Skip to content
Opens in a new window

[1] พระ‍วจนะ​ของ​พระ‍ยาห์‌เวห์​มา​ยัง​ข้าพ‌เจ้า​อีก​ว่า

[2] “เจ้า​ทั้ง‍หลาย​กล่าว​สุภา‌ษิต​นี้​ที่​เกี่ยว‍กับ​แผ่น‍ดิน​อิส‌รา‌เอล​ด้วย​ความ‍หมาย​อะ‌ไร? คือ​เมื่อ​กล่าว​ว่า ‘พ่อ​กิน​องุ่น​เปรี้ยว และ​ลูก​ก็​เข็ด​ฟัน’ ”

[3] พระ‍ยาห์‌เวห์​องค์​เจ้า‍นาย​ตรัส​ว่า เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​อย่างไร เจ้า​ทั้ง‍หลาย​จะ​ไม่‍ใช้​สุภา‌ษิต​นี้​ใน​อิส‌รา‌เอล​อีก

[4] นี่แน่ะ ชีวิต​ทั้ง‍หมด​เป็น​ของ​เรา ชีวิต​บิดา​เป็น​ของ​เรา​เช่น‍เดียว​กับ​ที่​ชีวิต​บุตร​ก็​เป็น​ของ​เรา ชีวิต​ใด​ที่​ทำ​บาป​ก็​จะ​ต้อง​ตาย

[5] “ถ้า​ใครเป็นคน​ชอบ‍ธรรม และ​ทำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​และ​ความ​ชอบ‍ธรรม

[6] ถ้า​คน​นั้น​ไม่‍ได้​กิน​ที่​ภูเขา​หรือ​เงย​หน้า​ต่อ​รูป‍เคา‌รพ​ของ​พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล และ​ไม่‍ได้​ทำ​ให้​ภรร‌ยา​เพื่อน‍บ้าน​เป็น​มล‌ทิน หรือ​เข้า​หา​ผู้หญิง​ใน​เวลา​เธอ​มี​ประ‌จำ​เดือน

[7] เขา​ไม่‍ได้​บีบ‍บัง‍คับ​คน‍หนึ่ง​คน‍ใด แต่​คืน​ของ​ประ‌กัน​ให้​แก่​ลูก‍หนี้ ไม่​เคย​ปล้น​ทรัพย์ แต่​ให้​อา‌หาร​ของ​เขา​แก่​คน​ที่​หิว และ​ให้​เสื้อ‍ผ้า​คลุม​กาย​คน​ที่​เปลือย

[8] ทั้ง​ไม่‍ได้​ให้​กู้‍ยืม​โดย​คิด​ดอก‍เบี้ย​หรือ​เอา​เงิน​เพิ่ม เขา​หัน​มือ​จาก​ความ​อยุติ‍ธรรม แต่​ทำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​อย่าง​สัตย์‍จริง​ระ‌หว่าง​มนุษย์​กับ​มนุษย์​ด้วย​กัน

[9] เขา​ดำ‌เนิน​ตาม​กฎ‍เกณฑ์​ของ​เรา และ​รักษา​กฎ‍หมาย​ของ​เรา​โดย​ทำ​อย่าง​ซื่อ‍สัตย์ คน​ผู้​นั้น​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่‍นอน” พระ‍ยาห์‌เวห์ องค์‍เจ้า‍นาย​ตรัส​ดัง‍นี้​แหละ

[10] “ถ้า​เขา​มี​บุตร​เลว‍ร้าย​ผู้​ทำ​ให้​โล‌หิต​ตก ผู้​ได้​ทำ​สิ่ง‍หนึ่ง​สิ่ง‍ใด​ใน​สิ่ง‍เหล่า‍นี้

[11] (ตัว​คน​นั้น​เอง​ไม่‍ได้​ทำ​สิ่ง​เหล่า‍นี้) คือ​บุตร​นั้น ​รับ‍ประ‌ทาน​ที่​ภู‌เขา ทำ​ให้​ภรร‌ยา​เพื่อน‍บ้าน​เป็น​มล‌ทิน

[12] เขา​บีบ​บัง‍คับ​คน​จน​และ​คน​ขัด‍สน ทั้ง​ปล้น​ทรัพย์ ไม่​ยอม​คืน​ของ​ประ‌กัน เขา​เงย​หน้า​ต่อ​รูป‍เคา‌รพ และ​ทำ​สิ่ง​ที่​น่าสะ‌อิด​สะ‌เอียน​ต่างๆ

[13] ให้​กู้‍ยืม​โดย​คิด​ดอก‍เบี้ย​หรือ​เอา​เงิน​เพิ่ม เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​หรือ? เขา​จะ​ไม่‍มี​ชีวิต​อยู่ เขา​ได้​ทำ​สิ่ง​น่าสะ‌อิด​สะ‌เอียน​ทั้ง‍หมด​นี้ เขา​จะ​ต้อง​ตาย​แน่‍นอน โล‌หิต​ของ​เขา​จะ​ตก​อยู่​บน​ตัว​เขา

[14] “แต่​ถ้า​คน​ที่​กล่าว​มา​นี้ ​มี​บุตร​ผู้​มอง‍เห็น​บาป​ทั้ง‍หมด​ที่​บิดา​ของ​เขา​ได้​ทำ บุตร​ของ​คน​นี้ ​มอง‍เห็น​แต่​ไม่‍ได้​ทำ​ตาม​เขา

[15] บุตร​ของ​คน​นี้​ไม่‍ได้​รับ‍ประ‌ทาน​ที่​ภูเขา และ​ไม่‍ได้​เงย​หน้า​ต่อ​รูป‍เคา‌รพ​ของ​พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล หรือ​ทำ​ให้​ภรร‌ยา​ของ​เพื่อน‍บ้าน​เป็น​มล‌ทิน

[16] ทั้ง​ไม่‍ได้​บีบ‍บัง‍คับ​ผู้‍ใด ไม่​เอา​ของ​ประ‌กัน ไม่​ปล้น​ทรัพย์ แต่​เขา​ให้​อา‌หาร​แก่​คน‍หิว และ​ให้​เสื้อ‍ผ้า​คลุม​กาย​แก่​คน​ที่​เปลือย

[17] เขา​หัน‍มือ​จาก​การ​เบียด‍เบียน​คน​จน ไม่​ได้​เอา​ดอก‍เบี้ย​หรือ​เงิน​เพิ่ม เขา​ทำ​ตาม​กฎ‍หมาย​ทั้ง‍หลาย​ของ​เรา และ​ดำ‌เนิน​ตาม​กฎ‍เกณฑ์​ของ​เรา เขา​จะ​ไม่​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด‍บาป​ของ​บิดา​เขา เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่‍นอน

[18] แต่​บิดา​ของ​เขา​หา​เงิน​ด้วย​การ​บีบ‍บัง‍คับ และ​ปล้น​ทรัพย์​ของ​พี่‍น้อง ทำ​แต่​สิ่ง​ไม่‍ดี​ใน​ท่าม‍กลาง​ชน‍ชาติ​ของ​เขา นี่‍แน่ะ บิดา​ของ​เขา​ก็​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​ความ​ผิด‍บาป​ของ​ตัวเอง

[19] “แต่​พวก‍เจ้า​ยัง​กล่าว​ว่า ‘ทำไม​บุตร​จึง​ไม่​รับ‍โทษ​ความ​ชั่ว​ของ​บิดา​ของตน?’ เมื่อ​บุตร​ได้​ทำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​และ​ความ​ชอบ‍ธรรม​แล้ว ทั้ง​ได้​รัก‌ษา​กฎ‍เกณฑ์​ทั้ง‍หมด​ของ​เรา​และ​ได้ทำ​ตาม เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่‍นอน

[20] ตัว​คน​ที่​ทำ​บาป​จะ​ต้อง​ตาย บุตร​ไม่​ต้อง​รับ‍โทษ​ความ​ผิด‍บาป​ของ​บิดา บิดา​ก็​ไม่​ต้อง​รับ‍โทษ​ความ​ผิด‍บาป​ของ​บุตร คน​ชอบ‍ธรรม​จะ​รับ​ผล​ความ​ชอบ‍ธรรม​ของ​ตน และ​คน​อธรรม​จะ​รับ​ผล​การ​อธรรม​ของ​ตน

[21] “แต่​ถ้า​คน​อธรรม​คน​ใด​หัน‍กลับ​จาก​บาป​ทั้ง‍หมด​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​ไป และ​รัก‌ษา​กฎ‍เกณฑ์​ทั้ง‍หมด​ของ​เรา ทั้ง​ทำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่‍นอน เขา​จะ​ไม่​ตาย

[22] การ​ละ‌เมิด​ทุก​อย่าง​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​แล้ว​นั้น​จะ​ไม่​ถูก​จด‍จำ​ไว้​เพื่อ​เอา​โทษ​เขา เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ด้วย​ความ​ชอบ‍ธรรม​ที่​เขา​ได้​ทำ​ไป

[23] พระ‍ยาห์‌เวห์​องค์​เจ้า‍นาย​ตรัส​ว่า เรา​พอ‍ใจ​ใน​ความ​ตาย​ของ​คน​อธรรม​หรือ? แต่​เรา​พอ‍ใจ​ให้​เขา​หันกลับ​จาก​ทาง​ของ​เขา​และ​มี​ชีวิต​อยู่​ไม่‍ใช่​หรือ?

[24] แต่​เมื่อ​คน​ชอบ‍ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ‍ธรรม​ของ​เขา และ​ทำ​บาป ทั้ง​ทำ​สิ่ง‍น่าสะ‌อิด​สะ‌เอียน​เช่น​เดียว​กับ​ที่​คน​อธรรม​ได้​ทำ เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​หรือ? ความ​ชอบ‍ธรรม​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​มา​แล้ว​นั้น​จะ​ไม่​ถูก​จด‍จำ​ไว้​อีก เขา​จะ​ต้อง​ตาย​เนื่อง​ด้วย​การ​ทร‌ยศ​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​และ​บาป​ซึ่ง​เขา​ทำ​ไป

[25] “แต่​พวก‍เจ้า​ยัง​กล่าว​ว่า ‘ทาง​ของ​องค์​เจ้า‍นาย​ไม่​ยุติ‍ธรรม’ โอ พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​เอ๋ย จง​ฟัง​เถิด ทาง​ของ​เรา​ไม่​ยุติ‍ธรรม​หรือ? ทาง​ของ​เจ้า​ไม่‍ใช่​หรือ​ที่​ไม่​ยุติ‍ธรรม?

[26] เมื่อ​คน​ชอบ‍ธรรม​หัน​จาก​ความ​ชอบ‍ธรรม​ของ​เขา​และ​ทำ​บาป เขา​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​การ​นั้น เขา​จะ​ต้อง​ตาย​เพราะ​บาป​ที่​เขา​ทำ

[27] แต่​เมื่อ​คน​อธรรม​หัน‍กลับ​จาก​การ​อธรรม​ที่​เขา​ทำ​ไป และ​ทำ​ความ​ยุติ‍ธรรม​และ​ทำ​ความ​ชอบ‍ธรรม เขา​ก็​ได้​ช่วย​ชีวิต​ของ​เขา​เอง​ไว้

[28] เพราะ​เขา​ได้​ตรึก‍ตรอง​และ​หัน‍กลับ​จาก​การ​ล่วง​ละ‌เมิด​ซึ่ง​เขา​ได้​ทำ​ไป เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​อย่าง​แน่‍นอน เขา​จะ​ไม่​ตาย

[29] แต่​พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​กล่าว​ว่า ‘ทาง​ของ​องค์‍เจ้า‍นาย​ไม่​ยุติ‍ธรรม’ โอ พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​เอ๋ย ทาง​ของ​เรา​ไม่​ยุติ‍ธรรม​หรือ? ทาง​ของ​เจ้า​ไม่‍ใช่​หรือ​ที่​ไม่​ยุติ‍ธรรม?

[30] “พระ‍ยาห์‌เวห์​องค์‍เจ้า‍นาย​ตรัส​ว่า โอ พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​เอ๋ย เพราะ​ฉะนั้น เรา​จะ​พิพาก‌ษา​เจ้า​แต่​ละ​คน​ตาม​ทาง​ของ​เขา จง​หัน‍กลับ​และ​หัน​เสีย​จาก​การ​ล่วง​ละ‌เมิด​ทั้ง‍หมด​ของ​เจ้า แล้ว​เจ้า​จะ​ไม่​สะดุด​ล้ม​เพราะ​ความ​ผิด‍บาป

[31] จง​ละ​ทิ้ง​การ​ล่วง​ละเมิด​ทั้ง‍หมด​ซึ่ง​เจ้า​ได้​ทำ จง​ทำ​ตัว​ให้​มี​ใจ​ใหม่​และ​วิญ‌ญาณ​ใหม่ โอ พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​เอ๋ย ทำ‌ไม​เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​เล่า?

[32] เรา​ไม่‍มี​ความ​พอใจ​ใน​ความ​ตาย​ของ​ผู้‍ใด จง​หัน‍กลับ​และ​มี​ชีวิต​อยู่” พระ‍ยาห์‌เวห์​องค์​เจ้า‍นาย​ตรัส​ดังนี้​แหละ

เอ‌เส‌เคียล — Chapters