Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:53

[1] “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า คน​ที่​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​คอก​แกะ​ทาง​ประตู แต่​ปีน​เข้า​ไป​ทาง​อื่น​นั้น​เป็น​ขโมย​และ​โจร

[2] แต่​คน​ที่​เข้า​ทาง​ประตู​ก็​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ

[3] คน​เฝ้า​ประตู​จึง​เปิด​ประตู​ให้​คน​นั้น แกะ​ย่อม​ฟัง​เสียง​ของ​ท่าน ท่าน​เรียก​ชื่อ​แกะ​ของ​ท่าน และ​นำ​ออก​ไป

[4] เมื่อ​ท่าน​ต้อน​แกะ​ของ​ท่าน​ออก​ไป​หมด​แล้ว​ก็​เดิน​นำ‍หน้า และ​แกะ​ก็​ตาม​ไป​เพราะ​รู้‍จัก​เสียง​ของ​ท่าน

[5] ส่วน​คน‍อื่น​แกะ​จะ​ไม่​ตาม​เลย แต่​จะ​หนี​จาก​เขา เพราะ​ไม่​รู้‍จัก​เสียง​ของ​คน‍อื่น”

[6] เรื่อง‍เปรียบ​นี้​พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา แต่​เขา​เหล่า‍นั้น​ไม่​เข้า‍ใจ​ความ‍หมาย​ของ​พระ‍ดำ‌รัส​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​เลย

[7] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​ท่าน​ว่า เรา​เป็น​ประตู​ของ​แกะ​ทั้ง‍หลาย

[8] ทุก​คน​ที่​มา​ก่อน​เรา​นั้น​เป็น​ขโมย​และ​โจร แต่​ฝูง​แกะ​ไม่​ได้​ฟัง​พวก​เขา

[9] เรา​เป็น​ประตู ถ้า​ใคร​เข้า​ไป​ทาง​เรา คน​นั้น​จะ​รอด เขา​จะ​เข้า​ออก​แล้ว​ก็​จะ​พบ​อาหาร

[10] ขโมย​นั้น​ย่อม​มา​เพื่อ​จะ​ลัก ฆ่า และ​ทำลาย เรา​มา​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ชีวิต​และ​จะ​ได้​อย่าง​ครบ​บริ‌บูรณ์

[11] เรา​เป็น​ผู้​เลี้ยง​ที่‍ดี ผู้​เลี้ยง​ที่‍ดี​ย่อม​สละ​ชีวิต​ของ​ตน​เพื่อ​ฝูง‍แกะ

[12] คน​ที่​รับ‍จ้าง​ไม่​ได้​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ ฝูง​แกะ​ไม่​ได้​เป็น​ของ​เขา เมื่อ​เห็น​สุนัข‍ป่า​มา​เขา​จึง​ละ​ทิ้ง​ฝูง​แกะ​หนี​ไป สุนัข‍ป่า​ก็​ไล่​กัด‍กิน​พวก​แกะ​จน​กระ‌จัด‍กระ‌จาย

[13] เขา​หนี​เพราะ​เขา​เป็น​เพียง​ลูก‍จ้าง​และ​ไม่​ได้​เป็น​ห่วง​แกะ​เลย

[14] เรา​เป็น​ผู้​เลี้ยง​ที่‍ดี เรา​รู้‍จัก​แกะ​ของ​เรา​และ​แกะ​ของ​เรา​ก็​รู้‍จัก​เรา

[15] เหมือน​อย่าง​ที่​พระ‍บิดา​ทรง​รู้‍จัก​เรา​และ​เรา​รู้‍จัก​พระ‍บิดา และ​เรา​สละ​ชีวิต​เพื่อ​ฝูง‍แกะ

[16] แกะ​อื่น​ที่​ไม่​ได้​เป็น​ของ​คอก​นี้​เรา​ก็​มี​อยู่ แกะ​พวก​นั้น​เรา​ก็​ต้อง​พา​มา​ด้วย และ​แกะ​พวก​นั้น​จะ​ฟัง​เสียง​ของ​เรา​แล้ว​จะ​รวม​เป็น​ฝูง​เดียว​และ​มี​ผู้​เลี้ยง​เพียง​ผู้‍เดียว

[17] เพราะ​เหตุ​นี้​พระ‍บิดา​จึง​ทรง‍รัก​เรา เพราะ​เรา​สละ​ชีวิต​ของ​เรา​เพื่อ​จะ​รับ​ชีวิต​นั้น​คืน​มา​อีก

[18] ไม่‍มี​ใคร​ชิง​ชีวิต​ไป​จาก​เรา​ได้ แต่​เรา​สละ​ชีวิต​ตาม​ที่​เรา​ตั้ง‍ใจ​เอง เรา​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ที่​จะ​สละ​ชีวิต​นั้น​และ​มี​สิทธิ​อำนาจ​ที่​จะ​รับ​คืน​มา​อีก คำ​กำ‌ชับ​นี้​เรา​ได้​รับ​มา​จาก​พระ‍บิดา​ของ​เรา”

[19] คำ‍สอน​เหล่า​นี้​ทำ​ให้​พวก​ยิว​แตก‍คอ​กัน​อีก

[20] พวก​เขา​หลาย​คน​พูด​ว่า “เขา​มี​ผี​สิง​และ​เป็น​บ้า ไป​ฟัง​เขา​ทำไม?”

[21] คน‍อื่นๆ ก็​พูด​ว่า “คำ​สอน​แบบ‍นี้​ไม่​ได้​เป็น​ของ​คน​ที่​มี​ผี​สิง ผี​จะ​ทำ​ให้​คน​ตา‍บอด​มอง​เห็น​ได้​หรือ?”

[22] ขณะ​นั้น​เป็น​เทศ‌กาล​ฉลอง​พระ‍วิหาร​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​เป็น​ฤดู​หนาว

[23] พระ‍เยซู​ทรง​ดำเนิน​อยู่​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​ที่​เฉลียง​ของ​ซา‌โล‌มอน

[24] พวก​ยิว​ก็​พา​กัน​มา​ห้อม‍ล้อม​พระ‍องค์​และ​ทูล​ว่า “ท่าน​จะ​ให้​เรา​สงสัย​ไป​อีก​นาน​แค่‍ไหน? ถ้า​ท่าน​เป็น​พระ‍คริสต์​ก็​จง​บอก​ให้​ชัด‍เจน​เถิด”

[25] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​พวก​ท่าน​แล้ว​แต่​ท่าน​ไม่​เชื่อ สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ใน​พระ‍นาม​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ก็​เป็น​พยาน​ให้​กับ​เรา

[26] แต่​พวก​ท่าน​ไม่​เชื่อ​เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​เป็น​แกะ​ของ​เรา

[27] แกะ​ของ​เรา​ย่อม​ฟัง​เสียง​ของ​เรา เรา​รู้จัก​แกะ​เหล่า​นั้น และ​แกะ​นั้น​ก็​ตาม​เรา

[28] เรา​ให้​ชีวิต​นิรันดร์​แก่​แกะ​ทั้ง‍หลาย แกะ​เหล่า​นั้น​จะ​ไม่​มี​วัน​พินาศ​และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​แย่ง​ชิง​แกะ​นั้น​ไป​จาก​มือ​ของ​เรา​ได้

[29] พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้ประ‌ทาน​แกะ​นั้น​ให้​แก่​เรา​ทรง​เป็น​ใหญ่​กว่า​ทุก​สิ่ง และ​ไม่​มี​ใคร​สา‌มารถ​ชิง​ไป​จาก​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍บิดา​ได้

[30] เรา​กับ​พระ‍บิดา​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน”

[31] พวก​ยิว​จึง​หยิบ​ก้อน‍หิน​ขึ้น​มา​อีก​จะ​ขว้าง​พระ‍องค์​ให้​ตาย

[32] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​แสดง​ให้​ท่าน​เห็น​การ​ดี​หลาย​อย่าง​ของ​พระ‍บิดา พวก​ท่าน​หยิบ​ก้อน‍หิน​จะ​ขว้าง​เรา​ให้​ตาย​เพราะ​การ​ดี​ข้อ​ไหน?”

[33] พวก​ยิว​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “เรา​จะ​ขว้าง​ท่าน​ไม่​ใช่​เพราะ​การ​ดี​ใดๆ แต่​เพราะ​การ​พูด​หมิ่น‍ประ‌มาท​พระ‍เจ้า เพราะ​ท่าน​เป็น​เพียง​มนุษย์​แต่​ตั้ง‍ตัว​เป็น​พระ‍เจ้า”

[34] พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “ใน​พระ​คัม‌ภีร์​ของ​ท่าน​มี​คำ​เขียน​ไว้​ไม่​ใช่​หรือ​ว่า‘เรา​กล่าว​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​พระ?’

[35] ถ้า​คน​ที่​รับ​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​พระ (และ​จะ​ฝ่า‍ฝืน​พระ​คัม‌ภีร์​ไม่‍ได้)

[36] พวก​ท่าน​จะ​กล่าว‍หา​ผู้​ที่​พระ‍บิดา​ทรง‍ตั้ง​ไว้​เป็น​พิ‌เศษ​และ​ทรง​ใช้​เข้า​มา​ใน​โลก​ว่า ‘ท่าน​กล่าว​คำ​หมิ่น‍ประ‌มาท​พระ‍เจ้า’ เพราะ​เรา​กล่าว​ว่า ‘เรา​เป็น​บุตร​ของ​พระ‍เจ้า’ อย่าง​นั้น​หรือ?

[37] ถ้า​เรา​ไม่​ได้​ปฏิ‌บัติ​พระ‍ราช‍กิจ​ของ​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ก็​อย่า​วาง‍ใจ​เรา​เลย

[38] แต่​ถ้า​เรา​ปฏิ‌บัติ​พระ‍ราช‍กิจ​นั้น แม้​ว่า​ท่าน​ไม่​วาง‍ใจ​ใน​เรา ก็​จง​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍ราช‍กิจ​เหล่า​นั้น​เถิด เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รู้​และ​เข้า‍ใจ​ว่า​พระ‍บิดา​ทรง‍อยู่​ใน​เรา​และ​เรา​อยู่​ใน​พระ‍บิดา”

[39] พวก​เขา​พยา‌ยาม​จะ​จับ​พระ‍องค์​อีก​ครั้ง​หนึ่ง แต่​พระ‍องค์​ทรง​รอด‍พ้น​จาก​มือ​ของ​เขา

[40] พระ‍องค์​เสด็จ​ข้าม​แม่‍น้ำ​จอร์‌แดน​อีก และ​ไป​ถึง​ตำ‌บล​ที่​ยอห์น​เคย​ให้​บัพ‌ติศ‌มา แล้ว​พระ‍องค์​ทรง‍พัก​อยู่​ที่‍นั่น

[41] คน​จำ‌นวน​มาก​พา​กัน​มา​หา​พระ‍องค์​กล่าว​ว่า “ถึง​ยอห์น​ไม่‍ได้​ทำ​หมาย‍สำ‌คัญ​อะไร​เลย แต่​ทุก​สิ่ง​ที่​ยอห์น​กล่าว​ถึง​ท่าน​ผู้‍นี้​เป็น​ความ​จริง”

[42] และ​มี​คน​ที่​นั่น​หลาย​คน​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍องค์

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters