Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:35

[1] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ฟา‌ริสี​ชื่อ​นิ‌โค‌เด‌มัส เป็น​ขุน‌นาง​ของ​พวก​ยิว

[2] คน​นี้​มา​หา​พระ‍เยซู​ตอน​กลาง‍คืน​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ เรา​ทราบ​ว่า​ท่าน​เป็น​ครู​ที่​มา​จาก​พระ‍เจ้า เพราะ​ไม่‍มี​ใคร​ทำ​หมาย‍สำ‌คัญที่​ท่าน​ทำ​นั้น​ได้ นอก​จาก​พระ‍เจ้า​สถิต​กับ​เขา”

[3] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​ท่าน​ว่า ถ้า​คน‍ใด​ไม่‍ได้​เกิด​ใหม่ คน‍นั้น​ไม่​สา‌มารถ​เห็น​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

[4] นิ‌โค‌เด‌มัส​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “คน‍ชรา​จะ​เกิด​ใหม่​ได้​อย่าง‍ไร? จะ​เข้า​ไป​ใน​ท้อง​ของ​แม่​ครั้ง​ที่‍สอง​แล้ว​เกิด​ใหม่​ได้​หรือ?”

[5] พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​ท่าน​ว่า ถ้า​ใคร​ไม่‍ได้​เกิด​จาก​น้ำ​และ​พระ‍วิญ‌ญาณ คน‍นั้น​จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ไม่‍ได้

[6] ที่​เกิด​จาก​เนื้อ‍หนัง​ก็​เป็น​เนื้อ‍หนัง และ​ที่​เกิด​จาก​พระ‍วิญ‌ญาณ​ก็​เป็น​วิญ‌ญาณ

[7] อย่า​ประ‌หลาด​ใจ​ที่​เรา​บอก​ท่าน​ว่า​พวก​ท่าน​ต้อง​เกิด​ใหม่

[8] ลม ​จะ​พัด​ไป​ที่​ไหน​ก็​พัด​ไป​ที่​นั่น และ​ท่าน​ได้​ยิน​เสียง​ลม​นั้น​แต่​ไม่‍รู้​ว่า​ลม​มา​จาก​ไหน​และ​ไป​ที่‍ไหน คน​ที่​เกิด​จาก​พระ‍วิญ‌ญาณ ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​ทุก‍คน”

[9] นิ‌โค‌เด‌มัส​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “เหตุ‍การณ์​อย่าง​นี้​จะ​เป็น​ไป​ได้​อย่าง‍ไร​?”

[10] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ท่าน​เป็น​ถึง​อา‌จารย์​ของ​คน​อิส‌รา‌เอล ท่าน​ไม่​เข้า‍ใจ​สิ่ง​เหล่า‍นี้​เลย​หรือ​?

[11] เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​ท่าน​ว่า เรา​พูด​สิ่ง​ที่​เรา​รู้ และ​เป็น​พยาน​ถึง​สิ่ง​ที่​เรา​เห็น แต่​พวก​ท่าน​ไม่​ยอม​รับ​คำ‍พยาน​ของ​เรา

[12] ถ้า​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ ทาง​ฝ่าย​โลก​และ​พวก​ท่าน​ไม่​เชื่อ แล้ว​ท่าน​จะ​เชื่อ​ได้​อย่าง‍ไร​ถ้า​เรา​บอก​ท่าน​ถึง​สิ่ง​ต่างๆ ทาง​ฝ่าย​สวรรค์

[13] ไม่‍มี​ใคร​เคย​ขึ้น​ไป​สวรรค์​นอก‍จาก​ผู้​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ คือ​บุตร‍มนุษย์

[14] โม‌เสส​ยก​งู​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร ​อย่าง​ไร บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น​อย่าง‍นั้น

[15] เพื่อ​ทุก‍คน​ที่​วาง‍ใจ​พระ‍องค์​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์”

[16] พระ‍เจ้า​ทรง‍รัก​โลก​ดัง​นี้ คือ​ได้​ประทาน​พระ‍บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ‍องค์ เพื่อ​ทุก‍คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍บุตร​นั้น​จะ​ไม่​พินาศ แต่​มี​ชีวิต​นิรันดร์

[17] เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​ให้​พระ‍บุตร​เข้า​มา​ใน​โลก ไม่‍ใช่​เพื่อ​พิ‌พาก‌ษา​โลก แต่​เพื่อ​ช่วย​กู้​โลก​ให้​รอด​โดย​พระ‍บุตร​นั้น

[18] คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍บุตร​จะ​ไม่​ถูก​พิ‌พาก‌ษา ส่วน​คน​ที่​ไม่‍ได้​วาง‍ใจ​ก็​ถูก​พิ‌พาก‌ษา​อยู่​แล้ว เพราะ​เขา​ไม่‍ได้​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍นาม​พระ‍บุตร​องค์​เดียว​ของ​พระ‍เจ้า

[19] หลัก​การ​พิพาก‌ษา​มี​อย่าง‍นี้ คือ​ความ​สว่าง​เข้า​มา​ใน​โลก​แล้ว แต่​มนุษย์​รัก​ความ​มืด​มาก‍กว่า​ความ​สว่าง เพราะ​กิจ‍การ​ของ​พวก​เขา​เลว‍ทราม

[20] เพราะ​ทุก‍คน​ที่​ประ‌พฤติ​ชั่ว​ก็​เกลียด​ความ​สว่าง และ​ไม่​มา​หา​ความ​สว่าง เนื่อง‍จาก​กลัว​ว่า​การ​กระ‌ทำ​ของ​ตน​จะ​ปรากฏ

[21] แต่​คน​ที่​ประ‌พฤติ​ตาม​ความ‍จริง​ก็​มา​ถึง​ความ‍สว่าง เพื่อ​ให้​เห็น​ว่า​การ​กระ‌ทำ​ของ​เขา​นั้น​ทำ​โดย​พึ่ง​พระ‍เจ้า

[22] หลัง‍จาก​นั้น พระ‍เยซู​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​แคว้น​ยูเดีย​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์ และ​ประ‌ทับ​ที่​นั่น​กับ​พวก​เขา และ​ทรง​ให้​บัพติศ‌มา

[23] ยอห์น​ก็​ให้​บัพ‌ติศ‌มา​อยู่​ที่​อาย‌โนน​ใกล้​หมู่​บ้าน​สา‌ลิม เพราะ​ที่​นั่น​มี​น้ำ​มาก และ​คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​พา​กัน​มา​รับ​บัพ‌ติศ‌มา

[24] เพราะ​ยอห์น​ยัง​ไม่​ถูก​ขัง​ใน​คุก

[25] แต่​เกิด​การ​โต้‍เถียง​กัน​ขึ้น​ระหว่าง​พวก​ศิษย์​ของ​ยอห์น​และ​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ยิว​เรื่อง​การ​ชำระ​มล‌ทิน

[26] พวก​เขา​จึง​ไป​หา​ยอห์น​บอก​ว่า “อา‌จารย์ คน​ที่​อยู่​กับ​อา‌จารย์​ที่​ฟาก​แม่‍น้ำ​จอร์‌แดน​ข้าง​โน้น คน​ที่​อา‌จารย์​เป็น​พยาน​ถึง​นั้น นี่‍แน่ะ คน​นี้​กำ‌ลัง​ให้​บัพ‌ติศ‌มา​และ​ทุก‍คน​ก็​พา​กัน​ไป​หา​เขา”

[27] ยอห์น​ตอบ​ว่า “ไม่‍มี​ใคร​สา‌มารถ​รับ​สิ่ง​ใด นอก‍จาก​สิ่ง​ที่​พระ‍เจ้า​ประ‌ทาน​จาก​สวรรค์​ให้​เขา

[28] พวก​ท่าน​เอง​ก็​เป็น​พยาน​ว่า ข้าพ‌เจ้า​พูด​ว่า​ข้าพ‌เจ้า​ไม่‍ได้​เป็น​พระ‍คริสต์ แต่​ข้าพ‌เจ้า​ได้​รับ​พระ‍บัญ‌ชา​ให้​นำ​เสด็จ​พระ‍องค์

[29] ท่าน​ที่​มี​เจ้า‍สาว​นั่น‍แหละ​คือ​เจ้า‍บ่าว เพื่อน​เจ้า‍บ่าว​ที่​ยืน​ฟัง​เจ้า‍บ่าว​ก็​ชื่น‍ชม​ยินดี​อย่าง​ยิ่ง​เมื่อ​ได้​ยิน​เสียง​ของ​เจ้า‍บ่าว เพราะ‍ฉะนั้น​ความ​ปีติ​ยินดี​ของ​ข้าพ‌เจ้า​จึง​เต็ม​เปี่ยม

[30] พระ‍องค์​ต้อง​ยิ่ง‍ใหญ่​ขึ้น แต่​ข้าพ‌เจ้า​ต้อง​ด้อย​ลง”

[31] พระ‍องค์​ผู้​เสด็จ​มา​จาก​เบื้อง‍บน​ทรง​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ทุก​สิ่ง ผู้​ที่​มา​จาก​โลก​ก็​อยู่​ฝ่าย​โลก​และ​พูด​ตาม​อย่าง​โลก พระ‍องค์​ผู้​เสด็จ​มา​จาก​สวรรค์​ทรง​เป็น​ใหญ่​เหนือ​ทุก​สิ่ง

[32] พระ‍องค์​ทรง​เป็น​พยาน​ถึง​สิ่ง​ที่​พระ‍องค์​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​และ​ทรง​ได้‍ยิน แต่​ไม่‍มี​ใคร​รับ​คำ‍พยาน​ของ​พระ‍องค์

[33] คน​ที่​รับ​คำ‍พยาน​ของ​พระ‍องค์​ก็​รับ‍รอง​ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​สัตย์‍จริง

[34] เพราะ​พระ‍องค์​ผู้​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ใช้​มา​นั้น​ทรง‍กล่าว​พระ‍ดำรัส​ของ​พระ‍เจ้า เพราะ​พระ‍เจ้า​ไม่‍ได้​ประ‌ทาน​พระ‍วิญ‌ญาณ​อย่าง​จำ‌กัด

[35] พระ‍บิดา​ทรง‍รัก​พระ‍บุตร​และ​ทรง‍มอบ​ทุก​สิ่ง​ไว้​ใน​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍องค์

[36] คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍บุตร​ก็​มี​ชีวิต​นิรันดร์ คน​ที่​ไม่​เชื่อ‍ฟัง​พระ‍บุตร​ก็​จะ​ไม่‍ได้​เห็น​ชีวิต แต่​พระ‍พิ‌โรธ​ของ​พระ‍เจ้า​ตก​อยู่​กับ​เขา

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters