Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:15

[1] ปีลาต​จึง​ให้​เอา​พระ‍เยซู​ไป​โบย‍ตี

[2] และ​พวก​ทหาร​ก็​เอา​หนาม​สาน​เป็น​มง‌กุฎ​สวม​พระ‍เศียร​ของ​พระ‍องค์ และ​ให้​พระ‍องค์​สวม​เสื้อ​สี‍ม่วง

[3] แล้ว​พวก​เขา​ก็​มา​หา​พระ‍องค์​ทูล​ว่า “ข้า​แต่​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว ขอ​ทรง​พระ‍เจริญ” แล้ว​พวก​เขา​ก็​ตบ​พระ‍พักตร์​พระ‍องค์

[4] ปีลาต​ก็​ออก​ไป​อีก​และ​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “นี่‍แน่ะ เรา​พา​คน​นี้​ออก​มา​มอบ​ให้​พวก​ท่าน เพื่อ​ให้​พวก​ท่าน​รู้​ว่า​เรา​ไม่​พบ​ความ​ผิด​อะไร​ใน​ตัว‍เขา​เลย”

[5] พระ‍เยซู​จึง​เสด็จ​ออก​มา ทรง​สวม​มง‌กุฎ​ทำ​ด้วย​หนาม​และ​ทรง​สวม​เสื้อ​สี‍ม่วง ปีลาต​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “คน​นี้​ไง​ล่ะ”

[6] เมื่อ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​เจ้า‍หน้า‍ที่​เห็น​พระ‍องค์ พวก​เขา​ก็​ร้อง​อื้อ‍อึง​ว่า “ตรึง​เขา​เสีย ตรึง​เขา​เสีย” ปีลาต​กล่าว​กับ​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​จง​พา​เขา​ไป​ตรึง​เอา​เอง เพราะ​เรา​ไม่​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​ผิด​เลย”

[7] พวก​ยิว​ตอบ​ท่าน​ว่า “เรา​มี​กฎ‍หมาย และ​ตาม​กฎ‍หมาย​นั้น​เขา​สม‍ควร​ตาย เพราะ​เขา​ตั้ง​ตัว​เป็น​พระ‍บุตร​ของ​พระ‍เจ้า”

[8] เมื่อ​ปีลาต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ท่าน​ก็​ตก‍ใจ​กลัว​มาก​ขึ้น

[9] ท่าน​เข้า​ไป​ใน​กอง​บัญ‌ชา​การ​ปรี‌โท‌เรียม​อีก​และ​ทูล​ถาม​พระ‍เยซู​ว่า “เจ้า​มา​จาก​ไหน?” แต่​พระ‍เยซู​ไม่​ตรัส​ตอบ​อะไร

[10] ปีลาต​จึง​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​พูด​กับ​เรา​หรือ? เจ้า​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​เรา​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ที่​จะ​ปล่อย​เจ้า และ​มี​อำ‌นาจ​ที่​จะ​ตรึง​เจ้า​ที่​กาง‌เขน​ได้?”

[11] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ท่าน​จะ​ไม่​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​เหนือ​เรา​นอก‍จาก​จะ​ประทาน​แก่​ท่าน​จาก​เบื้อง‍บน เพราะ​เหตุ‍นี้​คน​ที่​มอบ​เรา​ไว้​กับ​ท่าน​จึง​มี​ความ​ผิด​มาก​กว่า​ท่าน”

[12] ตั้ง‍แต่​นั้น​ปีลาต​ก็​หา​โอ‌กาส​ที่​จะ​ปล่อย​พระ‍องค์ แต่​พวก​ยิว​ร้อง​อื้อ‍อึง​ว่า “ถ้า​ท่าน​ปล่อย​ชาย​คน​นี้ ท่าน​ก็​ไม่​ใช่​มิตร​ของ​ซีซาร์ ทุก‍คน​ที่​ตั้ง​ตัว​เป็น​กษัตริย์​ก็​ต่อ‍ต้าน​ซีซาร์”

[13] เมื่อ​ปีลาต​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ท่าน​จึง​พา​พระ‍เยซู​ออก​มา แล้ว​นั่ง​บัล‌ลังก์​พิ‌พาก‌ษา​ตรง​ที่​ที่​เรียก‍ว่า ลาน‍ปู‍ศิลา ภา‌ษา​ฮีบรู​เรียก​ว่า กับ‌บา‌ธา

[14] วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม​ปัส‌กา เวลา​ประ‌มาณ​เที่ยง ท่าน​พูด​กับ​พวก​ยิว​ว่า “นี่​คือ​กษัตริย์​ของ​พวก​ท่าน”

[15] พวก​เขา​ร้อง​อื้อ‍อึง​ว่า “เอา​มัน​ไป เอา​มัน​ไป เอา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน” ปีลาต​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “จะ​ให้​เรา​ตรึง​กษัตริย์​ของ​พวก​ท่าน​หรือ?” พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่​มี​กษัตริย์​อื่น​นอก​จาก​ซีซาร์”

[16] แล้ว​ปีลาต​ก็​มอบ​พระ‍องค์​ให้​เขา​ไป​ตรึง​ที่​กาง‌เขน พวก​ทหาร​จึง​พา​พระ‍เยซู​ไป

[17] และ​พระ‍องค์​ทรง​แบก​กาง‌เขน​ของ​พระ‍องค์​ไป​ยัง​ที่​ที่​เรียก​ว่า กะ‌โหลก​ศีรษะ ภา‌ษา​ฮีบรู​เรียก​ว่า กล‌โก‌ธา

[18] ที่‍นั่น​พวก​เขา​ตรึง​พระ‍องค์​ไว้​ที่​กาง‌เขน​พร้อม​กับ​ชาย​อีก​สอง​คน​คน​ละ​ข้าง โดย​มี​พระ‍เยซู​ทรง​อยู่​กลาง

[19] ปีลาต​ให้​เขียน​ป้าย​ติด​ไว้​บน​กาง‌เขน​อ่าน​ว่า “เยซู​ชาว​นาซา‌เร็ธ​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว”

[20] พวก​ยิว​จำ‌นวน​มาก​ได้​อ่าน​ป้าย​นี้ เพราะ​ที่​ที่​เขา​ตรึง​พระ‍เยซู​นั้น​อยู่​ใกล้​กับ​กรุง และ​ป้าย​นั้น​เขียน​เป็น​ภา‌ษา​ฮีบรู ภา‌ษา​ลา‌ติน และ​ภาษา​กรีก

[21] พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​ของ​พวก​ยิว​จึง​เรียน​ปีลาต​ว่า “อย่า​เขียน​ว่า ‘กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว’ แต่​เขียน​ว่า ‘คน​นี้​บอก​ว่า “เรา​เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​ยิว” ’ ”

[22] ปีลาต​ตอบ​ว่า “อะไร​ที่​เรา​เขียน​แล้ว​ก็​แล้ว​ไป”

[23] เมื่อ​พวก​ทหาร​ตรึง​พระ‍เยซู​ไว้​ที่​กาง‌เขน​แล้ว พวก​เขา​ก็​เอา​เสื้อ​ของ​พระ‍องค์​มา​แบ่ง​ออก​เป็น​สี่​ส่วน ให้​ทหาร​คน​ละ​ส่วน เว้น​แต่​เสื้อ​ใน เสื้อ​ใน​นั้น​ไม่​มี​ตะ‌เข็บ ทอ​เป็น​ผืน​เดียว​ตลอด

[24] เพราะ​ฉะนั้น​พวก​เขา​จึง​ปรึก‌ษา​กัน​ว่า “เรา​อย่า​ฉีก​แบ่ง​กัน​เลย แต่​ให้​เรา​จับ​ฉลาก​กัน จะ​ได้​รู้​ว่า​ใคร​จะ​ได้​เป็น​เจ้า‍ของ” ทั้ง‍นี้​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ข้อ​พระ​คัม‌ภีร์​ที่​ว่า “เสื้อ​ผ้า​ของ​ข้า‍พระ‍องค์ เขา​แบ่ง​กัน และ​เสื้อ​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​เขา​จับฉลาก​กัน” พวก​ทหาร​ทำ​กัน​อย่าง​นี้

[25] คน​ที่​ยืน​อยู่​ข้าง​กาง‌เขน​ของ​พระ‍เยซู​นั้น​มี​มาร‌ดา​กับ​น้า‍สาว​ของ​พระ‍องค์ มา‌รีย์​ภรร‌ยา​ของ​เคล‌โอ‌ปัส​และ​มา‌รีย์​ชาว​มัก‌ดา‌ลา

[26] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​มาร‌ดา​ของ​พระ‍องค์ และ​สา‌วก​คน​ที่​พระ‍องค์​ทรง​รัก​ยืน​อยู่​ใกล้​พระ‍องค์ จึง​ตรัส​กับ​มาร‌ดา​ของ​พระ‍องค์​ว่า “หญิง​เอ๋ย นี่​คือ​บุตร​ของ​ท่าน”

[27] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​สา‌วก​คน​นั้น​ว่า “นี่​คือ​มาร‌ดา​ของ​ท่าน” แล้ว​สา‌วก​คน​นั้น​ก็​รับ​มารดา​ของ​พระ‍องค์​มา​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ตน​ตั้ง‍แต่​เวลา​นั้น

[28] หลัง‍จาก​นั้น​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​ทุก​สิ่ง​สำ‌เร็จ​แล้ว และ​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ข้อ​พระ​คัม‌ภีร์ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ว่า “เรา​กระ‌หาย​น้ำ”

[29] ที่​นั่น​มี​ภาชนะ​ใส่​เหล้า‍องุ่น​เปรี้ยว​วาง​อยู่ พวก​เขา​จึง​เอา​ฟอง‍น้ำ​ชุบ​เหล้า‍องุ่น​เปรี้ยว​ใส่​ปลาย​ไม้​หุสบ ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​พระ‍โอษฐ์​ของ​พระ‍องค์

[30] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​รับ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​แล้ว พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “สำ‌เร็จ​แล้ว” และ​ก้ม​พระ‍เศียร​ลง​สิ้น​พระ‍ชนม์

[31] วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม พวก​ยิว​จึง​ขอ​ปีลาต​ให้​ทุบ​ขา​ของ​คน​ที่​ถูก​ตรึง​ให้​หัก​และ​ยก​ศพ​ออก​ไป เพื่อ​ไม่​ให้​ศพ​ค้าง​อยู่​ที่​กาง‌เขน​ใน​วัน​สะ‌บา‌โต (เพราะ​วัน​สะ‌บา‌โต​นั้น​เป็น​วัน​ใหญ่)

[32] ดัง​นั้น พวก​ทหาร​จึง​มา​ทุบ​ขา​ของ​คน​แรก​และ​ขา​ของ​อีก​คน​ที่​ถูก​ตรึง​อยู่​กับ​พระ‍องค์

[33] แต่​เมื่อ​มา​ถึง​พระ‍เยซู​และ​เห็น​ว่า พระ‍องค์​สิ้น​พระ‍ชนม์​แล้ว พวก​เขา​จึง​ไม่​ได้​ทุบ​ขา​ของ​พระ‍องค์

[34] แต่​ทหาร​คน​หนึ่ง​เอา​ทวน​แทง​ที่​สี‍ข้าง​ของ​พระ‍องค์ และ​โล‌หิต​กับ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา​ทัน‍ที

[35] คน​นั้น​ที่​เห็น​ก็​เป็น​พยาน และ​คำ​พยาน​ของ​เขา​ก็​เป็น​ความ‍จริง และ​เขา​ก็​รู้​ว่า​เขา​พูด​ความ‍จริง​เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​เชื่อ

[36] เพราะ​สิ่ง​เหล่า‍นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​เป็น​จริง​ตาม​ข้อ​พระ​คัม‌ภีร์​ที่​ว่า“พระ‍อัฐิ ​ของ​พระ‍องค์​จะ​ไม่​หัก​สัก​ชิ้น​เดียว”

[37] และ​มี​ข้อ​พระ​คัม‌ภีร์​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ว่า“พวก​เขา​จะ​มอง​ดู​พระ‍องค์​ผู้​ที่​เขา​แทง”

[38] หลัง‍จาก​นั้น โย‌เซฟ​จาก​อาริ‌มา‌เธีย​ซึ่ง​เป็น​สา‌วก​ลับๆ ของ​พระ‍เยซู​เนื่อง​จาก​กลัว​พวก​ยิว ก็​มา​ขอ​พระ‍ศพ​พระ‍เยซู​จาก​ปีลาต และ​ปีลาต​ก็​อนุ‌ญาต โย‌เซฟ​จึง​มา​อัญ​เชิญ​พระ‍ศพ​ของ​พระ‍องค์​ไป

[39] นิ‌โค‌เด‌มัส​คน​ที่​ตอน‍แรก​เคย​ไป‍หา​พระ‍องค์​ใน​เวลา​กลาง‍คืน​นั้น ก็​มา เขา​นำ​เครื่อง​หอม​ผสม​คือ​มด‌ยอบ​กับ​กฤษ‌ณา​หนัก​ประ‌มาณ​สาม​สิบ​กิโล‌กรัม​มา​ด้วย

[40] เขา​ทั้ง​สอง​อัน​เชิญ​พระ‍ศพ​พระ‍เยซู​มา แล้ว​เอา​ผ้า‍ป่าน​กับ​เครื่อง​หอม​พัน​พระ‍ศพ​นั้น​ตาม​ธรรม‌เนียม​ฝัง​ศพ​ของ​พวก​ยิว

[41] ใน​บริ‌เวณ​ที่​พระ‍องค์​ถูก​ตรึง​นั้น​มี​สวน​แห่ง​หนึ่ง ใน​สวน​นั้น​มี​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ใหม่​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ฝัง​ศพ​ใคร​เลย

[42] เนื่อง​จาก​วัน​นั้น​เป็น​วัน​เตรียม​ของ​พวก​ยิว​และ​เพราะ​อุโมงค์​นั้น​อยู่​ใกล้ เขา​จึง​บรรจุ​พระ‍ศพ​พระ‍เยซู​ไว้​ที่​นั่น

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ยอห์น — Chapters