Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 11:04

[1] พระ‍องค์​ทรง​เรียก​สา‌วก​สิบ‍สอง​คน​มา​พร้อม​กัน แล้ว​ทรง​ให้​พวก​เขา​มี​ฤทธิ์‍เดชและ​สิทธิ​อำ‌นาจ​เหนือ​ผี​ทั้ง‍หลาย และ​รักษา​โรค​ต่างๆ ให้​หาย​ได้

[2] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​ใช้​เขา​ทั้ง‍หลาย​ไป​ประ‌กาศ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระเจ้าและ​รักษา​คน‍ป่วย​ให้​หาย

[3] พระ‍องค์​ทรง​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “อย่า​เอา​อะไร​ไป​ใช้​ตาม​ทาง เช่น​ไม้เท้า หรือ​ย่าม หรือ​อาหาร หรือ​เงิน หรือ​เสื้อ​สอง​ตัว

[4] และ​ถ้า​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ไหน ก็​จง​อาศัย​อยู่​ใน​บ้าน​นั้น​จน‍กว่า​จะ​จาก​ไป

[5] ถ้า​มี​ใคร​ไม่​ต้อน‍รับ​พวก​ท่าน เมื่อ​ท่าน​จะ​ไป​จาก​เมือง​นั้น จง​สะบัด​ผง‍คลี​ดิน​ออก​จาก​เท้า​ของ​ท่าน​เพื่อ​เป็น​ประ‌จักษ์​พยาน​ต่อ‍ต้าน​พวก​เขา ”

[6] พวก​สา‌วก​จึง​ออก​ไป​ตาม​หมู่​บ้าน ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ และ​รัก‌ษา​คน‍ป่วย​ทุก​แห่ง​หน​ให้​หาย

[7] เฮ‌โรด​เจ้า‍เมือง​ได้​ยิน​เรื่อง​เหตุ‍การณ์​ทั้ง‍หมด​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น ก็​รู้สึก​สับสน​มาก เพราะ​บาง‍คน​บอก​ว่า​ยอห์น​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว

[8] บาง‍คน​บอก​ว่า​เอลี‌ยาห์​มา​ปรา‌กฏ คน​อื่น​ว่า​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​โบ‌ราณ​กลับ​เป็น​ขึ้น​มา

[9] เฮ‌โรด​จึง​กล่าว​ว่า “ยอห์น​คน​นั้น​เรา​ตัด​ศีรษะ​ไป​แล้ว แต่​คน‍นี้​ที่​เรา​ได้​ยิน​เรื่อง​ราว​ต่างๆ เป็น​ใคร​กัน​แน่?” แล้ว​เฮ‌โรด​จึง​หา​โอ‌กาส​ที่​จะ​พบ​พระ‍องค์

[10] เมื่อ​บรรดา​อัคร‌ทูต​กลับ​มา​แล้ว พวก​เขา​ทูล​พระ‍เยซู​ถึง​สิ่ง​ที่​ได้​ทำ​นั้น พระ‍องค์​จึง​พา​เขา​ออก​ไป​ตาม​ลำ‌พัง​ใกล้​เมือง​ที่​เรียก​ว่า​เบธ‌ไซ‌ดา

[11] แต่​เมื่อ​ฝูง‍ชน​รู้​แล้ว​จึง​ตาม​พระ‍องค์​ไป พระ‍องค์​ทรง​ต้อน‍รับ​พวก​เขา ตรัส​สั่ง‍สอน​ถึง​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า และ​ทุก‍คน​ที่​ต้อง‍การ​หาย​โรค​พระ‍องค์​ก็​ทรง​รัก‌ษา

[12] เมื่อ​กำ‌ลัง​จะ​ใกล้​ค่ำ สา‌วก​สิบ‍สอง​คน​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ขอ​ส่ง​ฝูง‍ชน​ไป​ตาม​หมู่​บ้าน​ต่างๆ ที่​อยู่​แถว​นี้​เพื่อ​หา​ที่พัก​และ​อาหาร เพราะ​ที่​ที่​เรา​อยู่​นี้​เป็น​ที่​เปลี่ยว”

[13] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้งหลาย​ว่า “พวก​ท่าน​จง​เลี้ยง​เขา​เถิด” เขา​ทูล​ว่า “เรา​ไม่‍มี​อะไร​มาก มี​แค่​ขนม‍ปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว นอก​เสีย​จาก​จะ​ไป​หา​ซื้อ​อาหาร​ให้​ประ‌ชา‍ชน​ทั้ง​หมด​นี้”

[14] เพราะ‍มี​ผู้‍ชาย​อยู่​ที่​นั่น​ประ‌มาณ​ห้า‍พัน​คน พระ‍องค์​จึง​สั่ง​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “จง​ให้​พวก​เขา​นั่ง​ลง​เป็น​หมู่ๆ หมู่​ละ​ประ‌มาณ​ห้า‍สิบ​คน”

[15] สา‌วก​ก็​ทำ​ตาม คือ​ให้​ทุก‍คน​นั่ง​ลง

[16] เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง​รับ​ขนม‍ปัง​ห้า​ก้อน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​นั้น​แล้ว ก็​แหงน​พระ‍พักตร์​ดู​ฟ้า​สวรรค์ ขอ‍พระ​พร แล้ว​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​พวก​สา‌วก​เอา​ไป​แจก​จ่าย​ฝูง‍ชน

[17] พวก​เขา​ก็​ได้​กิน​อิ่ม​กัน​ทุก‍คน แล้ว​พวก​สา‌วก​ยัง​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​นั้น​ได้​ถึง​สิบ‍สอง​ตะกร้า

[18] ขณะ​ที่​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​อธิษ‌ฐาน​อยู่​ตาม​ลำ‌พัง​โดย​มี​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​อยู่​ใกล้ๆ พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “คน​ทั้ง‍หลาย​พูด​กัน​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?”

[19] พวก​เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “เป็น​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ‌ติศ‌มา แต่​บาง‍คน​ว่า​เป็น​เอลี‌ยาห์ ส่วน​คน​อื่นๆ ก็​ว่า​เป็น​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​โบ‌ราณ​ที่​กลับ​เป็น​ขึ้น​มา”

[20] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​ท่าน​เอง​คิด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?” เป‌โตร​ทูล​ตอบ​ว่า “เป็น​พระ‍คริสต์ ​ของ​พระ‍เจ้า”

[21] พระ‍องค์​จึง​กำ‌ชับ​สั่ง​พวก​เขา​ไม่​ให้​บอก​ใคร​เรื่อง​นี้

[22] และ​ตรัส​ว่า “บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​หลาย​อย่าง พวก​ผู้ใหญ่ พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​จะ​ปฏิเสธ​ท่าน และ​ใน​ที่‍สุด​ท่าน​จะ​ต้อง​ถูก​ประ‌หาร​ชีวิต แต่​ใน​วัน​ที่​สาม พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​ให้ท่าน​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่”

[23] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ทุก‍คน​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​มา​ติด‍ตาม​เรา ให้​คน​นั้น​ปฏิ‌เสธ​ตน​เอง รับ​กาง‌เขน​ของ​ตน​แบก​ทุก‍วัน​และ​ตาม​เรา​มา

[24] เพราะ‍ว่า​ใคร​ต้อง‍การ​จะ​เอา​ชีวิต​รอด คน‍นั้น​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​ใคร​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา คน‍นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด

[25] เพราะ​เขา​จะ​ได้​ประ‌โยชน์​อะไร ถ้า​ได้​สิ่ง​ของ​สิ้น​ทั้ง​โลก​แต่​ทำลาย​หรือ​สูญ​เสีย​ตัว​เอง​ไป

[26] ถ้า​ใคร​มี​ความ​อาย​เพราะ​เรา​และ​ถ้อย​คำ​ของ​เรา บุตร‍มนุษย์​ก็​จะ​มี​ความ​อาย​เพราะ​คน‍นั้น​เมื่อ​ท่าน​มา​ด้วย​พระ‍รัศมี​ของ​ท่าน และ​ของ​พระ‍บิดา และ​รัศมี​ของ​เหล่า​ทูต‍สวรรค์​บริสุทธิ์

[27] แต่​เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า มี​บาง‍คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​จะ​ยัง​ไม่​พบ​ความ‍ตาย ​จน‍กว่า​จะ​ได้​เห็น​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

[28] หลัง​จาก​พระ‍องค์​ตรัส​คำ​เหล่า​นั้น​ได้​ประ‌มาณ​แปด​วัน พระ‍องค์​ทรง​พา​เป‌โตร ยอห์น และ​ยา‌กอบ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​เพื่อ​จะ​อธิษ‌ฐาน

[29] ขณะ​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​อธิษ‌ฐาน​อยู่ พระ‍พักตร์​ของ​พระ‍องค์​ก็​เปลี่ยน​ไป และ​ฉลอง‍พระ‍องค์​ก็​ขาว​จน​พร่า​ตา

[30] และ​นี่‍แน่ะ มี​สอง​คน​สน‌ทนา​อยู่​กับ​พระ‍องค์ คือ​โม‌เสส​และ​เอลี‌ยาห์

[31] ผู้​มา​ปรา‌กฏ​ด้วย​รัศมี และ​กำ‌ลัง​กล่าว​ถึง​การ​จาก​ไป​ของ​พระ‍องค์​ซึ่ง​ใกล้​จะ​สำ‌เร็จ​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[32] ส่วน​เป‌โตร​กับ​คน​ที่​อยู่​ด้วย​นั้น​กำ‌ลัง​ง่วง‍เหงา​หาว‍นอน แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ตา​สว่าง​ขึ้น เขา​ก็​เห็น​พระ‍รัศมี​ของ​พระ‍องค์​และ​เห็น​สอง​คน​นั้น​ที่​ยืน​อยู่​กับ​พระ‍องค์

[33] เมื่อ​สอง​คน​นั้น​กำ‌ลัง​จะ​ลา​จาก​พระ‍องค์​ไป เป‌โตร​ทูล​พระ‍เยซู​ว่า “พระ​อา‌จารย์ ดี​จริงๆ ที่​เรา​ได้​มา​อยู่​ที่​นี่ น่า​จะ​ทำ​เพิง​ขึ้น​สาม​หลัง สำ‌หรับ​พระ‍องค์​หลัง​หนึ่ง สำ‌หรับ​โม‌เสส​หลัง​หนึ่ง และ​สำ‌หรับ​เอลี‌ยาห์​หลัง​หนึ่ง” เป‌โตร​ไม่​รู้​ตัว​ว่า​พูด​อะไร​ออก​ไป

[34] ขณะ​ที่​เขา​กำ‌ลัง​พูด​อยู่​นั้น ก็​มี​เมฆ​มา​ปก‍คลุม​พวก​เขา​ไว้ และ​เมื่อ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​เมฆ​นั้น​พวก​เขา​ก็​กลัว

[35] แล้ว​มี​พระ‍สุรเสียง​ดัง​ออก​มา​จาก​เมฆ​นั้น​ว่า “ผู้​นี้​เป็น​บุตร​ของ​เรา เป็น​ผู้​ที่​เรา​เลือก‍สรร​ไว้ จง​เชื่อ‍ฟัง​ท่าน​เถิด”

[36] เมื่อ​สิ้น​พระ‍สุรเสียง​นั้น​แล้ว พระ‍เยซู​ก็​ทรง​ปรากฏ​อยู่​เพียง​ลำพัง พวก​เขา​ก็​ปิด​เรื่อง​นี้​เงียบ และ​ใน​ช่วง​เวลา​ต่อ​มา​เขา​ไม่​ได้​เล่า​ให้​ใคร​ฟัง​ถึง​สิ่ง​ที่​เขา​เห็น​นั้น

[37] วัน​รุ่ง‍ขึ้น​เมื่อ​พระ‍องค์​กับ​สา‌วก​สาม​คน​นั้น​ลง​มา​จาก​ภูเขา​แล้ว มหา​ชน​มา‍พบ​พระ‍องค์

[38] นี่‍แน่ะ มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูง​ชน​ร้อง​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ โปรด​ช่วย​ดู​ลูก​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ด้วย เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​มี​ลูก​เพียง​คน​เดียว

[39] เวลา​เขา​ถูก​ผี​สิง เด็ก​ก็​กรีด‍ร้อง​ขึ้น​ทัน‍ที ผี​มัก​จะ​ทำ​ให้​เขา​ชัก​ดิ้น​ชัก​งอ​จน​น้ำ‍ลาย​ฟูม​ปาก ทำ​ให้​เนื้อตัว​เขา​ฟก‍ช้ำ และ​ไม่​ค่อย​ยอม​ออก​จาก​ตัว‍เขา

[40] ข้าพ‌เจ้า​ขอ​ให้​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ขับ​มัน​ออก แต่​เขา​ทำไม่​ได้”

[41] พระ‍เยซู​จึงตรัส​ตอบ​ว่า “โอ นี่​เป็น​ยุค​ที่​ขาด​ความ​เชื่อ​และ​วิปลาส เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​ท่าน​นาน​แค่​ไหน? และ​จะ​ต้อง​อด​กลั้น​กับ​พวก​ท่าน​นาน​เพียง​ไร? จง​ไป​พา​บุตร​ของ​ท่าน​มา​ที่​นี่”

[42] ระหว่าง​ที่​เด็ก​คน​นั้น​กำ‌ลัง​มา ผี​ก็​ทำ​ให้​เขา​ล้ม​ลง​ชัก แต่​พระ‍เยซู​ตรัส​สำ‌ทับ​ผี​โส‌โครก​นั้น และ​ทรง​รัก‌ษา​เด็ก​ให้​หาย แล้ว​ส่ง​คืน​ให้​บิดา​ของ​เขา

[43] ทุก‍คน​ต่าง​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​มาก​ใน​ความ​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ‍เจ้า ระหว่าง​ที่​พวก​เขา​ยัง​ประ‌หลาด​ใจ​อยู่​เพราะ​เหตุ‍การณ์​ทุก​อย่าง​ที่​พระ‍เยซู​ทรง​ทำ​นั้น พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า

[44] “จง​ฟัง​คำ​เหล่า​นี้​ให้​ดี คือ​ว่า​บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​มนุษย์”

[45] แต่​พวก​สา‌วก​ไม่​เข้าใจ​คำ‍ตรัส​นี้ เพราะ​ความ​หมาย​ถูก​ซ่อน​ไว้​จาก​พวก​เขา เพื่อ​เขา​จะไม่​เข้า‍ใจ และ​พวก​เขา​ไม่‍กล้า​ถาม​พระ‍องค์​ถึง​เรื่อง​นี้

[46] มี​การ​ทุ่ม​เถียง​กัน​เกิด​ขึ้น​ท่าม‍กลาง​พวก​สา‌วก​ว่า​ใน​พวก​เขา​ใคร​ยิ่ง‍ใหญ่​ที่​สุด

[47] พระ‍เยซู​ทรง​หยั่ง​รู้​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​พวก​เขา จึง​ให้​เด็ก​คน​หนึ่ง​มา​ยืน​อยู่​ข้างๆ พระ‍องค์

[48] แล้ว​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​ใคร​ยอม​รับ​เด็ก​เล็กๆ คน‍นี้​ใน​นาม​ของ​เรา คน‍นั้น​ก็​ยอม‍รับ​เรา และ​ใคร​ที่​ยอม​รับ​เรา คน​นั้น​ก็​ยอม​รับ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา เพราะ​คน​ที่​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​ใน​พวก​ท่าน​คือ​คน​ที่​ยิ่ง‍ใหญ่​ที่​สุด”

[49] ยอห์น​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “อาจารย์ พวก​ข้า‍พระ‍องค์​เห็น​คน​หนึ่ง​ขับ‍ผี​ออก​โดย​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์ และ​ข้า‍พระ‍องค์​ห้าม​เขา​เพราะ​เขา​ไม่​ได้​อยู่​ใน​กลุ่ม​เรา”

[50] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “อย่า​ห้าม​เขา​เลย เพราะ‍ว่า​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ไม่​ได้​ต่อ‍สู้​ท่าน​ก็​อยู่​ฝ่าย​เดียว​กับ​ท่าน​แล้ว”

[51] เมื่อ​ใกล้​เวลา​ที่​พระ‍องค์​จะ​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป พระ‍องค์​ตั้ง​พระ‍ทัย​ที่​จะ​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[52] และ​พระ‍องค์​ทรง​ใช้​ผู้​ส่ง​ข่าว​ล่วง​หน้า​ไป​ก่อน พวก​เขา​ก็​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​แห่ง​หนึ่ง​ของ​ชาว​สะ‌มา‌เรีย​เพื่อ​ไป​จัด​เตรียม​ให้​พระ‍องค์

[53] แต่​ชาว‍บ้าน​เหล่า​นั้น​ไม่​ต้อนรับ​พระ‍องค์​เนื่อง​จาก​ตั้ง​พระทัย​ที่​จะ​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[54] เมื่อ​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​คือ​ยา‌กอบ​และ​ยอห์น​เห็น​อย่าง‍นั้น​ก็​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ทรง​ต้องการ​ให้​พวก​ข้า‌พระ‍องค์​ขอ​ไฟ​จาก​สวรรค์​ลง​มา​เผา​ผลาญ​พวก​เขา ​ไหม? ”

[55] แต่​พระ‍องค์​ทรง​หัน​มา​ตรัส​ห้าม​พวก​เขา

[56] แล้ว​พระ‍องค์​กับ​พวก​สา‌วก​ก็​เดิน‍ทาง​ต่อ​ไป​ที่​หมู่​บ้าน​อีก​แห่ง​หนึ่ง

[57] เมื่อ​พระ‍องค์​กับ​บรร‌ดา​สา‌วก​กำ‌ลัง​เดิน‍ทาง​ไป มี​คน​หนึ่ง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​ไป​ทาง​ไหน ข้าพ‌เจ้า​จะ​ตาม​ท่าน​ไป​ทาง​นั้น”

[58] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “หมา​จิ้งจอก​ยัง​มี​โพรง​และ​นก​ใน​อา‌กาศ​ก็​ยัง​มี​รัง แต่​บุตร‍มนุษย์​ไม่​มี​ที่​ที่​จะ​วาง​ศีรษะ”

[59] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า “จง​ตาม​เรา​มา​เถิด” แต่​คน​นั้น​ทูล​ตอบ​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​โปรด​อนุ‌ญาต​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​ไป​ฝัง​ศพ​พ่อ​ก่อน”

[60] แต่​พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ปล่อย​ให้​คน‍ตาย​ฝัง​คน‍ตาย​ของ​เขา​เอง​เถิด ส่วน​ท่าน​จง​ไป​ประ‌กาศ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

[61] แล้ว​มี​อีก​คน​หนึ่ง​มา​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ข้า‍พระ‍องค์​จะ​ตาม​พระ‍องค์​ไป แต่​ขอ​โปรด​อนุ‌ญาต​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​อำลา​คน​ที่​บ้าน​ก่อน”

[62] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ไม่​มี​ใคร​ที่​เอา​มือ​จับ​คัน‍ไถ​แล้ว​หัน‍หลัง​กลับ จะ​สม‍ควร​กับ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters