Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:50

[1] ตั้ง‍แต่​เช้า‍มืด​ของ​วัน​อา‌ทิตย์ พวก​ผู้‍หญิง​ก็​นำ​เครื่อง​หอม​ที่​จัด‍เตรียม​ไว้​มา​ถึง​อุโมงค์

[2] พวก​นาง​พบ​ว่า​ก้อน‍หิน​กลิ้ง​ออก​จาก​ปาก​อุโมงค์​แล้ว

[3] และ​เมื่อ​เข้า​ไป​หา​ก็​ไม่​พบ​พระ‍ศพ​ของ​พระ‍เยซู​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[4] ขณะ​กำ‌ลัง​ฉงน​สน‌เท่ห์​เพราะ​เหตุ‍การณ์​นั้น นี่‍แน่ะ มี​ชาย​สอง‍คน​ยืน​อยู่​ใกล้​พวก​นาง เครื่อง​นุ่ง‍ห่ม​แพรว‍พราว​จน​พร่า​ตา

[5] ผู้‍หญิง​เหล่า​นั้น​ก็​หวาด‍กลัว​และ​ซบ‍หน้า​ลง​ถึง​ดิน ชาย​สอง‍คน​นั้น​จึง​พูด​กับ​พวก​นาง​ว่า “พวก​ท่าน​แสวง​หา​คน​เป็น​ใน​พวก​คน‍ตาย​ทำไม?

[6] [พระ‍องค์​ไม่​ได้​อยู่​ที่​นี่ แต่​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว] จง​ระลึก​ถึง​คำ​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​พวก​ท่าน​ขณะ​ที่​พระ‍องค์​ยัง​อยู่​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี

[7] ว่า ‘บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​คน‍บาป และ​จะ​ต้อง​ถูก‍ตรึง​ที่​กาง‌เขน และ​วัน​ที่​สาม​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่’ ”

[8] พวก​นาง​จึง​ระลึก​ถึง​พระ‍ดำ‌รัส​ของ​พระ‍องค์

[9] เมื่อ​กลับ​จาก​อุโมงค์​แล้ว พวก​นาง​ก็​เล่า​เหตุ‍การณ์​นี้​ทั้ง‍หมด​แก่​สา‌วก​สิบ‍เอ็ด​คน​และ​คน​อื่นๆ ด้วย

[10] คน​ที่​เล่า​เหตุ‍การณ์​เหล่า​นั้น​แก่​พวก​อัคร‌ทูต​คือ มา‌รีย์​ชาว​มัก‌ดา‌ลา โยอัน‌นา มา‌รีย์​มารดา​ของ​ยา‌กอบ และ​ผู้หญิง​คน​อื่นๆ ที่​อยู่​กับ​พวก​นาง

[11] แต่​พวก​อัคร‌ทูต​ไม่​เชื่อ เห็น‍ว่า​เป็น​คำ​เหลว‍ไหล

[12] [แต่​เป‌โตร​ลุก​ขึ้น วิ่ง​ไป​ที่​อุโมงค์ เมื่อ​ก้ม​ลง​มอง​ดู​ก็​เห็น​แต่​ผ้า‍ป่าน​เท่า‍นั้น จึง​กลับ​ไป​ด้วย​ความ​ประ‌หลาด​ใจ​ใน​เหตุ‍การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น]

[13] ใน​วัน​นั้น​เอง​มี​สา‌วก​สอง​คน​เดิน‍ทาง​ไป​หมู่‍บ้าน​ชื่อ​เอม‌มา‌อูส ห่าง​จาก​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ประ‌มาณ​สิบ‍เอ็ด​กิโล‌เมตร

[14] เขา​สนท‌นา​กัน​ถึง​เหตุ‍การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น

[15] ขณะ​ที่​กำ‌ลัง​สนทนา​ซัก‍ถาม​กัน​อยู่ พระ‍เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​ดำ‌เนิน​ด้วย​กัน

[16] แต่​ตา​ของ​เขา​ทั้ง​สอง​ถูก​ปิด​กั้น​ทำ​ให้​จำ​พระ‍องค์​ไม่‍ได้

[17] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍สอง​ว่า “ระหว่าง​ทาง​ที่​เดิน​มา​นี่​ท่าน​โต้‍ตอบ​กัน​เรื่อง​อะไร?” เขา​ก็​หยุด​ยืน หน้า​ตา​โศก​เศร้า

[18] คน‍ที่​ชื่อ​เคล‌โอ‌ปัส​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​เป็น​แขก​เมือง​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​เพียง​คน​เดียว​หรือ​ที่​ไม่​รู้​เหตุ‍การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง‍นี้?”

[19] พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “เหตุ‍การณ์​อะไร?” เขา​จึง​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “เหตุ‍การณ์​เรื่อง​เยซู​ชาว​นา‌ซา‌เร็ธ​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ที่มี​ฤทธิ์เดช​ใน​กิจการ​และ​ถ้อย‍คำ​ต่อพระ​พักตร์​พระ‍เจ้า​และ​ต่อ‍หน้า​ประ‌ชา‍ชน

[20] พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​กับ​พวก​ผู้‍นำ​ของ​เรา​มอบ​ตัว​ท่าน​ไว้​ให้​ถูก​ลง​โทษ​ถึง​ตาย และ​ตรึง​ท่าน​ที่​กาง‌เขน

[21] แต่​เรา​มี​ความ​หวัง​ว่า​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​นั้น​ที่​มา​ไถ่​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล ยิ่ง​ไป‍กว่า​นั้น วัน‍นี้​เป็น​วัน​ที่‍สาม​แล้ว​ตั้ง‍แต่​เหตุ‍การณ์​นั้น​เกิด​ขึ้น

[22] มี​ผู้‍หญิง​บาง‍คน​ใน​พวก​เรา​ที่​ทำ​ให้​เรา​ประ‌หลาด​ใจ พวก​นาง​ไป​ที่​อุโมงค์​เมื่อ​เวลา​เช้า‍มืด

[23] แต่​ไม่‍พบ​ศพ​ของ​ท่าน จึง​มา​เล่า​ว่า​เห็น​นิมิต​เป็น​ทูต‍สวรรค์ และ​ทูต​สวรรค์​นั้น​บอก​ว่า​ท่าน​ผู้‍นั้น​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่

[24] บาง‍คน​ใน​เรา​จึง​ไป​ที่​อุโมงค์ และ​พบ​เหมือน​ที่​ผู้หญิง​เหล่า​นั้น​บอก แต่​เขา​ไม่​เห็น​ท่าน​เยซู”

[25] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​สอง‍คน​นั้น​ว่า “โอ คน​โง่​เขลา​และ​มี​ใจ​เฉื่อย​ช้า​ใน​การ​เชื่อ​ถ้อย​คำ​ซึ่ง​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​กล่าว​ไว้​นั้น

[26] พระ‍คริสต์​จำเป็น​ต้อง​ทน‍ทุกข์​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​เข้า​ใน​พระ‍สิริ​ของ​พระ‍องค์​ไม่​ใช่​หรือ?”

[27] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​อธิ‌บาย​พระ​คัม‌ภีร์​ที่​เล็ง​ถึง​พระ‍องค์​ทุก​ข้อ​ให้​เขา​ฟัง เริ่ม‍ต้น​ตั้ง‍แต่​โม‌เสส​และ​บรรดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ทั้ง‍หมด

[28] เมื่อ​มา​ใกล้​หมู่​บ้าน​ที่​จะ​ไป​นั้น พระ‍องค์​ทรง​ทำ‍ที​ว่า​จะ​เสด็จ​เลย​ไป

[29] เขา​ทั้ง‍สอง​จึง​คะยั้น‍คะยอ​พระ‍องค์​ว่า “เชิญ​ท่าน​มา​พัก​ด้วย​กัน​เถิด เพราะ​จวน​จะ​ค่ำ​และ​ใกล้​จะ​หมด​วัน​อยู่​แล้ว” พระ‍องค์​จึง​เสด็จ​เข้า​ไป​พัก​อยู่​กับ​เขา

[30] เมื่อ​ประ‌ทับ​ที่​โต๊ะ​อาหาร​กับ​พวก​เขา พระ‍องค์​ทรง‍หยิบ​ขนม‍ปัง ขอ​พระ‍พร แล้ว​ทรงหัก​ส่ง​ให้​เขา

[31] ตา​ของ​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​เปิด​ออก​และ​เขา​ก็​จำ​พระ‍องค์​ได้ แล้ว​พระ‍องค์​ก็​อันตร‌ธาน​ไป​จาก​เขา

[32] เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “ใจ​เรา​รุ่ม‍ร้อน​ภาย‍ใน​เมื่อ​พระ‍องค์​ตรัส​ตาม​ทาง และเมื่อ​ทรง​อธิ‌บาย​พระ​คัม‌ภีร์​ให้​เรา​ฟัง​ไม่​ใช่​หรือ?”

[33] เขา​ทั้ง‍สอง​ก็​ลุก​ขึ้น​ใน​เวลา​นั้น แล้ว​กลับ​ไป​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​พบ​ว่า​พวก​สา‌วก​สิบ‍เอ็ด​คน​ชุม‌นุม​กัน​อยู่​พร้อม​กับ​พรรค‍พวก

[34] กำ‌ลัง​พูด​กัน​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว​จริงๆ และ​ทรง​ปรา‌กฏ​แก่​ซีโมน”

[35] สอง‍คน​นั้น​จึง​เล่า​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ตาม​ทาง และ​เรื่อง​ที่​เขา​รู้‍จัก​พระ‍องค์​โดย​การ​หัก​ขนม‍ปัง​นั้น

[36] ระหว่าง​ที่​พวก​เขา​กำ‌ลัง​พูด​เรื่อง​นี้​อยู่ พระ‍องค์​เสด็จ​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม‍กลาง​พวก​เขา และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “สันติ​สุข​จง​ดำ‌รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เถิด”

[37] พวก​เขา​ต่าง​ตื่น​ตก‍ใจ​หวาด​กลัว​คิด‍ว่า​เห็น​ผี

[38] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​วุ่น‍วาย​ใจ​ทำไม? เพราะ​อะไร​ท่าน​ถึง​เกิด​ความ​คิด​สงสัย​ขึ้น​ใน​ใจ?

[39] จง​ดู​ที่​มือ​และ​เท้า​ของ​เรา​ว่า​เป็น​เรา​เอง จง​คลำ​ตัว​เรา​ดู เพราะ‍ว่า​ผี​ไม่‍มี​เนื้อ​และ​กระ‌ดูก​เหมือน​อย่าง​ที่​พวก​ท่าน​เห็น​ว่า​เรา​มี”

[40] เมื่อ​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ‍องค์​ทรง​สำ‌แดง​พระ‍หัตถ์​และ​พระ‍บาท​ให้​เขา​เห็น

[41] เมื่อ​พวก​เขา​ยัง​ไม่​ค่อย​เชื่อ​เพราะ​เป็น​เรื่อง​ที่​น่า​ยินดี​อย่าง​เหลือ​เชื่อ และ​กำ‌ลัง​ประ‌หลาด​ใจ​อยู่​นั้น พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “ที่​นี่​มี​อะไร​กิน​บ้าง​ไหม?”

[42] พวก​เขา​ก็​เอา​ปลา​ย่าง​ชิ้น‍หนึ่ง​มา​ให้​พระ‍องค์

[43] พระ‍องค์​ทรง‍รับ​มา​เสวย​ต่อ‍หน้า​พวก​เขา

[44] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “นี่​เป็น​ถ้อย‍คำ​ของ​เรา ซึ่ง​เรา​บอก​ไว้​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ขณะ​ที่​เรา​ยัง​อยู่​กับ​ท่าน​ว่า บรร‌ดา​ถ้อย‍คำ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หมวด​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​โม‌เสส ใน​หมวด​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ และ​ใน​หมวด​เพลง​สดุดี​ที่​กล่าว​ถึง​เรา​นั้น จำ‍เป็น​จะ​ต้อง​สำ‌เร็จ”

[45] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​ช่วย​ให้​ใจ​ของ​พวก​เขา​สว่าง​เพื่อ​จะ​ได้​เข้า‍ใจ​พระ​คัม‌ภีร์

[46] พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “มี​ถ้อย‍คำ​เขียน​ไว้​อย่าง​นั้น​ว่า พระ‍คริสต์​จะ​ต้อง​ทน‍ทุกข์​และ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน‍ที่​สาม

[47] และ​จะ​ต้อง​ประ‌กาศ​ทั่ว​ทุก​ประ‌ชา‍ชาติ​ใน​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์​เรื่อง​การ​กลับ‍ใจ​ใหม่ เพื่อ ​การ​ยก‍บาป โดย​เริ่ม‍ต้น​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[48] พวก​ท่าน​เอง​ก็​เป็น​พยาน​ถึง​สิ่ง​เหล่า​นี้

[49] นี่‍แน่ะ เรา​จะ​ส่ง​สิ่ง​ที่​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ทรง​สัญ‌ญา​นั้น ​ลง​มา​เหนือ​ท่าน แต่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​คอย​อยู่​ใน​กรุง จน‍กว่า​ท่าน​จะ​สวม​ด้วย​ฤทธิ์‍เดช​ที่​มา​จาก​เบื้อง‍บน ”

[50] พระ‍องค์​จึง​พา​พวก​เขา​ออก​ไป​จน​ถึง​หมู่‍บ้าน​เบ‌ธา‌นี และ​ยก​พระ‍หัตถ์​ทั้ง​สอง​อวย‍พร​เขา

[51] ขณะ​ที่​ทรง​อวย‍พร​อยู่​นั้น พระ‍องค์​เสด็จ​จาก​พวก​เขา​ไป [และ​พระ‍เจ้า​ทรง​รับ​พระ‍องค์​ขึ้น​สู่​สวรรค์]

[52] พวก​เขา​จึง [นมัส‌การ​พระ‍องค์​แล้ว] ​กลับ​ไป​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ด้วย​ความ​ยินดี​อย่าง​ยิ่ง

[53] และ​อยู่​ใน​พระ‍วิหาร​ทุก‍วัน สรร‍เสริญ​พระ‍เจ้า

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters