Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:17

[1] อยู่​มา​คราว​นั้น มี​รับ‍สั่ง​จาก​จักร‌พรรดิ​ออ‌กัส‌ตัส​ให้​จด​ทะเบียน​สำ‌มะ‌โน‌ครัว​ทั่ว​ทั้ง​แผ่น‍ดิน

[2] นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ที่​มี​การ​จด​ทะเบียน​สำ‌มะ‌โน‌ครัว เกิด​ขึ้น​ใน​สมัย​ที่​คี‌ริ‌นิ‌อัส​เป็น​เจ้า‍เมือง​ซีเรีย

[3] คน​ทั้ง‍หลาย​ต่าง​ก็​ไป​จด​ทะเบียน​ที่​เมือง​ของ​ตน

[4] โย‌เซฟ​ก็​เดิน‍ทาง​จาก​เมือง​นา‌ซา‌เร็ธ​แคว้น​กา‌ลิลี ไป​ที่​เมือง​ของ​ดา‌วิด​ชื่อ​เบธ‌เล‌เฮม​ใน​แคว้น​ยูเดีย​ด้วย เพราะ‍ว่า​เขา​เป็น​วงศ์‍วาน​และ​เชื้อ‍สาย​ของ​ดา‌วิด

[5] เขา​ไป​จด​ทะเบียน​พร้อม​กับ​มา‌รีย์​หญิง​ที่‍เขา​หมั้น​ไว้​แล้ว​และ​กำ‌ลัง​ตั้ง​ครรภ์

[6] ขณะ​เขา​ทั้ง‍สอง​อยู่​ที่​นั่น ก็​ถึง​เวลา​ที่​มา‌รีย์​จะ​คลอด​บุตร

[7] นาง​จึง​คลอด​บุตร‍ชาย​หัวปี เอา​ผ้า‍อ้อม​พัน​และ​วาง​ไว้​ใน​ราง‍หญ้า เพราะ‍ว่า​ไม่​มี​ที่​ว่าง​ใน​โรง‍แรม​สำ‌หรับ​พวก​เขา

[8] ใน​แถบ‍นั้น​มี​พวก​คน​เลี้ยง​แกะ​อยู่​กลาง​ทุ่ง​กำ‌ลัง​เฝ้า​ฝูง​แกะ​ของ​เขา​ใน​เวลา​กลาง‍คืน

[9] มี​ทูต‍สวรรค์​องค์‍หนึ่ง​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​มา​ปรา‌กฏ​แก่​พวก​เขา และ​พระ‍รัศมี​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ส่อง​ล้อม‍รอบ​เขา และ​เขา​กลัว​นัก

[10] ทูต‍สวรรค์​องค์​นั้น​กล่าว​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​นำ​ข่าว‍ดี​มา​ยัง​พวก​ท่าน เป็น​ความ​ยินดี​อย่าง​ยิ่ง​ที่​จะ​มา​ถึง​คน​ทั้ง‍หลาย

[11] เพราะ​ว่า​ใน​วัน​นี้ พระ‍ผู้​ช่วย​ให้‍รอด​ของ​พวก​ท่าน​คือ​พระ‍คริสต์​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​มา​ประสูติ​ที่​เมือง​ของ​ดา‌วิด

[12] นี่​จะ​เป็น​หมาย‍สำ‌คัญ​สำ‌หรับ​พวก​ท่าน คือ​ท่าน​จะ​พบ​พระ‍กุมาร​นั้น​พัน​ผ้า‍อ้อม​นอน​อยู่​ใน​ราง‍หญ้า”

[13] ใน​ทัน‍ใด​นั้น ชาว‍สวรรค์​หมู่‍หนึ่ง​มา​ปรา‌กฏ​อยู่​กับ​ทูต​สวรรค์​องค์​นั้น​ร่วม​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​ว่า

[14] “พระ‍สิริ​จง​มี​แด่​พระ‍เจ้า​ใน​ที่​สูง​สุด ส่วน​บน​แผ่น‍ดิน​โลก สันติ‍สุข​จง​มี​ท่าม‍กลาง​มนุษย์​ทั้ง‍หลาย​ที่​พระ‍องค์​โปรด‌ปราน​นั้น”

[15] เมื่อ​ทูต‍สวรรค์​เหล่า​นั้น​ไป​จาก​พวก​เขา​ขึ้น​สู่​สวรรค์​แล้ว บรรดา​คน​เลี้ยง​แกะ​ก็​พูด​กัน​ว่า “ให้​เรา​ไป​ยัง​เมือง​เบธ‌เล‌เฮม​ดู​เหตุ‍การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ตาม​ที่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​แจ้ง​กับ​เรา”

[16] เขา​ก็​รีบ​ไป แล้ว​พบ​นาง​มา‌รีย์​กับ​โย‌เซฟ และ​พบ​พระ‍กุมาร​นั้น​นอน​อยู่​ใน​ราง‍หญ้า

[17] เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​แล้ว​จึง​เล่า​เรื่อง​ที่​เขา​ได้​ยิน​ถึง​พระ‍กุมาร​นั้น

[18] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ได้​ยิน​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ที่​คน​เลี้ยง​แกะ​บอก​กับ​เขา

[19] ส่วน​นาง​มารีย์​ก็​เก็บ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ไว้​และ​รำ‌พึง​อยู่​ใน​ใจ

[20] บรรดา​คน​เลี้ยง​แกะ​จึง​กลับ​ไป​ถวาย​พระ‍เกียรติ​และ​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า สำ‌หรับ​เหตุ‍การณ์​ทุก​อย่าง​ที่​เขา​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น​ดัง​ที่​กล่าว​ไว้​กับ​พวก​เขา

[21] หลัง​จาก​ครบ​แปด​วัน​ซึ่ง​เป็น​วัน​ที่​จะ​ให้​พระ‍กุมาร​นั้น​เข้า​สุหนัต เขา​จึง​ให้​นาม​ว่า​เยซู ดัง​ที่​ทูต‍สวรรค์​กล่าว​ไว้​ก่อน ​จะปฏิ‌สนธิ​ใน​ครรภ์

[22] เมื่อ​ถึง​เวลา​ทำ​พิธี​ชำระ​ตัว​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​โม‌เสส บิดา‍มารดา​จึง​นำ​พระ‍กุมาร​ไป​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​เพื่อ​ถวาย​แด่​องค์‍พระ​ผู้‍เป็น‍เจ้า

[23] ตาม​ที่​เขียน​ไว้​แล้ว​ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ว่า“บุตร‍ชาย​หัวปี​ทุก‍คน​จะ​ต้อง​เป็น​บุตร​ที่​ถวาย​แด่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า”

[24] แล้ว​พวก​เขา​ก็​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ตาม​ที่​ตรัส​สั่ง​ไว้​แล้ว​ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คือนก‍เขา​คู่‍หนึ่ง หรือ​นก‍พิราบ​หนุ่ม​สอง​ตัว

[25] มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ชื่อ​สิ‌เม‌โอน เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​และ​ยำ‍เกรง​พระ‍เจ้า ท่าน​คอย​เวลา​ที่​พวก​อิส‌รา‌เอล​จะ​ได้​รับ​การ​ปลอบ‌โยน​ใจ และ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ก็​สถิต​กับ​ท่าน

[26] พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ทรง​สำ‌แดง​แก่​ท่าน​ว่า​ท่าน​จะ​ไม่​ตาย​จน‍กว่า​จะ​ได้​เห็น​พระ‍คริสต์​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[27] เมื่อ​สิ‌เม‌โอน​เข้า​ไป​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​โดย​การ​ทรง​นำ​ของ​พระ‍วิญ‌ญาณ และ​ขณะ​ที่​บิดา​มารดา​นำ​พระ‍กุมาร​เยซู​เข้า​ไป​เพื่อ​จะ​ทำ​ต่อ​พระ‍กุมาร​ตาม​ธรรม‌เนียม​ของ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นั้น

[28] สิ‌เม‌โอน​เข้า​ไป​อุ้ม​พระ‍กุมาร และ​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​ว่า

[29] “ข้า‍แต่​องค์​เจ้า‍นาย บัด‍นี้​ขอ​ทรง​ให้​ทาส​ของ​พระ‍องค์​ไป​เป็น​สุข ตาม​พระ‍ดำ‌รัส​ของ​พระ‍องค์

[30] เพราะ‍ว่า​ตา​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​ได้​เห็น​ความ​รอด​ของ​พระ‍องค์​แล้ว

[31] ซึ่ง​พระ‍องค์​ทรง​จัด​เตรียม​ไว้​ต่อ‍หน้า​ชน‍ชาติ​ทั้ง‍หลาย

[32] เป็น​ความ​สว่าง​ที่​ส่อง​แก่​คน​ต่าง​ชาติ และ​เป็น​ศักดิ์‍ศรี​ของ​พวก​อิส‌รา‌เอล​ชน‍ชาติ​ของ​พระ‍องค์”

[33] ส่วน​บิดา​มารดา​ของ​พระ‍กุมาร​นั้น​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​เพราะ​ถ้อย‍คำ​ที่​ท่าน​กล่าว​ถึง​พระ‍กุมาร

[34] แล้ว​สิ‌เม‌โอน​ก็​อวย‍พร​เขา แล้ว​กล่าว​แก่​นาง​มา‌รีย์​มารดา​พระ‍กุมาร​นั้น​ว่า “นี่‍แน่ะ พระ‍กุมาร​นี้​ได้​รับ​การ​เลือก‍สรร​เพื่อ​เป็น​เหตุ​ให้​หลาย​คน​ใน​พวก​อิส‌รา‌เอล​ล้ม​ลง​หรือ​ลุก​ขึ้น และ​จะ​เป็น​หมาย‍สำ‌คัญ​ที่​คน​จะ​ปฏิ‌เสธ

[35] เพื่อ​ที่​ว่า​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​คน​จำนวน​มาก​จะ​ปรา‌กฏ​แจ้ง ถึง​หัว‍ใจ​ของ​ท่าน​เอง​ก็​จะ​ถูก​ดาบ​แทง​ทะลุ​ด้วย”

[36] มี​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อัน‌นา เป็น​บุตรี​ของ​ฟานู‌เอล​ใน​เผ่า​อา‌เชอร์ นาง​ชรา​มาก​แล้ว นาง​อยู่​กับ​สามี​ได้​เพียง​เจ็ด​ปี​หลัง​จาก​แต่ง‍งาน

[37] แล้ว​ก็​เป็น​ม่าย​มา​จน​ถึง​อายุ​แปด‍สิบ‍สี่​ปี นาง​ไม่​เคย​ออก​ไป‍จาก​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​เลย แต่​อยู่​นมัส‌การ​ถือ​อด​อาหาร​และ​อธิษ‌ฐาน​ทั้ง​กลาง‍วัน​กลาง‍คืน

[38] ใน​ขณะ​นั้น ผู้หญิง​คน‍นี้​ก็​เข้า​มา​ขอบ​พระ‍คุณ​พระ‍เจ้า​และ​กล่าว​ถึง​พระ‍กุมาร​ให้​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​คอย​การ​ทรง​ไถ่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​ฟัง

[39] เมื่อ​โย‌เซฟ​กับ​นาง​มา‌รีย์​ทำ​สิ่ง​ต่างๆ ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​เสร็จ​แล้ว จึง​กลับ​ไป​ยัง​นา‌ซา‌เร็ธ​เมือง​ของ​ตน​ใน​แคว้น​กา‌ลิลี

[40] พระ‍กุมาร​นั้น​ก็​เจริญ​วัย​แข็ง‍แรง​ขึ้น เต็ม​เปี่ยม​ด้วย​สติ‍ปัญ‌ญา และ​พระ‍คุณ​ของ​พระ‍เจ้า​อยู่​กับ​ท่าน

[41] บิดา​มารดา​นั้น​เคย​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู‌ซาเล็ม​ใน​เทศ‌กาล​ปัส‌กา ​ทุกๆ ปี

[42] ดัง‍นั้น​เมื่อ​พระ‍กุมาร​มี​อายุ​ได้​สิบ‍สอง​ปี พวก​เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ร่วม​เทศ‌กาล​นั้น​ตาม​ธรรม‌เนียม

[43] หลัง‍จาก​ครบ​กำ‌หนด​วัน​เทศ‌กาล​แล้ว ขณะ​กำ‌ลัง​เดิน‍ทาง​กลับ พระ‍กุมาร​เยซู​ยัง​คง​ค้าง​อยู่​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม แต่​บิดา​มาร‌ดา​ไม่​รู้

[44] เพราะ​เขา​ทั้ง‍สอง​คิด​ว่า​พระ‍กุมาร​อยู่​ใน​หมู่​คน​ที่​มา​ด้วย​กัน เขา​จึง​เดิน‍ทาง​ต่อ​ไป​ได้​วัน​หนึ่ง​แล้ว​ก็​เริ่ม​หา​พระ‍กุมาร​ใน​หมู่​ญาติ​พี่​น้อง​และ​พวก​คน​ที่​รู้‍จัก​กัน

[45] เมื่อ​ไม่‍พบ​จึง​กลับ​ไป​ตาม‍หา​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[46] เมื่อ​หา​ได้​สาม​วัน​แล้ว ก็​พบ​พระ‍กุมาร​นั่ง​อยู่​ใน​พระ‍วิหาร​ท่าม‍กลาง​พวก​อา‌จารย์ กำ‌ลัง​ฟัง​และ​ไต่‍ถาม​อา‌จารย์​เหล่า​นั้น​อยู่

[47] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ได้​ยิน​ต่าง​ประ‌หลาด​ใจ​ใน​สติ​ปัญ‌ญา​และ​คำ‍ตอบ​ของ​พระ‍กุมาร​นั้น

[48] ส่วน​บิดา​มารดา​เมื่อ​เห็น​แล้ว​ก็​ประ‌หลาด​ใจ มารดา​กล่าวว่า “ลูก​เอ๋ย ทำไม​ถึง​ทำ​กับ​เรา​อย่าง​นี้ ดู‍ซิ พ่อ​กับ​แม่​เที่ยว​ตาม​หา​ลูก​ด้วย​ความ​ทุกข์‍ใจ”

[49] พระ‍เยซู​ตอบ​ว่า “พ่อ​กับ​แม่​ตาม​หา​ลูก​ทำไม? พ่อ​กับ​แม่​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​ลูก​ต้อง​อยู่​ใน​พระ‍นิเวศ​ของ​พระ‍บิดา? ”

[50] แต่​บิดา​มาร‌ดา​ไม่​เข้า‍ใจ​คำ​ที่​พระ‍เยซู​กล่าว​กับ​เขา​ทั้ง​สอง

[51] แล้ว​พระ‍กุมาร​ก็​ลง​ไป​กับ​บิดา​มาร‌ดา ยัง​เมือง​นา‌ซา‌เร็ธ และ​ยอม​เชื่อ​ฟัง​เขา​ทั้ง​สอง ส่วน​มาร‌ดา​เก็บ​เรื่อง‍ราว​ทั้ง‍หมด​นั้น​ไว้​ใน​ใจ

[52] พระ‍เยซู​เจริญ​ขึ้น​ใน​ด้าน​สติ‍ปัญ‌ญา​และ​ด้าน​ร่าง‍กาย เป็น​ที่​ชอบ​ต่อ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า​และ​ต่อ‍หน้า​คน​ทั้ง‍หลาย​ด้วย

พระ​กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย ลูกา — Chapters