระยาห์เวห์ องค์เจ้านายจะทรงทำให้เจ้าตาย แต่จะทรงเรียกชื่อผู้รับใช้พระองค์ด้วยชื่ออื่น
[16] ดังนั้น ใครขอพรให้ตัวเองในแผ่นดิน เขาจะขอในพระนามพระเจ้าแห่งสัจจะ และใครสาบานในแผ่นดิน จะสาบานในพระนามพระเจ้าแห่งสัจจะ เพราะความลำบากเมื่อครั้งก่อนก็ถูกลืมกันไปแล้ว และถูกซ่อนเสียจากนัยน์ตาของเรา
[17] “เพราะดูสิ เราสร้างฟ้าสวรรค์ใหม่ และสร้างแผ่นดินโลกใหม่ เพราะสิ่งเก่าก่อนนั้นจะไม่ถูกจดจำ และไม่นึกขึ้นในใจอีก
[18] แต่จงชื่นบานและเปรมปรีดิ์เป็นนิตย์ ในสิ่งที่เราสร้างขึ้น เพราะดูสิ เราจะสร้างเยรูซาเล็มให้เป็นที่เปรมปรีดิ์ และประชากรของเมืองนั้นให้เป็นความชื่นบาน
[19] เราจะเปรมปรีดิ์เพราะเยรูซาเล็ม และชื่นบานเพราะประชากรของเรา จะไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ในเมืองนั้นอีก ทั้งไม่มีเสียงครวญคราง
[20] ในที่นั้นจะไม่มี ทารกซึ่งมีชีวิตเพียงสองสามวัน หรือคนแก่ที่มีอายุไม่ครบกำหนด เพราะคนตายเมื่ออายุร้อยปีจะถือว่าอ่อนวัย ส่วนคนอายุน้อยกว่าร้อยปีจะถือว่าถูกแช่งสาป
[21] พวกเขาจะสร้างบ้านและเข้าอยู่ในนั้น เขาจะปลูกสวนองุ่นและกินผลของมัน
[22] พวกเขาจะไม่สร้างบ้านแล้วคนอื่นได้เข้าอยู่ เขาจะไม่ปลูกสวนแล้วคนอื่นได้กิน เพราะว่าอายุชนชาติของเราจะเป็นเหมือนอายุต้นไม้ และผู้เลือกสรรของเราจะใช้ผลงานจากมือของเขาไปนาน
[23] เขาทั้งหลายจะไม่ทำงานโดยเปล่าประโยชน์ หรือคลอดลูกเพื่อความสยดสยอง เพราะเขาเป็นเชื้อสายของพวกได้รับพรจากพระยาห์เวห์ พร้อมกับบรรดาลูกหลานของพวกเขาด้วย
[24] และจะเป็นดังนี้ คือก่อนที่พวกเขาร้องเรียก เราเองจะตอบ ขณะที่เขาทั้งหลายยังพูดอยู่ เราเองจะฟัง
[25] สุนัขป่าและลูกแกะจะหากินเหมือนพวกเดียวกัน สิงโตจะกินฟางเหมือนวัว และงูกินผงคลีเป็นอาหาร พวกมันจะไม่ทำอันตรายหรือทำลายกัน ทั่วภูเขาบริสุทธิ์ของเรา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ