Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:24

[1] ก่อน​ปัส‌กา​หก​วัน พระ‍เยซู​เสด็จ​มา​ถึง​หมู่‍บ้าน​เบ‌ธา‌นี​ซึ่ง​เป็น​ที่​อยู่​ของ​ลา‌ซา‌รัส​ผู้​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย

[2] พวก​เขา​จัด​งาน​เลี้ยง​พระ‍องค์ มารธา​ก็​ปรน‌นิ‌บัติ​อยู่ และ​ลา‌ซา‌รัส​ก็​เป็น​คน​หนึ่ง​ที่​ร่วม​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​กับ​พระ‍องค์

[3] มารีย์​เอา​น้ำ‍มัน​หอม​นารดา​บริ‌สุทธิ์​หนัก​ประ‌มาณ​ครึ่ง​กิโล‌กรัม ซึ่ง​มี​รา‌คา​แพง​มาก​มา​ชโลม​พระ‍บาท​พระ‍เยซู และ​เอา​ผม​เช็ด​พระ‍บาท​ของ​พระ‍องค์ เรือน​ก็​หอม‍ฟุ้ง​ไป​ด้วย​กลิ่น​น้ำ‍มัน​นั้น

[4] แต่​สา‌วก​คน​หนึ่ง​ของ​พระ‍องค์​ชื่อ​ยูดาส​อิส‌คา‌ริ‌โอท (คน​ที่​จะ​ทรยศ​พระ‍องค์) พูด​ว่า

[5] “ทำ‍ไม​ไม่​เอา​น้ำ‍มัน​นั้น​ไป​ขาย​ได้​เงิน​ซัก​สาม‍ร้อย​เด‌นา‌ริ‌อัน แล้ว​แจก​ให้​กับ​คน‍จน?”

[6] เขา​พูด​อย่าง​นั้น​ไม่​ใช่​เพราะ​เขา​เอา‍ใจ‍ใส่​คน‍จน แต่​เพราะ​เขา​เป็น​หัว​ขโมย เขา​ถือ​กระ‌เป๋า​เก็บ​เงิน​และ​ยัก‍ยอก​เงิน​ที่​ใส่​ไว้​ใน​นั้น​ไป

[7] พระ‍เยซู​ตรัส​ว่า “อย่า​ห้าม​นาง​เลย ให้​นาง​เก็บ​น้ำ‍มัน​นี้​ไว้​จน​ถึง​วัน​ฝัง​ศพ​ของ​เรา

[8] เพราะ‍ว่า​มี​คน‍จน​อยู่​กับ​พวก​ท่าน​เสมอ แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​ท่าน​เสมอ”

[9] พวก​ยิว​จำ‌นวน​มาก​รู้​ว่า​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​ที่​นั่น​จึง​มา​เฝ้า​พระ‍องค์ ไม่‍ใช่​มา​เพราะ​พระ‍เยซู​เท่า​นั้น แต่​เพื่อ​จะ​เห็น​ลา‌ซา‌รัส​คน​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย​ด้วย

[10] ดัง‍นั้น​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​จึง​คิด​จะ​ฆ่า​ลา‌ซา‌รัส​ด้วย

[11] เพราะ​ลา‌ซา‌รัส​เป็น​ต้น‍เหตุ​ที่​ทำ​ให้​พวก​ยิว​หลาย​คน​แยก​ตัว​ไป​และ​วางใจ​ใน​พระ‍เยซู

[12] วัน​รุ่ง‍ขึ้น เมื่อ​มหา​ชน​ที่​มา​ร่วม​งาน​เทศ‌กาล​นั้น​ได้​ยิน​ว่า​พระ‍เยซู​เสด็จ​มา​ถึง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[13] พวก​เขา​ก็​ถือ​ทาง​อินท‌ผลัม​พา​กัน​ออก​ไป​ต้อน‍รับ​พระ‍องค์​ร้อง‍ว่า “โฮ‌ซัน‌นา ขอ​ให้​พระ‍องค์​ผู้​เสด็จ​มา​ใน​พระ‍นาม​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือ พระ‍มหา‍กษัตริย์​แห่ง​อิส‌รา‌เอลทรง​พระ‍เจริญ ”

[14] และ​พระ‍เยซู​ทรง‍พบ​ลูก‍ลา​ตัว​หนึ่ง จึง​ทรง‍ลา​นั้น​ดัง​คำ​ที่​เขียน​ไว้​ว่า

[15] “ธิดา​แห่ง​ศิโยน​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย จง​ดู กษัตริย์​ของ​เธอ​เสด็จ​มา ประ‍ทับ​บน​ลูก‍ลา”

[16] ที‍แรก​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ไม่​เข้า‍ใจ​เหตุ​การณ์​นั้น แต่​หลัง​จาก​พระ‍เยซู​ทรง​รับ​พระ‍เกียรติ​แล้ว เขา​จึง​ระลึก​ได้​ว่า​มี​คำ​เช่น​นั้น​เขียน​ไว้​กล่าว​ถึง​พระ‍องค์ และ​พวก​เขา​เอง​เคย​ทำ​อย่าง​นั้น​ถวาย​พระ‍องค์

[17] ฝูง‍ชน​ที่​อยู่​กับ​พระ‍องค์​เมื่อ‍ครั้ง​พระ‍องค์​ทรง​เรียก​ลา‌ซา‌รัส​ออก​มา​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ และ​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​จาก​ตาย​นั้น ก็​เป็น​พยาน​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น

[18] เหตุ​ที่​ฝูง‍ชน​พา​กัน​ไป​หา​พระ‍องค์ ก็​เพราะ​เขา​ได้​ยิน​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​หมาย​สำ‌คัญ​นั้น

[19] พวก​ฟา‌ริสี​จึง​พูด​กัน​ว่า “เห็น​ไหม? เรา​ทำ​อะไร​ไม่‍ได้​เลย ดู​ซิ โลก​ตาม​เขา​ไป​หมด​แล้ว”

[20] ใน​บรร‌ดา​คน​ที่​ขึ้น​ไป​นมัส‌การ​ที่​งาน​เทศ‌กาล​นั้น​มี​พวก​กรีก​อยู่​ด้วย

[21] พวก​เขา​ไป​หา​ฟีลิป​ซึ่ง​มา​จาก​หมู่‍บ้าน​เบธ‌ไซ‌ดา​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี แล้ว​พูด​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​เจ้า‍ข้า เรา​อยาก​จะ​เห็น​พระ‍เยซู”

[22] ฟีลิป​จึง​ไป​บอก​อัน‌ดรูว์ แล้ว​อัน‌ดรูว์​กับ​ฟีลิป​ไป​ทูล​พระ‍เยซู

[23] และ​พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “ถึง​เวลา​แล้ว​ที่​บุตร‍มนุษย์​จะ​ได้​รับ​พระ‍เกียรติ

[24] เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า ถ้า​เมล็ด​ข้าว​ไม่​ได้​ตก​ลง​ดิน​และ​ตาย​ไป ก็​จะ​คง​อยู่​เมล็ด​เดียว แต่​ถ้า​ตาย​ไป​แล้ว​ก็​จะ​งอก‍ขึ้น​เกิด​ผล​มาก

[25] คน​ที่​รัก​ชีวิต​ตัว​เอง​ต้อง​เสีย​ชีวิต และ​คน​ที่​เกลียด​ชัง​ชีวิต​ตัว​เอง​ใน​โลก​นี้​จะ​รัก‌ษา​ชีวิต​นั้น​ไว้​นิรันดร์

[26] ถ้า​ใคร​จะ​ปรน‌นิ‌บัติ​เรา คน‍นั้น​ต้อง​ตาม​เรา​มา และ​เรา​อยู่​ที่‍ไหน ผู้​ปรน‌นิ‌บัติ​ของ​เรา​จะ​อยู่​ที่‍นั่น​ด้วย ถ้า​ใคร​ปรน‌นิ‌บัติ​เรา พระ‍บิดา​จะ​ประ‌ทาน​เกียรติ​แก่​ผู้‍นั้น

[27] “เดี๋ยว‍นี้​ใจ​ของ​เรา​เป็น​ทุกข์ จะ​ให้​เรา​พูด​อย่าง‍ไร? ‘ข้า‍แต่​พระ‍บิดา ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า‍พระ‍องค์​ให้​พ้น​จาก​ช่วง​เวลา​นี้ ’ อย่าง​นั้น​หรือ? แต่​เพื่อ​จุด​ประ‌สงค์​นี้​เอง เรา​จึง​มา​ถึง​ช่วง​เวลา‍นี้

[28] ข้า‍แต่​พระ‍บิดา ขอ​พระ‍องค์​ทรง​ให้​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์​รับ​พระ​เกียรติ” แล้ว​ก็​มี​พระ‍สุรเสียง​ดัง​มา​จาก​ฟ้า​ว่า “เรา​ให้​รับ​เกียรติ​แล้ว และ​เรา​จะ​ให้​รับ​เกียรติ​อีก”

[29] ฝูง‍ชน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ได้​ยิน​เสียง​นั้น​ก็​พูด​กัน​ว่า​ฟ้า‍ร้อง คน​อื่นๆ ว่า “ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​กล่าว​กับ​พระ‍องค์”

[30] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “เสียง​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​พวก​ท่าน ไม่​ใช่​เพื่อ​เรา

[31] เดี๋ยว‍นี้​การ​พิ‌พาก‌ษา​มา​ถึง​โลก​นี้​แล้ว เดี๋ยว‍นี้​ผู้​ครอง​โลก​นี้​จะ​ถูก​กำ‌จัด​ออก​ไป

[32] เมื่อ​เรา​ถูก​ยก​ขึ้น​จาก​แผ่น‍ดิน​โลก​แล้ว เรา​จะ​ชัก​นำ​ทุก​คน​ให้​มา​หา​เรา”

[33] พระ‍องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​เพื่อ​แสดง​ว่า​พระ‍องค์​จะ​สิ้น​พระ‍ชนม์​อย่าง‍ไร

[34] ฝูง‍ชน​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “เรา​ทราบ​จาก​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ว่า พระ‍คริสต์​จะ​อยู่​เป็น​นิตย์ ท่าน​พูด​ได้​อย่าง‍ไร​ว่า ‘บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​ยก​ขึ้น?’ บุตร‍มนุษย์​นั้น​คือ​ใคร?”

[35] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ความ​สว่าง​จะ​อยู่​ท่าม‍กลาง​พวก​ท่าน​อีก​หน่อย​หนึ่ง เมื่อ​ยัง​มี​ความ‍สว่าง​อยู่​ก็​จง​เดิน​ไป​เถิด เพื่อ​ที่​ว่า​ความ​มืด​จะ​ได้​ตาม​ท่านไม่​ทัน คน​ที่​เดิน​อยู่​ใน​ความ​มืด​ย่อม​ไม่​รู้​ว่า​ตน​ไป​ทาง​ไหน

[36] ขณะ​ที่​พวก​ท่าน​มี​ความ​สว่าง จง​วางใจ​ใน​ความ​สว่าง​นั้น เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​ลูก​ของ​ความ​สว่าง” เมื่อ​พระ‍เยซู​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​ก็​ทรง‍จาก​ไป และ​ทรง​ซ่อน​พระ‍องค์​ให้​พ้น​จาก​พวก​เขา

[37] ถึง​แม้​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​หมาย​สำ‌คัญ​มาก‍มาย​หลาย​อย่าง​ให้​เขา​เห็น พวก​เขา​ก็​ยัง​ไม่​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍องค์

[38] ทั้ง‍นี้​เพื่อ​จะ​สำ‌เร็จ​ตาม​คำ​ของ​อิส‌ยาห์​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ที่​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ใคร​จะ​เชื่อ​สิ่ง​ที่​เรา​ประ‌กาศ? และ​พระ‍กร​ของ​พระ‍เจ้า​ทรง​สำ‌แดง​แก่​ใคร?”

[39] เพราะ​เหตุ‍นี้ พวก​เขา​จึง​เชื่อ​วางใจ​ไม่ได้ เพราะ​อิส‌ยาห์​กล่าว​ไว้​อีก​ว่า

[40] “พระ‍องค์​ทรง‍ปิด​ตา​ของ​พวก​เขา และ​ทำ​ใจ​ของ​เขา​ให้​แข็ง​กระ‌ด้าง​ไป เกรง‍ว่า​พวก​เขา​จะ​เห็น​ด้วย​ตา และ​เข้า‍ใจ​ด้วย​จิต‍ใจ และ​หัน‍กลับ​มา ให้​เรา​รัก‌ษา​เขา​ให้​หาย”

[41] อิส‌ยาห์​กล่าว​อย่าง‍นี้ เพราะ‍ว่า​ท่าน​เห็น​พระ‍สิริ​ของ​พระ‍องค์​และ​กล่าว​ถึง​พระ‍องค์

[42] อย่าง‍ไร​ก็​ดี แม้​แต่​ใน​พวก​เจ้า‍หน้า‍ที่​เอง​ก็​มี​หลาย​คน​วาง‍ใจ​ใน​พระ‍องค์ แต่​พวก​เขา​ไม่​ยอม​รับ​พระ‍องค์​อย่าง​เปิด‍เผย​เพราะ​กลัว​พวก​ฟา‌ริสี เขา​กลัว​ว่า​จะ​ถูก​ขับ​ออก​จาก​ธรรม‍ศาลา

[43] เพราะ‍ว่า​พวก​เขา​รัก​การ​ชม​ของ​มนุษย์ มาก​กว่า​การ​ชม​ของ​พระเจ้า

[44] และ​พระ‍เยซู​ทรง​ประ‌กาศ​ว่า “คน​ที่​วาง‍ใจ​เรา​นั้น​ไม่​ได้​วางใจ​ใน​เรา​เอง แต่​วางใจ​ใน​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา

[45] และ​คน​ที่​เห็น​เรา​ก็​เห็น​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา

[46] เรา​เข้า​มา​ใน​โลก​เป็น​ความ‍สว่าง เพื่อ​ทุก‍คน​ที่​วาง‍ใจ​ใน​เรา​จะ​ไม่​อยู่​ใน​ความ​มืด

[47] เรา​ไม่​พิ‌พาก‌ษา​คน​ที่​ได้​ยิน​ถ้อย‍คำ​ของ​เรา​และ​ไม่​ทำ​ตาม เพราะ‍ว่า​เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​จะ​พิพาก‌ษา​โลก แต่​มา​เพื่อ​จะ​ช่วย​โลก​ให้​รอด

[48] ถ้า​ใคร​ไม่​ยอม​รับ​เรา​และ​ไม่​รับ​คำ​ของ​เรา จะ​มี​สิ่ง​หนึ่ง​พิ‌พาก‌ษา​เขา คำ​ที่​เรา​กล่าว​แล้ว​นั่น​แหละ​จะ​พิ‌พากษา​เขา​ใน​วัน​สุด‍ท้าย

[49] เพราะ​เรา​ไม่​ได้​กล่าว​ตาม​ใจ​เรา​เอง แต่​พระ​บิดา​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​เป็น​ผู้​บัญ‌ชา​เรา​ว่า​จะ​กล่าว​อะไร​หรือ​พูด​อะไร

[50] เรา​รู้​ว่า​พระ‍บัญ‌ญัติ​ของ​พระ‍องค์​นั้น​เป็น​ชีวิต​นิรันดร์ เพราะ​ฉะนั้น​สิ่ง​ที่​เรา​พูด​นั้น เรา​ก็​พูด​ตาม​ที่​พระ‍บิดา​ทรง​บอก​เรา”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters