Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 12:25

[1] เนื่อง‍จาก​มี​หลาย​คน​อุต‌ส่าห์​เรียบ​เรียง​เรื่อง​ราว​ต่างๆ ซึ่ง​สำ‌เร็จ​แล้ว​ใน​ท่าม‍กลาง​เรา

[2] ตาม​ที่​คน​เหล่า‍นั้น​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ที่​ได้​เห็น​กับ​ตา​เอง​ตั้ง‍แต่​ต้น​และ​เป็น​ผู้​ประ‌กาศ​พระ‍วจนะ​นั้น​แสดง​ให้​เรา​รู้

[3] เพราะ‍เหตุ‍นี้ หลัง​จาก​ที่​ข้าพ‌เจ้า​สืบ‍เสาะ​เรื่อง‍ราว​เหล่า‍นี้​อย่าง​ละเอียด​ตั้ง‍แต่​แรก จึง​เห็น​ดี​ด้วย​ที่​จะ​เรียบ‍เรียง​เรื่อง​ตาม​ลำ‌ดับ​เพื่อ​ท่าน​เธ‌โอ‌ฟีลัส​ที่​เคารพ​ยิ่ง

[4] เพื่อ​ให้​ท่าน​รู้​ความ‍จริง​เกี่ยว‍กับ​เรื่อง​ราว​เหล่า​นั้น​ที่​เคย​มี​ผู้​แจ้ง​ให้​ท่าน​ทราบ

[5] ใน​รัช‍กาล​ของ​เฮ‌โรด​กษัตริย์​ของ​ยูเดีย มี​ปุโร‌หิต​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เศ‌คา‌ริยาห์​ซึ่ง​อยู่​ใน​กอง‍เวร​อา‌บียาห์ ภรรยา​ของ​เศ‌คา‌ริยาห์​ชื่อ​เอลี‌ซา‌เบธ อยู่​ใน​ตระ‌กูล​อา‌โรน

[6] ท่าน​ทั้ง‍สอง​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​ต่อ​พระ‍เจ้า​และ​ดำ‌เนิน​ตาม​บัญ‌ญัติ​และ​กฎ‍หมาย​ทั้ง‍ปวง​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​ไม่‍มี​ที่​ติ​เลย

[7] แต่​ท่าน​ทั้ง‍สอง​ไม่‍มี​บุตร เพราะ​ว่า​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​เป็น​หมัน และ​ท่าน​ทั้ง‍สอง​ก็​ชรา​แล้ว

[8] เมื่อ​เศ‌คา‌ริยาห์​ทำ​หน้า‍ที่​ปุโร‌หิต​เข้า​เฝ้า​พระ‍เจ้า​ใน​คราว​ที่​กอง‍เวร​ของ​ท่าน​เข้า​ประ‌จำ‍การ

[9] ท่าน​เป็น​ผู้​ที่​จับ​ได้​ฉลาก​ตาม​ธรรม‌เนียม​ของ​ปุโร‌หิต จึง​ต้อง​เข้า​ไป​ใน​พระ‍วิหาร​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า และ​เผา​เครื่อง​หอม​บูชา

[10] ส่วน​ประ‌ชา‍ชน​อธิษ‌ฐาน​อยู่​ข้าง‍นอก​ใน​ระหว่าง​ที่​เผา​เครื่อง​หอม​นั้น

[11] มี​ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​มา​ปรา‌กฏ​แก่​เศ‌คา‌ริยาห์ ยืน​อยู่​ที่​ข้าง‍ขวา​แท่น​เผา​เครื่อง​หอม​นั้น

[12] เมื่อ​เศ‌คา‌ริยาห์​เห็น​ก็​ตก‍ใจ​กลัว

[13] แต่​ทูต‍สวรรค์​องค์‍นั้น​กล่าว​แก่​ท่าน​ว่า “เศ‌คา‌ริยาห์​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ​พระ‍องค์​ทรง‍ฟัง​คำ​อธิษ‌ฐาน​ของ​ท่าน​แล้ว นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ภรรยา​ของ​ท่าน​จะ​ให้​กำ‌เนิด​บุตร​ชาย ท่าน​จง​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า​ยอห์น

[14] ท่าน​จะ​มี​ความ​ยินดี​และ​เปรม‍ปรีดิ์ และ​คน​จำ‍นวน​มาก​จะ​ชื่น‌ชม​ยินดี​ที่​บุตร​นั้น​เกิด​มา

[15] เพราะ‍ว่า​เขา​จะ​เป็น​ใหญ่​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เขา​จะ​ไม่​ดื่ม​น้ำ‍องุ่น​หมัก​และ​เหล้า​เลย ​และ​เขา​จะ​เต็ม‍เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ตั้ง‍แต่​อยู่​ใน​ครรภ์​มารดา

[16] เขา​จะ​นำ​พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​หลาย​คน​ให้​หัน‍กลับ​มา​หา​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ผู้​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​พวก​เขา

[17] เขา​จะ​นำ​หน้า​พระ‍องค์​ด้วย​จิต​วิญ‌ญาณ​และ​ฤทธิ์​เดช​ของ​เอลี‌ยาห์ ให้​พ่อ​กลับ​คืน​ดี​กับ​ลูก และ​ให้​คน​ดื้อ‍ด้าน​กลับ​ได้​ปัญ‌ญา​ของ​คน​ชอบ‍ธรรม เพื่อ​จัด​เตรียม​ชน‍ชาติ​หนึ่ง​ไว้​ให้​พร้อม​สำ‌หรับ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

[18] เศ‌คา‌ริยาห์​จึง​พูด​กับ​ทูต‍สวรรค์​ว่า “ข้าพ‌เจ้า​จะ​รู้​แน่​ได้​อย่างไร เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​ชรา​และ​ภรรยา​ก็​อายุ​มาก​แล้ว?”

[19] ทูต‍สวรรค์​องค์​นั้น​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​คือ​กา‌เบรียล ​ซึ่ง​ยืน​อยู่​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า และ​พระ‍องค์​ทรง​ใช้​ให้​มา​พูด​กับ​ท่าน​และ​นำ​ข่าว​ดี​นี้​มา​แจ้ง

[20] นี่‍แน่ะ เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​เชื่อ​ถ้อย‍คำ​ของ​เรา​ที่​จะ​สำเร็จ​ตาม​กำหนด ท่าน​จะ​เป็น​ใบ้ พูด​ไม่​ได้​จน​กว่า​เหตุ‍การณ์​เหล่า​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น”

[21] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​คอย​เศ‌คา‌ริยาห์​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​เพราะ​ท่าน​อยู่​ใน​พระ‍วิหาร​นาน​มาก

[22] เมื่อ​ท่าน​ออก​มา​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ไม่‍ได้ คน​ทั้ง‍หลาย​จึง​ตระ‌หนัก​ว่า​ท่าน​ได้​เห็น​นิมิต​ใน​พระ‍วิหาร ท่าน​เอา​แต่​ทำ​บุ้ย​ใบ้​กับ​พวก​เขา​และ​พูด​ไม่ได้​อยู่​อย่าง‍นั้น

[23] เมื่อ​หมด​เวร​ของ​ท่าน​แล้ว ท่าน​ก็​กลับ​บ้าน

[24] ภาย‍หลัง​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ภรรยา​ของ​ท่าน​ตั้ง​ครรภ์ และ​อยู่​กับ​บ้าน​อย่าง​เงียบๆ ห้า​เดือน นาง​กล่าว​ว่า

[25] “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​ทำ​เช่น‍นี้​แก่​ข้าพ‌เจ้า​ใน​วัน‍ที่​พระ‍องค์​ทอด‍พระ‍เนตร เพื่อ​ว่า​ความ​อดสู​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ที่​มี‍อยู่​ท่าม‍กลาง​คน​ทั้ง‍ปวง​จะ​หมด‍สิ้น​ไป”

[26] เมื่อ​ถึง​เดือน​ที่​หก พระ‍เจ้า​ทรง‍ใช้​ทูต‍สวรรค์​กา‌เบรียล​มา​ยัง​เมือง​หนึ่ง​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี​ชื่อ​นา‌ซา‌เร็ธ

[27] ให้​ไป​หา​หญิง​พรหม‌จารี​คน​หนึ่ง​ที่​หมั้น​ไว้​กับ​ชาย​ที่​ชื่อ​โย‌เซฟ ซึ่ง​เป็น​คน​ใน​เชื้อ‍วงศ์​ของ​ดา‌วิด หญิง​พรหม‌จารี​คน​นั้น​ชื่อ​มา‌รีย์

[28] ทูต‍สวรรค์​มา​หา​นาง​แล้ว​บอก​ว่า “เธอ​ผู้​ที่​พระ‍เจ้า​โปรด‌ปราน​มาก จง​ชื่น‌ชม​ยินดี​เถิด องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​สถิต​อยู่​กับ​เธอ”

[29] มา‌รีย์​ก็​ตก‍ใจ​เพราะ​คำ​พูด​นั้น และ​รำ‌พึง​ว่า คำ​ทัก‍ทาย​มี​ความ​หมาย​ว่า​อย่าง‍ไร

[30] แล้ว​ทูต‍สวรรค์​จึง​กล่าว​แก่​นาง​ว่า “มา‌รีย์​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เธอ​เป็น​ผู้​ที่​พระ‍เจ้า​โปรด‌ปราน

[31] นี่‍แน่ะ เธอ​จะ​ตั้ง​ครรภ์​และ​คลอด​บุตร‍ชาย จง​ตั้ง​ชื่อ​บุตร​นั้น​ว่า​เยซู

[32] บุตร​นั้น​จะ​เป็น​ใหญ่ และ​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​บุตร​ของ​พระ‍เจ้า​สูง​สุด องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ผู้​เป็น​พระ‍เจ้า​จะ​ประ‌ทาน​บัล‌ลังก์​ของ​ดา‌วิด​บรรพ‌บุรุษ​ของ​ท่าน​ให้​แก่​ท่าน

[33] และ​ท่าน​จะ​ครอบ‍ครอง​พงศ์‍พันธุ์​ของ​ยา‌โคบ​สืบ​ไป​เป็น​นิตย์ และ​แผ่น‍ดิน​ของ​ท่าน​จะ​ไม่​มี​วัน​สิ้น‍สุด​เลย ”

[34] มา‌รีย์​จึง​พูด​กับ​ทูต‍สวรรค์​องค์​นั้น​ว่า “เหตุ‍การณ์​นั้น​จะ​เป็น​ไป​ได้​อย่าง‍ไร เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​ยัง​ไม่​เคย​หลับ‍นอน​กับ​ชาย​ใด?”

[35] ทูต‍สวรรค์​จึง​ตอบ​นาง​ว่า “พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​จะ​เสด็จ​ลง​มา​เหนือ​เธอ และ​ฤทธิ์​เดช​ของ​ผู้​สูง​สุด​จะ​ปก​เธอ เพราะ​ฉะนั้น​องค์​บริ‌สุทธิ์​ที่​เกิด​มา​นั้น​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​พระ‍บุตร​ของ​พระ‍เจ้า

[36] นี่​แน่ะ ถึง​แม้​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ญาติ​ของ​เธอ​จะ​ชรา​แล้ว ก็​ยัง​ตั้ง​ครรภ์​มี​บุตร​ชาย บัด‍นี้​นาง​นั้น​ที่​คน​เขา​ถือ‍ว่า​เป็น​หญิง‍หมัน​ก็​มี​ครรภ์​ได้​หก​เดือน​แล้ว

[37] เพราะ‍ว่า​ไม่‍มี​สิ่ง‍หนึ่ง​สิ่ง‍ใด​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ทำไม่‍ได้ ”

[38] มา‌รีย์​จึง​กล่าว​ว่า “นี่แน่ะ ข้าพ‌เจ้า​เป็น​ทาส​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ข้าพ‌เจ้า​พร้อม​ที่​จะ​เป็น​ไป​ตาม​คำ​ของ​ท่าน” แล้ว​ทูต‍สวรรค์​ก็​จาก​นาง​ไป

[39] ใน​เวลา‍นั้น​มา‌รีย์​จึง​รีบ​ไป​ยัง​เมือง​หนึ่ง​ใน​แถบ​ภูเขา​แคว้น​ยูเดีย

[40] แล้ว​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เศ‌คา‌ริยาห์​ทัก‍ทาย​ปรา‌ศรัย​กับ​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ

[41] เมื่อ​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ได้​ยิน​คำ​ทัก‍ทาย​ของ​มา‌รีย์ ทารก​ใน​ครรภ์​ของ​นาง​ก็​ดิ้น และ​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ก็​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์

[42] จึง​ร้อง​เสียง‍ดัง​ว่า “ใน​บรร‌ดา​สตรี​เธอ​ได้​รับ​พร​มาก และ​ทารก​ใน​ครรภ์​ของ​เธอ​ก็​ได้​รับ​พระ‍พร​ด้วย

[43] ทำไม​ฉัน​ถึง​ได้​รับ​ความ​โปรด‌ปราน​เช่น​นี้ คือ​มารดา​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้าของ​ฉัน​มา​หา

[44] นี่‍แน่ะ พอ​เสียง​ทัก‍ทาย​ของ​เธอ​เข้า​ถึง​หู​ของ​ฉัน ทารก​ใน​ครรภ์​ของ​ฉัน​ก็​ดิ้น​ด้วย​ความ​เปรม‌ปรีดิ์

[45] ความ‍สุข​เป็น​ของ​สตรี​ที่​เชื่อ​ว่า​สิ่ง​ที่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรัส​กับ​เธอ​นั้น​จะ​สำเร็จ”

[46] มา‌รีย์​จึง​กล่าว​ว่า “จิต‍ใจ​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ก็​ยก‍ย่อง​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[47] และ​จิต​วิญ‌ญาณ​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ก็​เปรม‍ปรีดิ์​ใน​พระ‍เจ้า​พระ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ของ​ข้าพ‌เจ้า

[48] เพราะ​พระ‍องค์​ทรง​ห่วง‍ใย​ฐานะ​อัน​ต่ำ‍ต้อย ของ​ทาส​ของ​พระ‍องค์ นี่‍แน่ะ ตั้ง​แต่​นี้​ไป​คน​ทุก​ยุค​จะ​เรียก​ข้าพ‌เจ้า​ว่า​ผา‍สุก

[49] เพราะ​ว่า​ผู้​ทรง​ฤทธา‌นุภาพ​ทรง​ทำ​การ​ใหญ่​เพื่อ​ข้าพ‌เจ้า พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์​ก็​บริ‌สุทธิ์

[50] พระ‍เมตตา​ของ​พระ‍องค์​มี​แก่​บรร‌ดา​ผู้​เกรง‍กลัว​พระ‍องค์ ใน​ทุก​ยุค​ทุก​สมัย

[51] พระ‍องค์​ทรง​สำ‌แดง​อา‌นุ‌ภาพ​ด้วย​พระ‍กร​ของ​พระ‍องค์ พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ให้​คน​ที่​มี​ใจ​เย่อ‍หยิ่ง​กระจัด‍กระจาย​ไป

[52] พระ‍องค์​ทรง‍ถอด​เจ้า‍นาย​ออก​จาก​บัล‌ลังก์ และ​พระ‍องค์​ทรง‍ยก​ผู้‍น้อย​ขึ้น

[53] พระ‍องค์​ทรง​ให้​คน​อด‍อยาก​อิ่ม​ด้วย​สิ่ง​ดี และ​ทรง​ทำ​ให้​คน​มั่งมี​ไป​มือ​เปล่า

[54] พระ‍องค์​ทรง‍ช่วย​อิส‌รา‌เอลข้า​ทาส​ของ​พระ‍องค์ พระ‍องค์​ทรง​จด‍จำ​พระ‍กรุ‌ณา​ของ​พระ‍องค์

[55] ที่​มี​ต่อ​อับ‌รา‌ฮัม ​และ​ต่อ​พงศ์‍พันธุ์​ของ​ท่าน​เป็น​นิตย์ ตาม​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​ไว้​กับ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา ”

[56] มา‌รีย์​อา‌ศัย​อยู่​กับ​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​ประ‌มาณ​สาม​เดือน แล้ว​จึง​กลับ​ไป​ยัง​บ้าน​ของ​ตน

[57] เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​นาง​เอลี‌ซา‌เบธ​จะ​คลอด‍บุตร นาง​ก็​คลอด​บุตร​ชาย

[58] เมื่อ​เพื่อน‍บ้าน​และ​ญาติ​พี่‍น้อง​ของ​นาง​ได้​ยิน​ว่า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​สำ‌แดง​พระ‍เมตตา​แก่​นาง​อย่าง​มาก เขา​ทั้งหลาย​ก็​พา​กัน​ชื่นชม​ยินดี

[59] พอ​ถึง​วัน​ที่​แปด เขา​ก็​พา​กัน​มา​ให้​ทารก​นั้น​เข้า​สุหนัต และ​เขา​จะ​ตั้ง​ชื่อ​ทารก​ว่า​เศ‌คา‌ริยาห์​ตาม​ชื่อ​บิดา

[60] แต่​มารดา​ตอบ​ว่า “ไม่‍ได้ ต้อง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า​ยอห์น”

[61] พวก​เขา​ตอบ​นาง​ว่า “ไม่‍มี​ใคร​ใน​พวก​ญาติ​ของ​ท่าน​ที่​มี​ชื่อ​อย่าง​นั้น”

[62] แล้ว​พวก​เขา​จึง​ทำ​บุ้ย‍ใบ้​กับ​บิดา​ถาม​ว่า​ท่าน​อยาก​จะ​ให้​บุตร​นั้น​ชื่อ​อะไร

[63] บิดา​จึง​ขอ​กระ‌ดาน‍ชนวน​มา เขียน​ว่า “ชื่อ​ของ​เขา​คือ​ยอห์น” คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​ประ‌หลาด​ใจ

[64] ทัน‍ใด​นั้น​ปาก​และ​ลิ้น​ของ​ท่าน​ก็​กลับ​เป็น​ปกติ​พูด​ได้​อีก แล้ว​ท่าน​กล่าว​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า

[65] เพื่อน​บ้าน​ของ​ท่าน​ก็​เกิด​ความ‍กลัว และ​เหตุ​การณ์​เหล่า‍นี้​ก็​เลื่อง​ลือ​ไป​ทั่ว​แถบ​ภูเขา​แคว้น​ยูเดีย

[66] บรร‌ดา​คน​ที่​ได้​ยิน​ก็​จด‍จำ​ไว้​ใน​ใจ และ​กล่าว​ว่า “ทารก​คน​นั้น​จะ​เป็น​อย่าง‍ไร​ต่อ​ไป​ข้าง‍หน้า​นะ?” เพราะ‍ว่า​พระ‍หัตถ์​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​อยู่​กับเขา

[67] เศ‌คา‌ริยาห์​ผู้​เป็น​บิดา​ก็​เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​และ​กล่าว​พยา‌กรณ์ว่า

[68] “สาธุ‍การ​แด่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ผู้​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​อิส‌รา‌เอล เพราะ‍ว่า​พระ‍องค์​ทรง​เยี่ยม‍เยียน​และ​ทรง​ไถ่​ชน‍ชาติ​ของ​พระ‍องค์

[69] และ​ทรง​ให้​ผู้​ช่วย​ทรง‍ฤทธิ์ ​เกิด​มา​เพื่อเรา ใน​เชื้อ‍วงศ์​ของ​ดา‌วิด​ผู้​รับ‍ใช้​ของ​พระ‍องค์

[70] ตาม​ที่​พระ‍องค์​ตรัส​ไว้​ตั้ง‍แต่​โบ‌ราณ โดย​ปาก​ของ​ผู้​เผย​พระวจนะ​บริสุทธิ์​ของ​พระ‍องค์

[71] คือ​ทรง​ให้​เรา​รอด‍พ้น​จาก​พวก​ศัตรู​และ​พ้น​จาก​เงื้อม‍มือ​ของ​ทุก​คน​ที่​เกลียด‍ชัง​เรา

[72] ดัง‍นั้น​พระ‍องค์​จึง​ทรง​สำ‌แดง​พระ‍กรุ‌ณา​ตาม​ที่​ทรง​สัญ‌ญา​แก่​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา และ​ทรง​ระลึก​ถึง​พันธ‌สัญ‌ญา​บริสุทธิ์​ของ​พระ‍องค์

[73] คือ​คำ​ปฏิ‌ญาณ​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ไว้​กับ​อับ‌รา‌ฮัม​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ว่า

[74] เมื่อ​เรา​พ้น​จาก​เงื้อม‍มือของ​พวก​ศัตรู​แล้ว จะ​โปรด​ให้​เรา​ปรน‍นิบัติ​พระ‍องค์​โดย​ปราศ‍จาก​ความ​กลัว

[75] ด้วย​ความ​บริ‌สุทธิ์​และ​ด้วย​ความ​ชอบ‍ธรรม เฉพาะ​พระ‍พักตร์​พระ‍องค์​ตลอด​ชีวิต

[76] ทารก​เอ๋ย เขา​จะ​เรียก​เจ้า​ว่า​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ของ​ผู้​สูง‍สุด เพราะ​ว่า​เจ้า​จะ​นำ​หน้า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​และ​จัด‍เตรียม​มรร‌คา ​ของ​พระ‍องค์

[77] เพื่อ​จะ​ให้​ชน‍ชาติ​ของ​พระ‍องค์​รู้​ถึงความ​รอด ซึ่ง​มา​ทาง​การ​ทรง​ยก‍โทษ​บาป​เขา​เหล่า‍นั้น

[78] โดย​พระ‍ทัย​เมต‌ตา​ของ​พระ‍เจ้า​ของ​เรา แสง‍อรุณ​จาก​เบื้อง​สูง​จึง​มาเยี่ยม‍เยียน​เรา

[79] ส่อง‍สว่าง​แก่​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่‍อยู่​ใน​ความ​มืด และ​ใน​เงา​ของ​ความ‍มร‌ณา เพื่อ​จะ​นำ​เท้า​ของ​เรา​ไป​ใน​ทาง​สันติ‍สุข”

[80] ทารก​น้อย​นั้น​ก็​เจริญ‍วัย​ขึ้น และ​จิต​วิญ‌ญาณ​ก็​มี​กำ‌ลัง​ทวี​ขึ้น ท่าน​ไป​อา‌ศัย​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​จน​ถึง​วัน​ที่​ท่าน​มา​ปรา‌กฏ​แก่​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters