Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 10:44

[1] หลัง​จาก​นั้น​พระ‍เยซู​เสด็จ​ข้าม​ทะเล‍สาบ​กา‌ลิลี​หรือ​ที่​เรียก‍ว่า​ทะเล​ทิเบ‌เรียส

[2] มหา​ชน​ก็​ตาม​พระ‍องค์​ไป เพราะ​พวก​เขา​เห็น​หมาย​สำ‌คัญ​ต่างๆ ที่​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ต่อ​บรร‌ดา​คน‍ป่วย

[3] พระ‍เยซู​เสด็จ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​และ​ประ‌ทับ​อยู่​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์

[4] ขณะ​นั้น​ใกล้​จะ​ถึง​ปัส‌กา​ซึ่ง​เป็น​เทศ‌กาล​ของ​พวก​ยิว

[5] พระ‍เยซู​เงย​พระ‍พักตร์​ขึ้น​และ​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​มหา​ชน​พา​กัน​มา​หา​พระ‍องค์ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​ฟี‌ลิป​ว่า “พวก​เรา​จะ​ซื้อ​อาหาร​ให้​คน​เหล่า​นี้​กิน​ได้​ที่​ไหน?”

[6] พระ‍องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​เพื่อ​จะ​ทด‍สอบ​ฟีลิป เพราะ​พระ‍องค์​ทรง​ทราบ​อยู่​แล้ว​ว่า​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ทำ​อย่าง‍ไร

[7] ฟี‌ลิป​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “สอง​ร้อย​เด‌นา‌ริ‌อัน ก็​ยัง​ไม่‍พอ​ซื้อ​อาหาร​ให้​พวก​เขา​กิน​กัน​คน​ละ​เล็ก​ละ​น้อย”

[8] สา‌วก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ‍องค์​คือ​อัน‌ดรูว์​น้อง​ชาย​ของ​ซีโมน‍เป‌โตร​ทูล​พระ‍องค์​ว่า

[9] “ที่‍นี่​มี​เด็ก‍ชาย​คน​หนึ่ง​มี​ขนม‌ปัง​บาร์‌เลย์​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว แต่​เท่า‍นั้น​จะ​พอ​อะไร​กับ​คน‍มาก​อย่าง‍นี้?”

[10] พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “ให้​ทุก‍คน​นั่ง​ลง​เถิด” (ที่‍นั่น​มี​หญ้า​มาก) คน​เหล่า‍นั้น​จึง​นั่ง​ลง นับ​แต่​ผู้‍ชาย​ได้​ประ‌มาณ​ห้า‍พัน​คน

[11] แล้ว​พระ‍เยซู​ก็​ทรง​หยิบ​ขนม‍ปัง เมื่อ​ขอบ​พระ‍คุณ​แล้ว​ก็​ทรง​แจก‍จ่าย​ให้​บรร‌ดา​คน​ที่​นั่ง​อยู่​นั้น และ​ให้​ปลา​ด้วย​ตาม​ที่​เขา​ต้อง‍การ

[12] เมื่อ​พวก​เขา​กิน​อิ่ม​แล้ว​พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “จง​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ไว้ อย่า​ให้​มี​สิ่ง​ใด​ตก‍หล่น”

[13] พวก​เขา​จึง​เก็บ​เศษ​ขนม‌ปัง​บาร์‌เลย์​ห้า​ก้อน​ที่​เหลือ​หลัง​จาก​ทุก​คน​กิน​แล้ว​ใส่​กระ‌บุง​ได้​สิบ‍สอง​กระ‌บุง​เต็ม

[14] เมื่อ​คน‍ทั้ง‍หลาย​เห็น​หมาย‍สำ‌คัญ​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ทำ พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “แท้‍จริง​ท่าน​ผู้‍นี้​เป็น​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​คน​นั้น​ที่​จะ​มา​ใน​โลก”

[15] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​เขา​จะ​มา​จับ​พระ‍องค์​ไป​ตั้ง​ให้​เป็น​กษัตริย์ พระ‍องค์​ก็​เสด็จ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​อีก​ตาม​ลำ‌พัง

[16] พอ​ค่ำ​ลง​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ก็​ไป​ที่​ทะเล​สาบ

[17] แล้ว​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​ไป​ยัง​คา‌เปอร‌นา‌อุม ขณะ​นั้น​มืด​แล้ว​และ​พระ‍เยซู​ก็​ยัง​ไม่​เสด็จ​ไป​หา​พวก​เขา

[18] ทะเล​ก็​กำ‌เริบ​ขึ้น​เพราะ​ลม​พัด​แรง

[19] เมื่อ​พวก​เขา​ตี​กรรเชียง​ไป​ได้​ประ‌มาณ​ห้า​หก​กิโล‌เมตร ก็​เห็น​พระ‍เยซู​ทรง​ดำ‍เนิน​มา​บน​ทะเล กำ‌ลัง​เข้า​มา​ใกล้​เรือ พวก​เขา​ต่าง​ตกใจ​กลัว

[20] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “นี่​เรา​เอง อย่า​กลัว​เลย”

[21] พวก​เขา​จึง​เต็มใจ​รับ​พระ‍องค์​ขึ้น​เรือ ทัน‍ใด​นั้น​เรือ​ก็​ถึง​ฝั่ง​ที่​เขา​จะ​ไป​นั้น

[22] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​ฝูง‍ชน​ที่​เหลือ​อยู่​ฝั่ง​ข้าง‍โน้น​เห็น​ว่า ก่อน​นั้น​มี​เรือ​อยู่​ที่​นั่น​เพียง​ลำ​เดียว และ​เห็น​ว่า​พระ‍เยซู​ไม่​ได้​เสด็จ​ลง​เรือ​ลำ​นั้น​ไป​กับ​พวก​สา‌วก พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ไป​กัน​ตาม​ลำ‌พัง​เท่า​นั้น

[23] เวลา​นั้น​มี​เรือ​ลำ​อื่นๆ จาก​ทิ‌เบ‌เรียส ผ่าน​มา​ใกล้​ตำ‌บล​ที่​พวก​เขา​กิน​ขนม‍ปัง​หลัง‍จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ขอบ​พระ‍คุณ​แล้ว

[24] ดัง‍นั้น​เมื่อ​ฝูง‍ชน​เห็น​ว่า​พระ‍เยซู​และ​พวก​สา‌วก​ไม่‍ได้​อยู่​ที่​นั่น พวก​เขา​จึง​ลง​เรือ​ไป​ตาม​หา​พระ‍เยซู​ที่​เมือง​คาเปอร‌นาอุม

[25] เมื่อ​พวก​เขา​พบ​พระ‍องค์​ที่​ฝั่ง​ทะ‌เล‍สาบ​ข้าง​โน้น​แล้ว เขา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ ท่าน​มา​ที่​นี่​เมื่อ‍ไหร่?”

[26] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ท่าน​ตาม​หา​เรา​ไม่​ใช่​เพราะ​เห็น​หมาย‍สำ‌คัญ แต่​เพราะ​ได้​กิน​ขนมปัง​อิ่ม

[27] อย่า​ทำ‍งาน​เพื่อ​แสวง​หา​อาหาร​ที่​เสื่อม​สูญ​ได้ แต่​จง​แสวง​หา​อาหาร​ที่​คง‍ทน​อยู่​จน​ถึง​ชีวิต​นิรันดร์ ซึ่ง​บุตร‍มนุษย์​จะ​มอบ​ให้​กับ​พวก​ท่าน เพราะ​พระ‍เจ้า​คือ​พระ‍บิดา​ทรง​รับรอง​ท่าน​ผู้​นี้​แล้ว”

[28] พวก​เขา​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “เรา​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​บ้าง​ถึง​จะ​ทำ‍งาน​ของ​พระ‍เจ้า​ได้?”

[29] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “งาน​ของ​พระ‍เจ้า​คือ​การ​วาง‍ใจ​ใน​ผู้​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ใช้​มา”

[30] พวก​เขา​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ท่าน​จะ​ให้​หมาย‍สำคัญ​อะไร​เพื่อ​ที่​เรา​จะ​เห็น​และ​วาง‍ใจ​ท่าน? ท่าน​จะ​ทำ​อะไร?

[31] บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ได้​กิน​มานา ​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร ตาม​ที่​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า‘ท่าน​ให้ พวก​เขา​กิน​อาหาร​จาก​สวรรค์’ ”

[32] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ไม่‍ใช่​โม‌เสส​ที่​ให้​อาหาร​จาก​สวรรค์​นั้น​แก่​ท่าน แต่​พระ‍บิดา​ของ​เรา​เป็น​ผู้​ประ‌ทาน​อาหาร​แท้​ที่​มา​จาก​สวรรค์​ให้​กับ​พวก​ท่าน

[33] เพราะ‍ว่า​อาหาร​ของ​พระ‍เจ้า​นั้น​คือ​ท่าน​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ และ​ประ‌ทาน​ชีวิต​ให้​กับ​โลก”

[34] พวก​เขา​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​เจ้า‍ข้า ขอ​โปรด​ให้​อาหาร​นั้น​แก่​เรา​ตลอด​ไป​เถิด”

[35] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​อาหาร​แห่ง​ชีวิต คน​ที่​มา​หา​เรา​จะ​ไม่​หิว และ​คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​เรา​จะ​ไม่​กระ‌หาย​อีก​เลย

[36] แต่​เรา​ก็​บอก​พวก​ท่าน​แล้ว​ว่า​ท่าน​เห็น​เรา​แล้ว​แต่​ไม่​วางใจ

[37] สาร‌พัด​ที่​พระ‍บิดา​ประ‌ทาน​แก่​เรา​จะ​มา​หา​เรา และ​คน​ที่​มา​หา​เรา เรา​จะ​ไม่​ขับ‍ไล่​เลย

[38] เพราะ​ว่า​เรา​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ไม่​ใช่​เพื่อ​ทำ​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​เรา​เอง แต่​เพื่อ​ทำ​ตาม​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา

[39] และ​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​นั้น​ก็​คือ ให้​เรา​รัก‌ษา​ทุก‍สิ่ง​ที่​พระ‍องค์​ทรง​มอบ​ไว้​กับ​เรา ไม่‍ให้​หาย​ไป​สัก​สิ่ง​เดียว แต่​ทำ​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุดท้าย

[40] เพราะ​นี่​แหละ​เป็น​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​พระ‍บิดา​ของ​เรา ที่​จะ​ให้​ทุก‍คน​ที่​เห็น​พระ‍บุตร​และ​วาง‍ใจ​พระ‍องค์​มี​ชีวิต​นิรันดร์ และ​เรา​เอง​จะ​ให้​คน‍นั้น​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุดท้าย”

[41] พวก​ยิว​จึง​ซุบ‍ซิบ​กัน​เรื่อง​พระ‍องค์​เพราะ​พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “เรา​เป็น​อาหาร​ซึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์”

[42] พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “คน‍นี้​คือ​เยซู​ลูก​ของ​โย‌เซฟ​ไม่‍ใช่​หรือ? พ่อ​แม่​ของ​เขา​เรา​ก็​รู้‍จัก แล้ว​เดี๋ยว‍นี้​เขา​พูด​ได้​อย่าง‍ไร​ว่า ‘เรา​ลง​มา​จาก​สวรรค์’?”

[43] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ซุบ‍ซิบ​กัน​เลย

[44] ไม่‍มี​ใคร​มา​ถึง​เรา​ได้​นอก‍จาก​พระ‍บิดา​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​จะ​ทรง​ชักนำ​ให้​เขา​มา และ​เรา​จะ​ให้​คน‍นั้น​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุดท้าย

[45] มี​คำ​เขียน​ไว้​ใน​หนัง‍สือ​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ว่า‘พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​สั่ง‍สอน​พวก​เขา​ทุก‍คน’ ทุก‍คน​ที่​ได้​ยิน​ได้​ฟัง และ​ได้​เรียน‍รู้​จาก​พระ‍บิดา​ก็​มา​ถึง​เรา

[46] ไม่‍มี​ใคร​ได้​เห็น​พระ‍บิดา​นอก‍จาก​ท่าน​ที่​มา​จาก​พระ‍เจ้า ท่าน​นั้น​แหละ​ได้​เห็น​พระ‍บิดา​แล้ว

[47] เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า คน​ที่​วาง‍ใจ​ก็​มี​ชีวิต​นิรันดร์

[48] เรา​เป็น​อาหาร​แห่ง​ชีวิต

[49] บรรพ‌บุรุษ​ของ​พวก​ท่าน​ได้​กิน​มา‌นา​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​แล้ว​ก็​ยัง​เสีย​ชีวิต

[50] แต่​นี่​เป็น​อาหาร​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์​เพื่อ​ให้​คน​ที่​ได้​กิน​แล้ว​ไม่​ตาย

[51] เรา​เป็น​อาหาร​ดำ‌รง​ชีวิต​ซึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ถ้า​ใคร​กิน​อาหาร​นี้ คน‍นั้น​จะ​มี​ชีวิต​นิรันดร์ และ​อาหาร​ที่​เรา​จะ​ให้​เพื่อ​ชีวิต​ของ​โลก​นั้น​ก็​คือ​เลือด​เนื้อ​ของ​เรา”

[52] แล้ว​พวก​ยิว​ก็​ทุ่ม‍เถียง​กัน​ว่า “คน‍นี้​จะ​เอา​เนื้อ​ของ​เขา​ให้​เรา​กิน​ได้​อย่าง‍ไร?”

[53] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า ถ้า​ท่าน​ไม่​ได้​กิน​เนื้อ​และ​ไม่​ได้​ดื่ม​โล‌หิต​ของ​บุตร‍มนุษย์ ก็​จะ​ไม่‍มี​ชีวิต​ใน​ตัว​ท่าน

[54] คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​โล‌หิต​ของ​เรา​จะ​มี​ชีวิต​นิรันดร์ และ​เรา​จะ​ให้​คน​นั้น​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​สุด‍ท้าย

[55] เพราะ‍ว่า​เนื้อ​ของ​เรา​เป็น​อาหาร​แท้ และ​โล‌หิต​ของ​เรา​ก็​เป็น​เครื่อง​ดื่ม​แท้

[56] คน​ที่​กิน​เนื้อ​และ​ดื่ม​โล‌หิต​ของ​เรา คน‍นั้น​ก็​อยู่​ใน​เรา​และ​เรา​อยู่​ใน​เขา

[57] พระ‍บิดา​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์​อยู่​ทรง​ใช้​เรา​มา และ​เรา​มี​ชีวิต​เพราะ​พระ‍บิดา​อย่าง‍ไร คน​ที่​กิน​เรา​ก็​จะ​มี​ชีวิต​เพราะ​เรา​อย่าง‍นั้น

[58] นี่‍แหละ​เป็น​อาหาร​ที่​ลง​มา​จาก​สวรรค์ ไม่​เหมือน​อาหาร​ที่​พวก​บรรพ‌บุรุษ​กิน​และ​เสีย​ชีวิต คน​ที่​กิน​อาหาร​นี้​จะ​มี​ชีวิต​นิรันดร์”

[59] คำ​เหล่า‍นี้​พระ‍องค์​ตรัส​ใน​ธรรม‍ศาลา ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ทรง​สั่ง‍สอน​อยู่​ที่​เมือง​คา‌เปอร‌นา‌อุม

[60] เมื่อ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​หลาย​คน​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​พูด​ว่า “คำ‍สอน​เรื่อง‍นี้​ยาก‍นัก ใคร​จะ​รับ​ได้?”

[61] และ​เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ซุบ‍ซิบ​กัน​ถึง​เรื่อง​นั้น จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​พวก​ท่าน​สะ‌ดุด​หรือ?

[62] ถ้า​ท่าน​เห็น​บุตร‍มนุษย์​เสด็จ​ขึ้น​ไป​ยัง​ที่​ที่​พระ‍องค์​อยู่​แต่​ก่อน​นั้น จะ​ว่า​อย่าง‍ไร?

[63] พระ‍วิญ‌ญาณ​เป็น​ผู้​ให้​ชีวิต เนื้อ‍หนัง​นั้น​ไม่‍มี​ประ‌โยชน์​อะไร ถ้อย‍คำ​ที่​เรา​กล่าว​กับ​พวก​ท่าน​มา​จาก​พระ‍วิญ‌ญาณ​และ​เป็น​ชีวิต

[64] แต่​ใน​พวก​ท่าน​มี​บาง‍คน​ไม่​เชื่อ” เพราะ​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ตั้ง‍แต่​แรก​แล้ว​ว่า​ใคร​ไม่​เชื่อ​และ​ใคร​เป็น​คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์

[65] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “เพราะ​เหตุ‍นี้​เรา​จึง​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ‘ไม่‍มี​ใคร​มา​ถึง​เรา​ได้​นอก‍จาก​พระ‍บิดา​จะ​โปรด​คน‍นั้น’ ”

[66] ตั้ง‍แต่​นั้น​มา​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​หลาย​คน​ถด‍ถอย​ไม่​ติด‍ตาม​พระ‍องค์​ต่อ‍ไป​อีก

[67] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​สิบ‍สอง​คน‍นั้น​ว่า “พวก​ท่าน​ก็​จะ​จาก​เรา​ไป​ด้วย​หรือ?”

[68] ซีโมน‍เป‌โตร​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พวก​ข้า‍พระ‍องค์​จะ​จาก​ไป​หา​ใครได้? พระ‍องค์​ทรง​มี​ถ้อย‍คำ​แห่ง​ชีวิต​นิรันดร์

[69] และ​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ก็​เชื่อ​และ​ทราบ​แล้ว​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​เป็น​องค์​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍เจ้า”

[70] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เลือก​พวก​ท่าน​สิบ‍สอง​คน​ไม่‍ใช่​หรือ? แต่​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ท่าน​เป็น​มาร‍ร้าย”

[71] พระ‍องค์​ทรง​หมาย​ถึง​ยูดาส​บุตร​ของ​ซีโมน อิสคา‌ริโอท คน​หนึ่ง​ใน​สา‌วก​สิบ​สอง​คน เพราะ‍ว่า​เขา​เป็น​คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters