Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:54

[1] เมื่อ​พระ‍องค์​ตรัส​คำ​เหล่า​นั้น​ให้​ประ‌ชา‍ชน​ฟัง​เสร็จ​แล้ว พระ‍องค์​จึง​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คา‌เปอร‌นา‌อุม

[2] มี​ทาส​ของ​นาย‍ร้อย​คน​หนึ่ง​ที่​นาย​รัก​มาก​ป่วย​เกือบ​จะ​ตาย​แล้ว

[3] เมื่อ​นาย‍ร้อย​ได้​ยิน​เรื่อง​พระ‍เยซู จึง​ส่ง​ผู้ใหญ่​บาง‍คน​ของ​พวก​ยิว​ไป​อ้อน‍วอน เชิญ​พระ‍องค์​เสด็จ​มา​รัก‌ษา​ทาส​ของ​เขา

[4] พวก​เขา​จึง​ไป​หา​พระ‍เยซู​แล้ว​ก็​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ด้วย​ใจ​กระ‌ตือ‍รือ‌ร้น​ว่า “นาย‍ร้อย​คน​นั้น​เป็น​คน​ที่​พระ‍องค์​สม‍ควร​จะ​ทำ​สิ่ง​นี้​ให้

[5] เพราะ‍ว่า​ท่าน​รัก​ชน‍ชาติ​ของ​เรา​และ​สร้าง​ธรรม‍ศาลา​ให้​เรา”

[6] พระ‍เยซู​จึง​เสด็จ​ไป​กับ​พวก​เขา เมื่อ​ไป​เกือบ​จะ​ถึง​บ้าน​อยู่​แล้ว นาย‍ร้อย​ก็​ให้​เพื่อนๆ ไป​หา​พระ‍องค์​ทูล​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​อย่า​ได้​ลำ‌บาก​เลย เพราะ‍ว่า​ข้า​พระ‍องค์​เป็น​คน​ที่​ไม่​สม‍ควร​จะ​รับ​พระ‍องค์​เข้า​ใต้​ชาย‍คา​บ้าน​ของ​ข้า​พระ‍องค์

[7] เพราะ​ฉะนั้น​ข้า​พระ‍องค์​จึง​เห็น​ว่า​เป็น​การ​ไม่​สม‌ควร​ด้วย​ที่​จะ​ไป​หา​พระ‍องค์ ขอ​เพียง​แต่​รับ‍สั่ง ทาส​ของ​ข้า​พระ‍องค์​ก็​จะ​หาย​โรค

[8] เพราะ​ว่า​ข้า​พระ‍องค์​เอง​ก็​อยู่​ใต้​อำ‌นาจ​ทหาร​และ​มี​ทหาร​ที่​อยู่​ใต้​อำนาจ ถ้า​ข้า​พระ‍องค์​บอก​คน‍นี้​ว่า ‘ไป’ เขา​ก็​จะ​ไป ถ้า​บอก​คน​นั้น​ว่า ‘มา’ เขา​ก็​จะ​มา ถ้า​บอก​ทาส​ของ​ข้า​พระ‍องค์​ว่า ‘ทำ​สิ่ง‍นี้’ เขา​ก็​จะ​ทำ”

[9] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นั้น​แล้ว​ก็​ประ‌หลาด​พระ‍ทัย จึง​ทรง​เหลียว‍หลัง​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​ที่​ตาม​พระ‍องค์​มา​ว่า “เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า​เรา​ไม่​เคย​พบ​ความ​เชื่อ​มาก​เท่า‍นี้​แม้​แต่​ใน​อิส‌รา‌เอล”

[10] เมื่อ​พวก​ที่​นาย‍ร้อย​ส่ง​มา​นั้น​กลับ​ถึง​บ้าน ก็​เห็น​ทาส​คน​นั้น​หาย​เป็น​ปกติ​แล้ว

[11] หลัง​จาก​นั้น​ไม่​นาน พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​ยัง​เมือง​หนึ่ง​ชื่อ​นา‌อิน พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​พร้อม​กับ​มหา​ชน​ก็​ตาม​พระ‍องค์​ไป

[12] ขณะ​ที่​มา​ใกล้​ประตู​เมือง​นั้น นี่‍แน่ะ มี​คน​หาม​ศพ​ชาย‍หนุ่ม​คน​หนึ่ง​มา เขา​เป็น​บุตร​ชาย​คน​เดียว​ของ​มารดา​ซึ่ง​เป็น​หญิง​ม่าย ชาว‍เมือง​จำนวน​มาก​เดิน​มา​พร้อม​กับ​นาง

[13] เมื่อ​พระ‍องค์​ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​มารดา​คน​นั้น พระ‍องค์​ทรง​สงสาร​นาง​และ​ตรัส​ว่า “อย่า​ร้อง‍ไห้”

[14] แล้ว​พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใกล้​แตะ‍ต้อง​โลง พวก​คน​หาม​ศพ​ก็​หยุด​ยืน​อยู่ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ว่า “ชาย‍หนุ่ม​เอ๋ย เรา​สั่ง​ท่าน​ให้​ลุก​ขึ้น”

[15] คน​ที่​ตาย​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น​นั่ง​แล้ว​เริ่ม​พูด พระ‍องค์​จึง​ทรง‍มอบ​ชาย‍หนุ่ม​ให้​แก่​มารดา​ของ​เขา

[16] ทุก​คน​ก็​เกิด​ความ​เกรง‍กลัว​และ​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​ว่า “ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ยิ่ง​ใหญ่​มา​เกิด​ท่าม‍กลาง​เรา​แล้ว พระ‍เจ้า​เสด็จ​มา​เยี่ยม‍เยียน​ชน‍ชาติ​ของ​พระ‍องค์”

[17] แล้ว​กิตติ‍ศัพท์​ของ​พระ‍องค์​ก็​เลื่อง‍ลือ​ไป​ตลอด​ทั่ว​ยูเดีย​และ​ทั่ว​แว่น‍แคว้น​โดย‍รอบ

[18] พวก​ศิษย์​ของ​ยอห์น​ก็​เล่า​เหตุ‍การณ์​ทั้ง‍หมด​ให้​ยอห์น​ฟัง

[19] ท่าน​จึง​เรียก​ศิษย์​ของ​ท่าน​สอง​คน​มา แล้ว​ใช้​เขา​ไป‍หา​องค์​พระ​ผู้‍เป็น​เจ้า​เพื่อ​ถาม​ว่า “ท่าน​เป็น​คน​ที่​จะ​มา​นั้น​หรือ? หรือ​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​รอ​คอย​อีก​คน​หนึ่ง?”

[20] เมื่อ​สอง​คน​นั้น​ไป​หา​พระ‍องค์​แล้ว เขา​ก็​ทูล​ว่า “ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ‌ติศ‌มา​ใช้​ข้าพ‌เจ้า​มา​หา​ท่าน​เพื่อ​ถาม​ว่า ‘ท่าน​เป็น​คน​ที่​จะ​มา​นั้น​หรือ? หรือ​ว่า​เรา​จะ​ต้อง​คอย​อีก​คน​หนึ่ง?’ ”

[21] ใน​เวลา​นั้น พระ‍เยซู​ทรง​รักษา​คน​จำนวน​มาก​ให้​หาย​จาก​โรค​ภัย​ต่างๆ และ​พ้น​จาก​พวก​วิญ‌ญาณ​ชั่ว และ​ทรง​รัก‌ษา​คน​ตา‍บอด​หลาย‍คน​ให้​เห็น​ได้

[22] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​สอง​คน​นั้น​ว่า “ไป​บอก​ยอห์น​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน คือ​ว่า​คน​ตา‍บอด​เห็น​ได้ คน‍ง่อย​เดิน​ได้ คน​โรค‍เรื้อน​หาย​สะอาด คน​หู‍หนวก​ได้​ยิน คน​ตาย​เป็น​ขึ้น​มา และ​พวก​คน​ยาก‍จน​ก็​ได้​รับ​ฟัง​ข่าว​ดี

[23] ใคร​ไม่​มี​เหตุ​สะดุด​ใน​ตัว​เรา คน​นั้น​ก็​เป็น​สุข”

[24] เมื่อ​ผู้​ส่ง‍ข่าว​ของ​ยอห์น​ไป​แล้ว พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​ถึง​ยอห์น​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ออก​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​เพื่อ​ดู​อะไร? คง​ไม่‍ใช่​ดู​ต้น‍อ้อ​ไหว​เมื่อ​ถูก​ลม​พัด​หรอก​นะ

[25] ถ้า​ไม่​ใช่​แล้ว​พวก​ท่าน​ไป​ดู​อะไร? ไป​ดู​คน​ที่​แต่ง‍กาย​ด้วย​เสื้อ​ผ้า​เนื้อ​ดี​หรือ? นี่แน่ะ คน​ที่​แต่ง‍กาย​ด้วย​เสื้อ​ผ้า​งด‍งาม​และ​อยู่​อย่าง​ฟุ่ม‌เฟือย​ย่อม​อยู่​ใน​พระ​ราช‍วัง

[26] แล้ว​พวก​ท่าน​ออก​ไป​ดู​อะไร? ดู​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​หรือ? แน่​ที‍เดียว เรา​บอก​ว่า​ยอห์น​เป็น​ยิ่ง‍กว่า​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ

[27] คือ​ท่าน​ผู้​นี้​ที่​พระ​คัม‌ภีร์​เขียน​ไว้​ว่า ‘เรา​จะ​ใช้​ทูต​ของ​เรา​นำ‍หน้า​ท่าน ผู้‍นั้น​จะ​เตรียม​มรร‌คา ไว้​ข้างหน้า ​ท่าน’

[28] เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ใน​บรร‌ดา​คน​ที่​เกิด​จาก​ผู้หญิง​นั้น ไม่‍มี​ใคร​ยิ่ง​ใหญ่‍กว่า​ยอห์น แต่​คน​ที่​ต่ำ‍ต้อย​ที่​สุด​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ยัง​ใหญ่‍กว่า​ยอห์น”

[29] (ทุก​คน​รวม​ทั้ง​บรรดา​คน​เก็บ​ภาษี เมื่อ​ได้​ยิน​ก็​ยอม‍รับ​ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​ยุติ‍ธรรม โดย​เขา​ได้​รับ​บัพ‌ติศ‌มา​จาก​ยอห์น​แล้ว

[30] แต่​พวก​ฟา‌ริสี​และ​พวก​ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ​ไม่​ยอม​รับ​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​พระ‍เจ้า​ที่​มี​ต่อ​พวก​เขา โดย​เขา​ไม่​รับ​บัพ‌ติศ‌มา​จาก​ยอห์น)

[31] “เพราะ​ฉะนั้น​เรา​จะ​เปรียบ​คน​ใน​ยุค‍นี้​กับ​อะไร​ดี?

[32] ก็​เปรียบ​เหมือน​เด็กๆ ที่​นั่ง​อยู่​กลาง​ตลาด​ร้อง​บอก​แก่​กัน​ว่า ‘พวก​ฉัน​เป่า​ปี่​ให้​พวก​เธอแต่​พวก​เธอ​ไม่​เต้น พวก​ฉัน​คร่ำ‍ครวญแต่​พวก​เธอ​ไม่​ร้อง‍ไห้’

[33] เพราะ​ว่า​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ‌ติศ‌มา ไม่​ได้​กิน​ขนม‍ปัง​หรือ​ดื่ม​เหล้า‍องุ่น พวก​ท่าน​ก็​ว่า ‘เขา​มี​ผี​เข้า​สิง’

[34] ส่วน​บุตร‍มนุษย์​มา​ทั้ง​กิน​และ​ดื่ม และ​พวก​ท่าน​ก็​ว่า ‘นี่‍ไง คน​ตะกละ คน​ขี้‍เมา เพื่อน​ของ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป’

[35] แต่​พระ‍ปัญ‌ญา​ก็​ได้​รับ​การ​พิ‌สูจน์​ว่า​ถูก‍ต้อง​แล้ว​โดย​บรร‌ดา​คน​ที่​ทำ​ตาม ​พระ‍ปัญ‌ญา​นั้น”

[36] มี​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ฟา‌ริสี​เชิญ​พระ‍องค์​ไป​รับ​ประ‌ทาน​อาหาร​กับ​เขา พระ‍องค์​ก็​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ฟา‌ริสี​คน​นั้น แล้ว​เอน​พระ‍กาย​ที่​โต๊ะ​อาหาร

[37] นี่‍แน่ะ มี​หญิง​คน​หนึ่ง​ใน​เมือง​นั้น​ซึ่ง​เป็น​คน​บาป เมื่อ​รู้​ว่า​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​เสวย​อาหาร​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ฟา‌ริสี​คน​นั้น นาง​จึง​นำ​ผอบ​น้ำ‍มัน​หอม​มา

[38] ยืน​อยู่​ข้าง‍หลัง​ใกล้​พระ‍บาท​ของ​พระ‍องค์ แล้ว​ร้อง‍ไห้​น้ำ‍ตา​นอง​เปียก​พระ‍บาท นาง​จึง​ใช้​ผม​เช็ด จูบ​พระ‍บาท​ของ​พระ‍องค์​แล้ว​เอา​น้ำมัน​ชโลม

[39] ฟา‌ริสี​คนที่​เชิญ​พระ‍องค์​มา​เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​นึก​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ ก็​น่า​จะ​รู้​ว่า​ผู้หญิง​ที่​แตะ‍ต้อง​ตัว​ของ​ท่าน​เป็น​ใคร​และ​เป็น​คน​อย่าง‍ไร เพราะ​นาง​เป็น​คน‍บาป”

[40] พระ‍เยซู​จึงตรัส​กับ​เขา​ว่า “ซีโมน เรา​มี​อะไร​จะ​บอก​ท่าน” เขา​ทูล​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ เชิญ​พูด​ไป​เถิด”

[41] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ว่า “เจ้า‍หนี้​คน​หนึ่ง​มี​ลูก‍หนี้​สอง​คน คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้​เงิน​ห้า‍ร้อย​เด‌นา‌ริ‌อัน อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​หนี้​ห้า‍สิบ

[42] เมื่อ​เขา​ไม่​สา‌มารถ​ใช้‍หนี้​ได้ ท่าน​จึง​ยก​หนี้​ให้​เขา​ทั้ง‍สอง​คน ใน​สอง​คน​นั้น คน‍ไหน​จะ​รัก​นาย​มาก​กว่า?”

[43] ซีโมน​จึง​ทูล​ว่า “ข้าพเจ้า​คิด‍ว่า​น่า​จะ​เป็น​คน​ที่​นาย​ยก​หนี้​ให้​มาก” พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​ตัด‍สิน​ได้​ถูก​ต้อง”

[44] พระ‍องค์​จึง​ทรง​เหลียว‍หลัง​ดู​หญิง​คน​นั้น แล้ว​ตรัส​กับ​ซีโมน​ว่า “ท่าน​เห็น​หญิง​คน​นี้​ใช่​ไหม? เมื่อ​เรา​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ของ​ท่าน ท่าน​ไม่‍ได้​เอา​น้ำ​มา​ล้าง​เท้า​ให้​เรา แต่​นาง​เอา​น้ำ‍ตา​ล้าง​เท้า​ของ​เรา และ​เอา​ผม​ของ​นาง​เช็ด

[45] ท่าน​ไม่​ได้​จูบ​เรา แต่​หญิง​คน​นี้​ไม่​ได้​หยุด​จูบ​เท้า​ของ​เรา​เลย​นับ​ตั้ง‍แต่​เรา​เข้า​มา

[46] ท่าน​ไม่‍ได้​เอา​น้ำ‍มัน​มา​ชโลม​ศีรษะ​ของ​เรา แต่​นาง​เอา​น้ำ‍มัน​หอม​มา​ชโลม​เท้า​ของ​เรา

[47] เพราะ​ฉะนั้น​เรา​บอก​ท่าน​ว่า​บาป​ต่างๆ ของ​นาง​ซึ่ง​มี​มาก​มาย​นั้น​ได้​รับ​การ​ยก​โทษ​แล้ว​เพราะ​นาง​รัก​มาก แต่​คน​ที่​ได้​รับ​การ​ยก​โทษ​น้อย​ก็​รัก​น้อย”

[48] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “บาป​ของ​เธอ​ได้​รับ​การ​ยก​โทษ​แล้ว”

[49] บรรดา​คน​ที่​ร่วม​เอน‍กาย​ที่​โต๊ะ​อาหาร​ด้วย​ก็​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​เป็น​ใคร​กัน​ถึง​ยก​โทษ​บาป​ได้?”

[50] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​หญิง​คน​นั้น​ว่า “ความ​เชื่อ​ของ​เธอ​ทำ​ให้​เธอ​รอด จง​ไป​เป็น​สุข​เถิด”

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters