Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 9:46

[1] แต่​พระ‍เยซู​เสด็จ​ไป​ที่​ภู‍เขา​มะกอก‍เทศ

[2] และ​ใน​ตอน​เช้า​ตรู่​พระ‍องค์​ทรง​ปรา‌กฏ​ที่​บริเวณ​พระ‍วิหาร​อีก คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​พา​กัน​มา​หา​พระ‍องค์ พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​ทรง​เริ่ม​สั่ง‍สอน​เขา

[3] พวก​ธรร‌มา‌จารย์​และ​พวก​ฟา‌ริสี​พา​ผู้‍หญิง​คน​หนึ่ง​มา​หา หญิง​คน‍นี้​ถูก​จับ​ฐาน​ล่วง​ประ‌เวณี และ​พวก​เขา​ให้​นาง​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ประ‌ชา‍ชน

[4] เขา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน‍อา‌จารย์ หญิง​คน‍นี้​ถูก​จับ​ขณะ​กำ‌ลัง​ล่วง‍ประเวณี​อยู่

[5] ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นั้น​โม‌เสส​สั่ง​ให้​เรา​เอา​หิน​ขว้าง​คน​อย่าง​นี้​ให้​ตาย แล้ว​ท่าน​จะ​ว่า​อย่าง‍ไร?”

[6] เขา​พูด​อย่าง​นี้​เพื่อ​ทดลอง​พระ‍องค์​โดย​หวัง​จะ​หา​เหตุ​ฟ้อง​พระ‍องค์ แต่​พระ‍เยซู​น้อม​พระ‍กาย​ลง​เอา​นิ้ว​เขียน​ที่​ดิน

[7] และ​เมื่อ​พวก​เขา​ยัง​ทูล​ถาม​อยู่​เรื่อยๆ พระ‍องค์​ก็​ยืด​พระ‍กาย​ขึ้น​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ไม่‍มี​บาป ให้​เอา​หิน​ขว้าง​นาง​ก่อน​เป็น​คน​แรก”

[8] แล้ว​พระ‍องค์​น้อม​พระ‍กาย​ลง​เอา​นิ้ว​เขียน​ที่​ดิน​อีก

[9] แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​อย่าง‍นั้น เขา​ก็​ออก​ไป​ที​ละ​คน เริ่ม​จาก​คน​เฒ่า​คน​แก่ เหลือ​แต่​พระ‍เยซู​ตาม​ลำ‌พัง​กับ​หญิง​คน‍นั้น​ที่​ยืน​อยู่​ต่อ​พระ‍พักตร์​พระ‍องค์

[10] พระ‍เยซู​ยืด​พระกาย​ขึ้น​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “หญิง​เอ๋ย พวก​เขา​ไป​ไหน​หมด? ไม่‍มี​ใคร​เอา​โทษ​เธอ​หรือ?”

[11] นาง​ทูล​ว่า “ท่าน​เจ้า‍ข้า ไม่‍มี​ใคร​เลย” แล้ว​พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​ก็​ไม่​เอา​โทษ​เหมือน​กัน จง​ไป​เถิด​และ​จาก​นี้​ไป​อย่า​ทำ​บาป​อีก”]

[12] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ว่า “เรา​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก คน​ที่​ตาม​เรา​มา​จะ​ไม่​ต้อง​เดิน​ใน​ความ​มืด แต่​จะ​มี​ความ​สว่าง​แห่ง​ชีวิต”

[13] พวก​ฟา‌ริสี​จึง​กล่าว​กับ​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​เป็น​พยาน​ให้​ตัว​เอง คำ​พยาน​ของ​ท่าน​ก็​ไม่​จริง”

[14] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ถึง​แม้​เรา​เป็น​พยาน​ให้​ตัว​เรา​เอง คำ​พยาน​ของ​เรา​ก็​ยัง​เป็น​จริง​อยู่ เพราะ​เรา​รู้​ว่า​เรา​มา​จาก​ไหน​และ​จะ​ไป​ที่‍ไหน แต่​พวก​ท่าน​ไม่‍รู้​ว่า​เรา​มา​จาก​ไหน​และ​จะ​ไป​ที่‍ไหน

[15] พวก​ท่าน​พิ‌พาก‌ษา​ตาม​มาตร‌ฐาน​โลก เรา​ไม่‍ได้​มา​พิ‌พาก‌ษา​ใคร

[16] แต่​ถึง​แม้​เรา​จะ​พิ‌พาก‌ษา การ​พิ‌พาก‌ษา​ของ​เรา​ก็​ถูก​ต้อง เพราะ​เรา​ไม่​ได้​พิ‌พาก‌ษา​โดย​ลำพัง แต่​เรา​พิ‌พาก‌ษา​ร่วม​กับ​พระ‍บิดา​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา

[17] ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​ท่าน​เขียน​ไว้​ว่า คำ​พยาน​ของ​คน​สอง​คน​ย่อม​เชื่อ‍ถือ​ได้

[18] เรา​เป็น​พยาน​ให้​ตัว​เรา​เอง​และ​พระ‍บิดา​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​ก็​เป็น​พยาน​ให้​เรา​ด้วย”

[19] พวก​เขา​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “พระ‍บิดา​ของ​ท่าน​อยู่​ที่‍ไหน?” พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​รู้จัก​ตัว‍เรา​หรือ​พระ‍บิดา​ของ​เรา ถ้า​พวก​ท่าน​รู้‍จัก​เรา พวก​ท่าน​ก็​จะ​รู้‍จัก​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ด้วย”

[20] พระ‍เยซู​ตรัส​คำ​เหล่า​นี้​ที่​คลัง​เงิน​ขณะ​กำ‌ลัง​สั่ง‍สอน​อยู่​ที่​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร แต่​ไม่‍มี​ใคร​จับ​กุม​พระ‍องค์​เพราะ‍ว่า​ยัง​ไม่​ถึง​กำ‌หนด​เวลา​ของ​พระ‍องค์

[21] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “เรา​จะ​จาก​ไป และ​พวก​ท่าน​จะ​แสวง‍หา​เรา​และ​จะ​ตาย​ใน​การ‍บาป​ของ​ตัว‍เอง ที่​ที่​เรา​จะ​ไป​นั้น​ท่าน​ไป​ไม่​ได้”

[22] พวก​ยิว​จึง​พูด​กัน​ว่า “เขา​จะ​ฆ่า​ตัว​ตาย​หรือ? เพราะ​เขา​พูด​ว่า ‘ที่​ที่​เรา​จะ​ไป​นั้น​พวก​ท่าน​ไป​ไม่‍ได้’ ”

[23] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​เป็น​ของ​เบื้อง​ล่าง เรา​เป็น​ของ​เบื้อง‍บน ท่าน​เป็น​ของ​โลก​นี้ เรา​ไม่‍ได้​เป็น​ของ​โลก​นี้

[24] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ท่าน​จะ​ตาย​ใน​การ‍บาป​ของ​ตัว‍เอง เพราะ‍ว่า​ถ้า​พวก​ท่าน​ไม่​เชื่อ​ว่า​เรา​เป็น​ผู้‍นั้น ท่าน​ก็​จะ​ต้อง​ตาย​ใน​การ​บาป​ของ​ตัว”

[25] เขา​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​เป็น​ใคร?” พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​เป็น​อย่าง​ที่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ตั้ง​แต่​แรก​แล้ว

[26] เรา​ยัง​มี​อีก​หลาย​เรื่อง​ที่​อาจ​พูด​และ​พิ‌พาก‌ษา​เกี่ยว​กับ​ท่าน แต่​ผู้​ที่​ทรง​ใช้​เรา​มา​นั้น​สัตย์​จริง และ​เรา​ก็​กล่าว​ต่อ​โลก​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​ได้​ยิน​จาก​พระ‍องค์”

[27] พวก​เขา​ไม่‍ทราบ​ว่า​พระ‍องค์​ตรัส​เรื่อง​พระ‍บิดา

[28] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เมื่อ​พวก​ท่าน​ยก​บุตร‍มนุษย์​ขึ้น ท่าน​ก็​จะ​รู้​ว่า​เรา​เป็น​ผู้‍นั้น และ​รู้​ว่า​เรา​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ตาม​ใจ​ชอบ พระ‍บิดา​ทรง​สอน​เรา​อย่าง‍ไร เรา​ก็​กล่าว​อย่าง​นั้น

[29] และ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​ก็​สถิต​อยู่​กับ​เรา พระ‍องค์​ไม่‍ได้​ทรง​ทิ้ง​เรา​ไว้​ตาม​ลำ‌พัง เพราะ‍ว่า​เรา​ทำ​ตาม​ชอบ‍พระ‍ทัย​พระ‍องค์​เสมอ”

[30] เมื่อ​พระ‍เยซู​ตรัส​อย่าง‍นี้​ก็​มี​คน​จำ‍นวน​มาก​วางใจ​ใน​พระ‍องค์

[31] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​ยิว​ที่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍องค์​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​ยึด‍มั่น​ใน​คำ‍สอน​ของ​เรา ท่าน​ก็​เป็น​สา‌วก​ของ​เรา​อย่าง​แท้‍จริง

[32] และ​พวก​ท่าน​จะ​รู้‍จัก​สัจ‌จะ และ​สัจจะ​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​เป็น​ไท”

[33] พวก​เขา​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “เรา​สืบ​เชื้อ‍สาย​มา​จาก​อับ‌รา‌ฮัม และ​ไม่​เคย​เป็น​ทาส​ใคร​เลย ทำ‍ไม​ท่าน​ถึง​กล่าว​ว่า​เรา​จะ​เป็น​ไท?”

[34] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า ทุก‍คน​ที่​ทำ​บาป​ก็​เป็น​ทาส​ของ​บาป

[35] ทาส​อยู่​ใน​บ้าน​เพียง​ชั่วคราว บุตร​ต่าง​หาก​ที่​อยู่​ตลอด​ไป

[36] เพราะ​ฉะนั้น​ถ้า​พระ‍บุตร​ทรง​ทำ​ให้​พวก​ท่าน​เป็น​ไท ท่าน​ก็​เป็น​ไท​จริงๆ

[37] เรา​รู้​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​เชื้อ‍สาย​ของ​อับ‌รา‌ฮัม แต่​ท่าน​ก็​หา​โอ‌กาส​ฆ่า​เรา เพราะ​ไม่​เชื่อ​คำ‍สอน​ของ​เรา

[38] เรา​พูด​ถึง​สิ่ง​ที่​เรา​เห็น​เมื่อ​อยู่​กับ​พระ‍บิดา และ​พวก​ท่าน​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​ยิน​มา​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน”

[39] พวก​เขา​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “อับ‌รา‌ฮัม​เป็น​บิดา​ของ​เรา” พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​พวก​ท่าน​เป็น​ลูก​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​แล้ว ท่าน​ก็​จะ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​อับ‌รา‌ฮัม​ทำ

[40] แต่​เดี๋ยว‍นี้​พวก​ท่าน​หา​โอ‌กาส​ฆ่า​เรา​ซึ่ง​เป็น​ผู้​บอก​ท่าน​ถึง​สัจ‌จะ​ที่​เรา​ได้​ยิน​มา​จาก​พระ‍เจ้า อับ‌รา‌ฮัม​ไม่​ได้​ทำ​อย่าง‍นี้

[41] พวก​ท่าน​ทำ​สิ่ง​ที่​พ่อ​ของ​ท่าน​ทำ” เขา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “เรา​ไม่​ได้​เกิด​จาก​การ​ล่วง‍ประ‌เวณี เรา​มี​พระ‍บิดา​องค์​เดียว​คือ​พระ‍เจ้า”

[42] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขาว่า “ถ้า​พระ‍เจ้า​เป็น​พระ‍บิดา​ของ​พวก​ท่าน​แล้ว ท่าน​ก็​จะ​รัก​เรา เพราะ​เรา​มา​จาก​พระ‍เจ้า​และ​อยู่​นี่​แล้ว เรา​ไม่​ได้​มา​ตาม​ใจ​ชอบ​ของ​เรา​เอง แต่​พระ‍องค์​ทรง​ใช้​เรา​มา

[43] ทำ‍ไม​พวก​ท่าน​ถึง​ไม่​เข้า‍ใจ​ถ้อย‍คำ​ที่​เรา​พูด? นี่​เป็น​เพราะ​ท่าน​ทน​ฟัง​คำ‍สอน​ของ​เรา​ไม่‍ได้

[44] พวก​ท่าน​มา​จาก​พ่อ​ของ​ท่าน​คือ​มาร และ​ท่าน​อยาก​จะ​ทำ​ตาม​ความ​ปรารถ‌นา​ของ​พ่อ มัน​เป็น​ฆาต‌กร​ตั้ง‍แต่​เริ่ม‍แรก​และ​ไม่​ได้​ตั้ง​อยู่​ใน​สัจจะ เพราะ​มัน​ไม่‍มี​สัจจะ เมื่อ​มัน​พูด​เท็จ​มัน​ก็​พูด​ตาม​สัน‌ดาน​ของ​มัน​เอง เพราะ​มัน​เป็น​ผู้​มุสา และ​เป็น​พ่อ​ของ​การ​มุสา

[45] แต่​พวก​ท่าน​ไม่​เชื่อ​เรา​เพราะ​เรา​พูด​ความ​จริง

[46] มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ที่​อาจ​ชี้​ให้​เห็น​ว่า​เรา​มี​บาป? ถ้า​เรา​พูด​ความ​จริง ทำ‍ไม​ท่าน​ถึง​ไม่​เชื่อ​เรา?

[47] คน​ที่​มา​จาก​พระ‍เจ้า​ก็​ย่อม​ฟัง​พระ‍ดำรัส​ของ​พระ‍เจ้า พวก​ท่าน​ไม่​ได้​มา​จาก​พระ‍เจ้า เพราะ​เหตุ​นี้​พวก​ท่าน​จึง​ไม่​ฟัง”

[48] พวก​ยิว​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “ที่​เรา​พูด​ว่า​ท่าน​เป็น​ชาว​สะ‌มา‌เรีย​และ​มี​ผี​สิง​นั้น​ไม่​จริง​หรือ?”

[49] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่​มี​ผี​สิง แต่​เรา​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍บิดา​ของ​เรา และ​พวก​ท่าน​ลบ‍หลู่​เกียรติ​ของ​เรา

[50] เรา​ไม่​ได้​แสวง‍หา​เกียรติ​ของ​เรา​เอง แต่​มี​ผู้​แสวง​หา​ให้​และ​พระ‍องค์​นั้น​เป็น​ผู้​ทรง​พิ‌พาก‌ษา

[51] เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ถ้า​ใคร​ประ‌พฤติ​ตาม​คำ‍สอน​ของ​เรา คน‍นั้น​จะ​ไม่​ประ‌สบ​ความ​ตาย​เลย”

[52] พวก​ยิว​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “เดี๋ยว‍นี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​ท่าน​มี​ผี​สิง อับ‌รา‌ฮัม​ตาย​ไป​แล้ว​และ​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ก็​ตาย​ไป​แล้ว​เหมือน​กัน แต่​ท่าน​พูด​ว่า ‘ถ้า​ใคร​ประ‌พฤติ​ตาม​คำ‍สอน​ของ​เรา คน​นั้น​จะ​ไม่​ตาย​เลย ’

[53] ท่าน​ยิ่ง​ใหญ่‍กว่า​อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​ของ​เรา​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​หรือ? พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ก็​ตาย​ไป​แล้ว​เหมือน​กัน ท่าน​จะ​อวด‍อ้าง​ว่า​ท่าน​เป็น​ใคร?”

[54] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ถ้า​เรา​ให้​เกียรติ​แก่​ตัว​เรา​เอง เกียรติ​ของ​เรา​ก็​ไม่‍มี​ความ​หมาย ผู้​ที่​ทรง​ให้​เกียรติ​เรา​นั้น​คือ​พระ‍บิดา​ของ​เรา ผู้​ที่​พวก​ท่าน​กล่าว​ว่า​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​ท่าน

[55] พวก​ท่าน​ไม่​รู้‍จัก​พระ‍องค์ แต่​เรา​รู้‍จัก​พระ‍องค์ ถ้า​เรา​กล่าว​ว่า​เรา​ไม่​รู้‍จัก​พระ‍องค์ เรา​ก็​จะ​เป็น​คน​มุสา​เหมือน​กับ​ท่าน แต่​เรา​รู้‍จัก​พระ‍องค์ และ​ประ‌พฤติ​ตาม​พระ‍ดำ‌รัส​ของ​พระ‍องค์

[56] อับ‌รา‌ฮัม​บิดา​ของ​พวก​ท่าน​ชื่น‍ชม​ยินดี​ที่​จะ​ได้​เห็น​วัน​ของ​เรา และ​ท่าน​ก็​เห็น​แล้ว​และ​มี​ความ​ยินดี”

[57] พวก​ยิว​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อายุ​ยัง​ไม่​ถึง​ห้า‍สิบ​ปี ท่าน​เคย​เห็น​อับ‌รา‌ฮัม​แล้ว​หรือ?”

[58] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า ก่อน​อับ‌รา‌ฮัม​เกิด เรา​เป็น​อยู่​แล้ว”

[59] คน​เหล่า‍นั้น​จึง​หยิบ​ก้อน‍หิน​ขึ้น​มา​จะ​ขว้าง​พระ‍องค์ แต่​พระ‍เยซู​ทรง​หลบ​เลี่ยง​และ​เสด็จ​ออก‍ไป​จาก​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters