Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:04

[1] ต่อ‍มา​ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ทรง‍ยืน​อยู่​บน​ฝั่ง​ทะเล‍สาบ​เยน‌เน‌ซา‌เรท และ​ฝูง‍ชน​กำลัง​เบียด​เสียด​พระ‍องค์​เพื่อ​ฟัง​พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍เจ้า​นั้น

[2] พระ‍องค์​ทอดพระเนตร​เห็น​เรือ​สอง​ลำ​จอด​อยู่​ที่​ริม​ฝั่ง​ทะเล‍สาบ แต่​ชาว‍ประ‌มง​ขึ้น​จาก​เรือ​แล้ว​และ​กำ‌ลัง​ซัก‍อวน​อยู่

[3] พระ‍องค์​จึง​เสด็จ​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​เรือ​ของ​ซีโมน ทรง​ขอ​ให้​เขา​ถอย​ออก​ไป​จาก​ฝั่ง​หน่อย​หนึ่ง แล้ว​พระ‍องค์​ประทับ​ลง​สอน​ฝูง‍ชน​จาก​เรือ​ลำ​นั้น

[4] เมื่อ​พระ‍องค์​ตรัส​สอน​เสร็จ​แล้ว จึง​ตรัส​กับ​ซีโมน​ว่า “จง​ถอย​ออก​ไป​ที่​น้ำ​ลึก แล้ว​หย่อน​อวน​ลง​จับ​ปลา”

[5] ซีโมน​ทูล​ตอบ​ว่า “อา‌จารย์ เรา​ทอด‍อวน​มา​ตลอด​ทั้ง​คืน​แล้ว​ไม่‍ได้​อะไร​เลย แต่​ข้าพ‌เจ้า​ก็​จะ​หย่อน​อวน​ลง​ตาม​คำ​ของ​ท่าน”

[6] เมื่อ​พวก​เขา​หย่อน​ลง​แล้ว​ก็​จับ​ปลา​ได้​จำนวน​มาก ​จน​อวน​ของ​เขา​เริ่ม​จะ​ปริ

[7] พวก​เขา​จึง​ทำ​สัญ‌ญาณ​บอก​เพื่อนๆ ที่​อยู่​ใน​เรือ​อีก​ลำ​หนึ่ง​ให้​มา​ช่วย พวก​เขา​ก็​มา และ​ได้​ปลา​เต็ม​เรือ​ทั้ง​สอง​ลำ​จน​เรือ​เพียบ

[8] เมื่อ​ซีโมน‍เป‌โตร​เห็น​อย่าง‍นั้น​แล้ว ก็​ทรุด​ตัว​ลง​ที่​เข่า​ของ​พระ‍เยซู​ทูล​ว่า “นาย​เจ้า‍ข้า ขอ​ท่าน​ไป​ให้​ห่าง​จาก​ข้าพ‌เจ้า​เถิด เพราะ​ว่า​ข้าพ‌เจ้า​เป็น​คน‍บาป”

[9] เนื่อง‍จาก​เขา​กับ​คน​ทั้งหลาย​ที่​อยู่​ด้วย​กัน​ประ‌หลาด​ใจ​เรื่อง​ปลา​ที่​เขา​จับ​ได้​นั้น

[10] ยา‌กอบ​และ​ยอห์น​บุตร​ของ​เศ‌เบดี ซึ่ง​เป็น​เพื่อน​ร่วม​อาชีพ​กับ​ซีโมน​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​เหมือน​กัน พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​ซีโมน​ว่า “อย่า​กลัว​เลย ตั้ง‍แต่​นี้​ไป​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​จับ ​คน”

[11] เมื่อ​นำ​เรือ​มา​ถึง​ฝั่ง​แล้ว พวก​เขา​ก็​สละ​ทิ้ง​ทุก‍สิ่ง​ทุก‍อย่าง​และ​ตาม​พระ‍องค์​ไป

[12] ต่อ‍มา​ขณะ‍ที่​พระ‍เยซู​ประทับ​อยู่​ใน​เมือง​แห่ง​หนึ่ง ที่‍นั่น​มี​คน​หนึ่ง​เป็น​โรค​เรื้อน​เต็ม​ทั้ง​ตัว เมื่อ​เขา​เห็น​พระ‍เยซู​ก็​ซบ‍หน้า​ลง​ถึง​ดิน​ทูล​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​เพียง​แต่​พระ‍องค์​เต็ม​พระ‍ทัย​เท่า‍นั้น ก็​จะ​ทำ​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​หาย​สะอาด​ได้”

[13] พระ‍องค์​จึง​ยื่น​พระ‍หัตถ์​แตะ‍ต้อง​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “เรา​เต็ม‍ใจ จง​หาย​สะอาด​เถิด” ทัน‍ใด​นั้น​โรค​เรื้อน​ของ​เขา​ก็​หาย

[14] พระ‍องค์​จึง​กำ‌ชับ​เขา​ไม่‍ให้​บอก​ใคร และ​ตรัส​ว่า “จง​ไป​แสดง​ตัว​ต่อ​ปุโร‌หิต และ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​สำ‌หรับ​คน​ที่​หาย​โรค​เรื้อน​แล้ว​ตาม​ที่​โม‌เสส​สั่ง​ไว้ เพื่อ​เป็น​หลัก‍ฐาน​ยืน‍ยัน​ต่อ​ทุกคน”

[15] แต่​กิตติ‍ศัพท์​ของ​พระ‍องค์​ยิ่ง​เลื่อง‍ลือ​ไป และ​มหา​ชน​มา​ชุม‌นุม​กัน​เพื่อ​จะ​ฟัง​พระ‍องค์​และ​รับ​การ​รัก‌ษา​โรค​ต่างๆ

[16] แต่​พระ‍องค์​มัก​จะ​เสด็จ​ออก​ไป​ยัง​ที่​เปลี่ยว​และ​ทรง​อธิษ‌ฐาน

[17] ต่อ‍มา​วัน‍หนึ่ง ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ทรง​สั่ง‍สอน​อยู่ มี​พวก​ฟา‌ริสี​และ​พวก​อา‌จารย์​สอน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​มา​นั่ง​อยู่​ด้วย เป็น​คน​ที่​มา‍จาก​ทั่ว​ทุก​หมู่‍บ้าน​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี แคว้น​ยูเดีย และ​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม ฤทธิ์‍เดช​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​ก็​อยู่​กับ​พระ‍องค์​เพื่อ​ที่​จะ​รัก‌ษา​โรค​ได้

[18] และ​นี่‍แน่ะ มี​บาง‍คน​หาม​คน‍ง่อย​ซึ่ง​นอน​อยู่​บน​ที่‍นอน​มา พวก​เขา​พยา‌ยาม​หา​ทาง​หาม​คน‍ง่อย​เข้า​มา​วาง​ตรง​หน้า​พระ‍องค์

[19] แต่​หา​ทาง​เข้า​มา​ไม่‍ได้​เพราะ​มี​คน‍มาก เขา​จึง​ขึ้น​ไป​บน​หลัง‍คา​ตึก แล้ว​หย่อน​คน‍ง่อย​พร้อม​กับ​ที่‍นอน​ลง​มา​ตาม​ช่อง​กระ‌เบื้อง วาง​ตรง​หน้า​พระ‍เยซู​ท่าม‍กลาง​ฝูง​ชน

[20] เมื่อ​พระ‍องค์​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ว่า “เพื่อน​เอ๋ย บาป​ต่างๆ ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​ยก‍โทษ​แล้ว”

[21] พวก​ธรร‌มา‌จารย์​และ​พวก​ฟา‌ริสี​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า “คน‍นี้​พูด​หมิ่น‍ประ‌มาท​พระ‍เจ้า เขา​เป็น​ใคร​กัน? ใคร​จะ​อภัย‍บาป​ได้​นอก‍จาก​พระ‍เจ้า​เท่า​นั้น?”

[22] แต่​เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง‍ทราบ​ความ​คิด​ของ​พวก​เขา พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ทำไม​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จึง​คิด​ใน​ใจ​อย่าง​นี้?

[23] การ​ที่​พูด​ว่า ‘บาป​ต่างๆ ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​ยก‍โทษ​แล้ว’ กับ​การ​พูด​ว่า ‘จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ไป​เถิด’ แบบ​ไหน​จะ​ง่าย‍กว่า​กัน?

[24] แต่​ทั้ง​นี้​เพื่อ​ให้​พวก​ท่าน​รู้​ว่า​บุตร‍มนุษย์​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ใน​โลก​ที่​จะ​ยก​โทษ​บาป​ได้” พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​คน‍ง่อย​ว่า “เรา​สั่ง​ท่าน​ว่า​จง​ลุก​ขึ้น​ยก​ที่‍นอน​แล้ว​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ท่าน”

[25] ทัน‍ใด​นั้น​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ต่อ‍หน้า​ทุก‍คน ยก​ที่‍นอน​แล้ว​กลับ​บ้าน พร้อม​กับ​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍เจ้า

[26] ทุก‍คน​ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ​และ​ได้​ถวาย​พระ‍เกียรติ​แด่​พระ‍เจ้า ต่าง​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​เกรง​กลัว​และ​พูด​กัน​ว่า “วัน‍นี้​เรา​ได้‍เห็น​สิ่ง​ที่​เหลือ​เชื่อ”

[27] หลัง‍จาก​เหตุ‍การณ์​เหล่า​นั้นแล้ว พระ‍องค์​เสด็จ​ออก​ไป และ​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​คน​เก็บ​ภาษี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เลวี​นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​ภาษี จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ตาม​เรา​มา​เถิด”

[28] เขา​ก็​ลุก‍ขึ้น สละ​ทิ้ง​ทุก‍สิ่ง​และ​ตาม​พระ‍องค์​ไป

[29] แล้ว​เลวี​ก็​จัด​งาน​เลี้ยง​ใหญ่​เพื่อ​พระ‍องค์​ใน​บ้าน​ของ​ตน มี​คน​เก็บ​ภาษี​กลุ่ม​ใหญ่​และ​คน​อื่นๆ มา​ร่วม​ใน​งาน​นั้น​ด้วย

[30] พวก​ฟา‌ริสี​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​ใน​คณะ​ของ​เขา​ก็​บ่น​ว่า​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์ กล่าว​ว่า “ทำ‍ไม​พวก​ท่าน​มา​กิน​ดื่ม​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป? ”

[31] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “คน‍สบาย​ไม่​ต้อง‍การ​หมอ แต่​คน​เจ็บ​ป่วย​ต้อง​การ

[32] เรา​ไม่‍ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ชอบ‍ธรรม แต่​มา​เรียก​คน​บาป​ให้​กลับ‍ใจ​ใหม่”

[33] เขา​ทั้ง‍หลาย​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ศิษย์​ของ​ยอห์น​ถือ​อด​อาหาร​กัน​และ​อธิษ‌ฐาน​บ่อยๆ และ​ศิษย์​ของ​พวก​ฟา‌ริสี​ก็​ทำ​เหมือน​กัน แต่​ศิษย์​ของ​ท่าน​ทั้ง​กิน​ทั้ง​ดื่ม”

[34] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​จะ​ให้​เพื่อนๆ ของ​เจ้า‍บ่าว​อด​อาหาร​ขณะ​ที่​เจ้า‍บ่าว​ยัง​อยู่​กับ​เขา​อย่าง​นั้น​หรือ?

[35] แต่​วัน‍ที่​เจ้า‍บ่าว​จะ​ต้อง​จาก​สหาย​ไป​จะ​มา​ถึง และ​ใน​วัน​นั้น​เขา​จะ​ถือ​อด​อาหาร”

[36] แล้วพระ‍องค์​ทรง​กล่าว​คำ​เปรียบ‍เทียบ​เรื่อง​หนึ่ง​แก่​พวก​เขา​ด้วย “ไม่‍มี​ใคร​ฉีก​ผ้า​จาก​เสื้อ​ใหม่​มา​ปะ​เสื้อ​เก่า ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​เสื้อ​ใหม่​จะ​ขาด และ​ผ้า​ที่​ได้​จาก​เสื้อ​ใหม่​ก็​จะ​ไม่​เข้า​กับ​เสื้อ​เก่า​ด้วย

[37] ไม่‍มี​ใคร​เอา​เหล้า‍องุ่น​หมัก​ใหม่​ไป​ใส่​ไว้​ใน​ถุง‍หนัง​เก่า ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น เหล้า‍องุ่น​หมัก​ใหม่​จะ​ทำ​ให้​ถุง‍หนัง​เก่า​ขาด และ​เหล้า‍องุ่น​จะ​รั่ว ถุง‍หนัง​ก็​จะ​เสีย​ไป​ด้วย

[38] แต่​เหล้า‍องุ่น​หมัก​ใหม่​ต้อง​ใส่​ใน​ถุง‍หนัง​ใหม่

[39] ไม่‍มี​ใคร​เมื่อ​ดื่ม​เหล้า‍องุ่น​หมัก​เก่า​แล้ว จะ​อยาก​ได้​เหล้า‍องุ่น​หมัก​ใหม่ เพราะ​เขา​ย่อม​จะ​กล่าว​ว่า ‘ของ​เก่า​นั้น​ดี​กว่า’ ”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters