Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 10:05

[1] ใน​ช่วง​นั้น​มี​ฝูง​ชน​นับ​เป็น​พันๆ ชุม‌นุม​เบียด‍เสียด​กัน​อยู่ พระ‍เยซู​ทรง​เริ่ม​ตรัส​กับ​บรรดา​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ก่อน​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟา‌ริสี คือ​ความ​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด

[2] แต่​ไม่‍มี​อะไร​ที่​ปิด​บัง​ไว้​ที่​จะ​ไม่​เปิด​เผย หรือ​ความ​ลับ​ที่​จะ​ไม่​เผย​ให้​ประ‌จักษ์

[3] ถ้า​อย่าง‍นั้น สิ่ง​สาร‌พัด​ซึ่ง​ท่าน​ทั้งหลาย​กล่าว​ใน​ที่​มืด​จะ​ได้​ยิน​ใน​ที่​แจ้ง และ​ซึ่ง​กระ‌ซิบ​ใน​หู​ที่​ห้อง​ส่วน‍ตัว​จะ​ประ‌กาศ​บน​ดาด‍ฟ้า​หลัง‍คา​บ้าน

[4] “มิตร‍สหาย​ของ​เรา​เอ๋ย เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า อย่า​กลัว​ผู้​ที่​ฆ่า​ได้​แต่​กาย เสร็จ​แล้ว​ไม่​มี​อะไร​ที่​จะ​ทำ​ได้​อีก

[5] แต่​เรา​จะ​เตือน​ให้​ท่าน​รู้​ก่อน​ว่า​ควร​จะ​กลัว​ใคร จง​กลัว​พระ‍องค์​ผู้​ที่​เมื่อ​ทรง​ฆ่า​แล้ว​ก็​ยัง​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ที่​จะ​ทิ้ง​ลง​ใน​นรก​ได้ แท้‍จริง เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า​จง​กลัว​พระ‍องค์​นั้น​แหละ

[6] นก‍กระ‌จาบ​ห้า​ตัว​เขา​ขาย​สอง​อาส์‌ซา‌ริอัน ​ไม่‍ใช่​หรือ? และ​นก​นั้น​แม้​สัก​ตัว​เดียว​พระ‍เจ้า​ก็​ไม่​ได้​ทรง​ลืม​เลย

[7] ถึง​ผม​ของ​พวก​ท่าน​ก็​ทรง​นับ​ไว้​แล้ว​ทุก​เส้น อย่า​กลัว​เลย ท่าน​ก็​มี​ค่า​มาก​กว่า​นก‍กระ‌จาบ​หลาย​ตัว

[8] “และ​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ทุก‍คน​ที่​รับ​เรา​ต่อ‍หน้า​มนุษย์ บุตร‍มนุษย์​จะ​รับ​คน‍นั้น​ต่อ‍หน้า​บรรดา​ทูต‍สวรรค์​ของ​พระ‍เจ้า

[9] แต่​คน​ที่​ปฏิ‌เสธ​เรา​ต่อ‍หน้า​มนุษย์ คน​นั้น​จะ​ถูก​ปฏิ‌เสธ​ต่อ‍หน้า​ทูต‍สวรรค์​ของ​พระ‍เจ้า

[10] ทุก​คน​ที่​กล่าว‍ร้าย​บุตร‍มนุษย์​จะ​ได้​รับ​การ​ยก​โทษ แต่​คน​ที่​กล่าว​หมิ่น‍ประ‌มาท​ต่อ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ จะ​ไม่‍ได้​รับ​การ​ยก‍โทษ

[11] เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​พา​พวก​ท่าน​เข้า​ไป​อยู่​ต่อ​หน้า​ธรรม‍ศาลา หรือ​ต่อ‍หน้า​เจ้า‍เมือง​และ​ผู้​ที่​มี​อำ‌นาจ อย่า​กระ‌วน‍กระ‌วาย​ว่า​จะ​ตอบ​อย่าง‍ไร หรือ​จะ​กล่าว​อะไร

[12] เพราะ‍ว่า​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​จะ​ทรง​สอน​ท่าน​ใน​เวลา​นั้น​เอง​ว่า​ควร​จะ​พูด​อะไร​บ้าง ”

[13] มี​คน​หนึ่ง​ใน​ฝูง​ชน​นั้น​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ ช่วย​บอก​พี่​ชาย​ของ​ข้าพเจ้า​ให้​แบ่ง​มร‌ดก​แก่​ข้าพ‌เจ้าด้วย”

[14] แต่​พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “พ่อ​หนุ่ม ใคร​ตั้ง​เรา​ให้​เป็น​ผู้​พิ‌พาก‌ษา​หรือ​เป็น​ผู้​แบ่ง​มร‌ดก​ให้​ท่าน?”

[15] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ระวัง​ให้​ดี จง​หลีก​เลี่ยง​จาก​ความ​โลภ​ทุก​อย่าง เพราะ‍ว่า​ชีวิต​ของ​คน​ไม่‍ได้​อยู่​ที่​การ​มี​ของ​ฟุ่ม‍เฟือย”

[16] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​อุป‌มา​เรื่อง‍หนึ่ง​ให้​เขา​ฟัง​ว่า “ไร่‍นา​ของ​เศรษฐี​คน​หนึ่ง​เกิด​ผล​บริ‌บูรณ์​มาก

[17] เศรษฐี​คน​นั้น​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘ข้า​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร​ดี? เพราะ‍ว่า​ข้า​ไม่‍มี​ที่​ที่​จะ​เก็บ​พืช​ผล​ของ​ข้า’

[18] เขา​จึง​คิด​ว่า ‘ข้า​จะ​ทำ​อย่าง​นี้ คือ​จะ​รื้อ​ยุ้ง‍ฉาง​ของ​ข้า​และ​จะ​สร้าง​ใหม่​ให้​ใหญ่​โต​ขึ้น แล้ว​ข้า​จะ​รวบ‍รวม​ข้าว​และ​สม‌บัติ​ทั้ง‍หมด​ของ​ข้า​ไว้​ที่​นั่น

[19] แล้ว​จะ​บอก​กับ​จิต‍ใจ​ของ​ข้า​ว่า “จิต‍ใจ​เอ๋ย เจ้า​มี​ทรัพย์‍สม‌บัติ​มาก​เก็บ​ไว้​พอ​หลาย​ปี จง​อยู่​สบาย กิน ดื่ม และ​รื่น‍เริง​เถิด” ’

[20] แต่​พระ‍เจ้า​ตรัส​กับ​เขา​ว่า ‘โอ คน‍โง่ ใน​คืน​วัน‍นี้​ชีวิต​ของ​เจ้า​จะ​ต้อง​เรียก​เอา​ไป​จาก​เจ้า แล้ว​ของ​ที่​เจ้า​รวบ‍รวม​ไว้​นั้น​จะ​เป็น​ของ​ใคร?’

[21] คน​ที่​สะ‍สม​ทรัพย์​สม‌บัติ​ไว้​สำหรับ​ตัว และ​ไม่‍ได้​มั่งมี​ฝ่าย​พระ‍เจ้า​ก็​เป็น​เช่น​นั้น​แหละ”

[22] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “เพราะ​เหตุ‍นี้​เรา​บอกท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า อย่า​กระ‌วน‍กระ‌วาย​ถึง​ชีวิต​ว่า​จะ​เอา​อะไร​กิน และ​อย่า​กระ‌วน‍กระ‌วาย​ถึง​ร่าง‍กาย​ว่า​จะ​เอา​อะไร​นุ่ง‍ห่ม

[23] เพราะ​ว่า​ชีวิต​สำ‌คัญ​ยิ่ง​กว่า​อาหาร และ​ร่าง‍กาย​สำ‌คัญ​ยิ่ง‍กว่า​เครื่อง​นุ่ง‍ห่ม

[24] จง​พิจาร‌ณา​ดู​อีกา มัน​ไม่‍ได้​หว่าน ไม่‍ได้​เกี่ยว และ​ไม่‍ได้​มี​ยุ้ง​หรือ​ฉาง แต่​พระ‍เจ้า​ยัง​ทรง​เลี้ยง​มัน​ไว้ พวก​ท่าน​ประ‌เสริฐ​กว่า​นก​มาก​ที​เดียว

[25] มี​ใคร​ใน​พวก​ท่าน​โดย​ความ​กระ‌วน‍กระ‌วาย​สา‌มารถ​ต่อ​อายุ​ของ​ตน​ให้​ยืน​นาน​อีก​นิด​หนึ่ง​ได้?

[26] เพราะ​ฉะ‍นั้น​ถ้า​สิ่ง​เล็ก‍น้อย​ยัง​ทำไม่‍ได้ ท่าน​ยัง​จะ​กระ‌วน‍กระ‌วาย​ถึง​สิ่ง​อื่น​ทำ‍ไม​อีก​เล่า?

[27] จง​พิจาร‌ณา​ดู​ดอก‍ไม้​ว่า​มัน​เติบ‍โต​ขึ้น​อย่าง‍ไร มัน​ไม่​ทำ‍งาน มัน​ไม่​ปั่น​ด้าย แต่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า แม้​แต่​กษัตริย์​ซา‌โล‌มอน​เมื่อ​บริ‌บูรณ์​ด้วย​ศักดิ์‍ศรี ก็​ไม่‍ได้​ทรง​แต่ง​พระ‍องค์ ​งาม​เท่า​ดอก‍ไม้​เหล่า​นี้​สัก​ดอก​หนึ่ง

[28] และ​ถ้า​พระ‍เจ้า​ทรง​ตก‍แต่ง​หญ้า​ที่​ทุ่ง‍นา​อย่าง​นั้น ซึ่ง​เป็น​อยู่​วัน‍นี้​และ​รุ่ง‍ขึ้น​ต้อง​ทิ้ง​ใน​เตา‍ไฟ โอ พวก​ที่​มี​ความ​เชื่อ​น้อย พระ‍องค์​จะ​ทรง​ตก‍แต่ง​ท่าน​ยิ่ง​กว่า​นั้น​มาก​นัก

[29] ท่าน​อย่า​เสาะ‍หา​ว่า​จะ​กิน​อะไร​ดี​หรือ​จะ​ดื่ม​อะไร และ​อย่า​มี​ใจ​กัง‌วล

[30] เพราะ​ว่า​พวก​ต่าง​ชาติ​ทั่ว​โลก​เสาะ‍หา​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง‍หมด แต่​ว่า​พระ‍บิดา​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ทรง​ทราบ​แล้ว​ว่า​ท่าน​ต้อง‍การ​สิ่ง​เหล่า‍นี้

[31] แต่​จง​แสวง‍หา​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า แล้ว​พระ‍องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​เหล่า​นี้​ให้

[32] “ฝูง​แกะ​เล็ก​น้อย​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ‍ว่า​พระ‍บิดา​ของ​พวก​ท่าน​ชอบ‍พระ‍ทัย​จะ​ประ‌ทาน​แผ่น‍ดิน​นั้น​ให้​แก่​ท่าน

[33] จง​ขาย​ของ​ที่​ท่าน​มี‍อยู่​และ​ทำ‍ทาน จง​ทำ​ถุง​ใส่​เงิน​สำ‌หรับ​ตน​ซึ่ง​ไม่​รู้จัก​เก่า คือ​มี​ทรัพย์​สม‌บัติ​ไว้​ใน​สวรรค์​ซึ่ง​ไม่​รู้จัก​หมด​สิ้น ที่​ขโมย​ไม่‍ได้​เข้า​มา​ใกล้ และ​ที่​ตัว​แมลง​ไม่​ได้​ทำ‌ลาย

[34] เพราะ‍ว่า​ทรัพย์​สม‌บัติ​ของ​พวก​ท่าน​อยู่​ที่‍ไหน ใจ​ของ​ท่าน​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย

[35] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​คาด​เอว​ไว้ และ​ให้​ตะเกียง​ของ​ท่าน​จุด​อยู่

[36] จง​เป็น​เหมือน​คน​ที่​คอย​รับ​นาย​ของ​ตน ​เมื่อ​นาย​จะ​กลับ​มา​จาก​งาน​สม‍รส เพื่อ​ว่า​เมื่อ​นาย​มา​เคาะ​ประตู​แล้ว​พวก​เขา​จะ​เปิด​ให้​นาย​ได้​ทัน‍ที

[37] บ่าว​พวก​นั้น​ซึ่ง​นาย​มา​พบ​ว่า​กำ‌ลัง​คอย​เฝ้า​อยู่​ก็​เป็น​สุข เรา​บอก​ความ‍จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า นาย​ผู้นั้น​จะ​คาด​เอว​ไว้​และ​ให้​บ่าว​พวก​นั้น​นั่ง​ลง และ​ท่าน​จะ​มา​ปรนนิ‌บัติ

[38] ถ้า​นาย​มา​เวลา​สอง​ยาม​หรือ​สาม​ยาม​และ​พบ​ว่า​บ่าว​กำ‌ลัง​คอย​เฝ้า​อยู่ บ่าว​พวก​นั้น​ก็​เป็น​สุข

[39] จง​เข้า‍ใจ​อย่าง‍นี้​เถอะ​ว่า ถ้า​เจ้า‍ของ​บ้าน​รู้​ก่อน​ว่า​ขโมย​จะ​มา​เวลา​ไหน เขา​จะ​ตื่น​อยู่​และ​ระวัง​ไม่‍ให้​ทะลวง​บ้าน​ของ​เขา​ได้

[40] พวก​ท่าน​จง​เตรียม‍ตัว​ไว้​ให้​พร้อม​ด้วย เพราะ​ใน​เวลา​ที่​ท่าน​ไม่​คิด​ไม่​ฝัน​นั้น บุตร‍มนุษย์​จะ​เสด็จ​มา ”

[41] เป‌โตร​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ตรัส​อุป‌มา​นั้น​กับ​พวก​ข้า​พระ‍องค์​หรือ​ตรัส​กับ​คน​ทั่ว​ไป?”

[42] องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​ว่า “ใคร​เป็น​พ่อ‍บ้าน​ซื่อ‍สัตย์​และ​ฉลาด ที่​นาย​ตั้ง​ไว้​เหนือ​พวก​คน‍ใช้​เพื่อ​แจก​อาหาร​ตาม​เวลา

[43] เมื่อ​นาย​มา​พบ​เขา​ทำ​อย่าง​นั้น บ่าว​คน‍นั้น​ก็​จะ​เป็น​สุข

[44] เรา​บอก​พวก​ท่าน​จริงๆ ว่า นาย​จะ​ตั้ง​เขา​ไว้​ให้​ดูแล​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​ทั้ง‍หมด​ของ​ท่าน

[45] แต่​ถ้า​บ่าว​คน​นั้น​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘นาย​ของ​ข้า​คง​จะ​มา​ช้า’ แล้ว​เริ่ม‍ต้น​โบย‍ตี​บรรดา​บ่าว​ชาย‍หญิง​และ​กิน​ดื่ม​เมา​มาย

[46] นาย​ของ​บ่าว​คน‍นั้น​จะ​มา​ใน​วัน​ที่​เขา​ไม่​คาด‍คิด ใน​เวลา​ที่​เขา​ไม่​รู้ และ​จะ​ลง‍โทษ​เขา​อย่าง​หนัก และ​จะ​ขับ‍ไล่​ให้​ไป​อยู่​ใน​ที่​ของ​พวก​ที่​ไม่​เชื่อ

[47] บ่าว​คน​ที่​รู้‍ใจ​นาย​และ​ไม่‍ได้​เตรียม‍ตัว​ไว้ ไม่‍ได้​ทำ​ตาม​ใจ​นาย จะ​ต้อง​ถูก​เฆี่ยน​อย่าง​หนัก

[48] แต่​คน​ที่​ไม่​รู้ แล้ว​ทำ​สิ่ง​ที่​สมควร​จะ​ถูก​เฆี่ยน ก็​จะ​ถูก​เฆี่ยน​เพียง​เล็ก​น้อย คน​ที่​ได้​รับ​มาก จะ​ต้อง​เรียก​เอา​จาก​คน‍นั้น​มาก และ​คน​ที่​ได้​รับ​ฝาก​ไว้​มาก ก็​จะ​ต้อง​ทวง​เอา​จาก​คน‍นั้น​มาก

[49] “เรา​มา​เพื่อ​จะ​ให้​ไฟ​เกิด​ขึ้น​ที่​แผ่น‍ดิน​โลก เรา​อยาก​ให้​ไฟ​นั้น​ลุก​ขึ้น​แล้ว

[50] เรา​จะ​ต้อง​รับ​บัพ‌ติศ‌มา​อย่าง​หนึ่ง เรา​เป็น​ทุกข์​มาก​จน‍กว่า​จะ​สำ‌เร็จ

[51] พวก​ท่าน​คิด​ว่า​เรา​มา​เพื่อ​จะ​ให้​เกิด​สันติ‍ภาพ​ใน​โลก​หรือ? เรา​บอก​ท่าน​ว่า ไม่‍ใช่ แต่​จะ​ให้​แตก‍แยก​กัน​ต่าง​หาก

[52] เพราะ‍ว่า​ตั้ง‍แต่​นี้​ไป ห้า​คน​ใน​บ้าน​หลัง​หนึ่ง​ก็​จะ​แตก‍แยก​กัน คือ​สาม​ต่อ​สอง​และ​สอง​ต่อ​สาม

[53] พ่อ​จะ​แตก‍แยก​กับ​ลูก‍ชาย และ​ลูก‍ชาย​จะ​แตก‍แยก​กับ​พ่อ แม่​กับ​ลูก‍สาว และ​ลูก‍สาว​กับ​แม่ แม่‍ผัว​กับ​ลูก‍สะใภ้ และ​ลูก‍สะใภ้​กับ​แม่‍ผัว ”

[54] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​ฝูง‍ชน​อีก​ว่า “เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เห็น​เมฆ​ก่อ​ตัว​ขึ้น​ทาง​ทิศ​ตะวัน‍ตก ท่าน​ก็​กล่าว​ทัน‍ที​ว่า ‘ฝน​จะ​ตก’ และ​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​จริง

[55] เมื่อ​เห็น​ลม‍ทิศ​ใต้​พัด​มา ท่าน​ก็​บอก​ว่า ‘จะ​ร้อน‍จัด’ และ​ก็​เป็น​จริง

[56] โอ คน​หน้า‍ซื่อ‍ใจ‍คด พวก​ท่าน​รู้จัก​วิจัย​ความ​เป็น‍ไป​ของ​แผ่น‍ดิน​และ​ท้อง‍ฟ้า เพราะ​อะไร​ท่าน​ถึง​วิจัย​ความ​เป็น​ไป​ของ​ยุค‍นี้​ไม่‍ได้?

[57] “ทำไม​พวก​ท่าน​ไม่​ตัด‍สิน​เอา​เอง​ว่า​สิ่ง‍ไหน​เป็น​สิ่ง​ที่​ถูก?

[58] เพราะ​ใน​ขณะ​ที่​ท่าน​กับ​โจทก์​พา​กัน​ไป​หา​ตุลาการ จง​อุตส่าห์​หา​ช่อง​ที่​จะ​ปรอง‌ดอง​กับ​เขา​เมื่อ​ยัง‍อยู่​ระหว่าง​ทาง เกรง‍ว่า​เขา​จะ​ฉุด‍ลาก​ท่าน​เข้า​ไป​ถึง​ตัว​ผู้​พิพาก‌ษา และ​ผู้​พิพาก‌ษา​จะ​มอบ​ท่าน​ไว้​กับ​ผู้‍คุม และ​ผู้‍คุม​จะ​ขัง​ท่าน​ไว้​ใน​คุก

[59] เรา​บอก​ท่าน​ว่า ท่าน​จะ​ออก‍จาก​ที่​นั่น​ไม่‍ได้​จน‍กว่า​จะ​ใช้‍หนี้​ครบ​ทุก​บาท​ทุก​สตางค์”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters