[1] แต่ในปีที่เจ็ดเยโฮยาดามีใจกล้าขึ้น และท่านทำพันธสัญญากับพวกนายร้อยคืออาซาริยาห์บุตรเยโรฮัม ยิชมาเอลบุตรเยโฮฮานัน อาซาริยาห์บุตรโอเบด มาอาเสอาห์บุตรอาดายาห์ และเอลีชาฟัทบุตรศิครี
[2] แล้วเขาทั้งหลายออกไปทั่วยูดาห์ และรวบรวมคนเลวีจากทุกเมืองของยูดาห์ พร้อมทั้งพวกหัวหน้าตระกูลของอิสราเอล และพวกเขาก็มายังกรุงเยรูซาเล็ม
[3] แล้วชุมนุมชนทั้งหมดก็ทำสัตยาบันกับพระราชาในพระนิเวศของพระเจ้า และเยโฮยาดากล่าวกับเขาทั้งหลายว่า “ดูสิ พระราชโอรสของพระราชาจะทรงครองตามที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้เกี่ยวกับพระราชโอรสทั้งหลายของดาวิด
[4] นี่เป็นสิ่งที่ท่านทั้งหลายพึงทำ คือหนึ่งในสามของพวกท่านผู้เข้าเวรวันสะบาโต ซึ่งเป็นปุโรหิตและคนเลวี ให้เป็นคนเฝ้าประตู
[5] หนึ่งในสามให้อยู่ที่พระราชวัง และหนึ่งในสามให้อยู่ที่ประตูฐานราก และให้ประชาชนทั้งหมดอยู่ในลานพระนิเวศของพระยาห์เวห์
[6] แต่อย่าให้ใครเข้าไปในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ นอกจากพวกปุโรหิตและคนเลวีที่ปรนนิบัติอยู่ พวกเขาเข้าไปได้ เพราะเขาทั้งหลายบริสุทธิ์ แต่ประชาชนทุกคนต้องรักษาคำบัญชาของพระยาห์เวห์
[7] ให้พวกเลวีรายล้อมพระราชาไว้โดยรอบ แต่ละคนมีอาวุธในมือ และใครที่เข้าไปในพระนิเวศจะต้องถูกประหาร จงอยู่กับพระราชาเมื่อพระองค์เสด็จออกและเสด็จเข้า”
[8] คนเลวีและคนยูดาห์ทั้งหมดได้ทำทุกสิ่งตามที่เยโฮยาดาปุโรหิตสั่งไว้ พวกเขาต่างนำคนของตนที่จะเข้าเวรวันสะบาโต และคนที่จะออกเวรวันสะบาโตมา เพราะเยโฮยาดาปุโรหิตไม่ได้ปล่อยกองเวร
[9] และเยโฮยาดาปุโรหิตมอบหอกกับโล่ใหญ่และโล่เล็กที่เป็นของกษัตริย์ดาวิด ซึ่งอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้านั้นแก่บรรดากองร้อย
[10] และท่านได้ให้ประชาชนทั้งหมดที่มีอาวุธในมือของแต่ละคนประจำตั้งแต่ด้านขวาของพระนิเวศไปถึงด้านซ้ายของพระนิเวศ ตรงบริเวณแท่นบูชาและพระนิเวศโดยรายล้อมพระราชา
[11] พวกเขานำพระราชโอรสของพระราชาออกมา และสวมมงกุฎ แล้วมอบพระโอวาทให้ และเขาทั้งหลายตั้งพระราชโอรสให้เป็นกษัตริย์ เยโฮยาดากับบรรดาบุตรของท่านก็เจิมพระองค์ แล้วเขาทั้งหลายก็ร้องว่า “ขอพระราชาทรงพระเจริญ”
[12] เมื่ออาธาลิยาห์ได้ยินเสียงประชาชนวิ่งและสรรเสริญพระราชา ก็เสด็จเข้าไปหาประชาชนที่พระนิเวศของพระยาห์เวห์
[13] เมื่อพระนางทอดพระเนตร และดูสิ พระราชาทรงยืนอยู่ข้างเสาของพระองค์ตรงทางเข้า และบรรดาเจ้านายและพลแตรก็อยู่ข้างพระราชา ประชาชนทั้งหมดในแผ่นดินก็เปรมปรีดิ์และเป่าแตร บรรดานักร้องพร้อมด้วยเครื่องดนตรีของพวกเขาก็นำการสรรเสริญ พระนางอาธาลิยาห์ก็ฉีกฉลองพระองค์แล้วทรงร้องว่า “กบฏ กบฏ”
[14] แล้วเยโฮยาดาปุโรหิตก็นำพวกนายร้อยที่ได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมกองทัพออกมา แล้วสั่งพวกเขาว่า “จงคุมนางออกมาระหว่างแถวทหาร ใครติดตามนางไปก็จงประหารเสียด้วยดาบ” เพราะปุโรหิตกล่าวว่า “อย่าประหารนางในพระนิเวศของพระยาห์เวห์”
[15] เขาทั้งหลายจึงจับพระนาง แล้วพระนางก็เสด็จไปยังทางเข้าประตูม้า ที่พระราชวังและเขาทั้งหลายก็ประหารพระนางที่นั่น
[16] เยโฮยาดาได้ทำพันธสัญญาระหว่างท่านเองกับประชาชนทั้งหมด และกับพระราชาว่า พวกเขาจะเป็นประชากรของพระยาห์เวห์
[17] แล้วประชาชนทั้งหมดก็เข้าไปในนิเวศของพระบาอัล และพังลงเสีย และพวกเขาทำลายแท่นบูชาและรูปเคารพของพระบาอัลเสียเป็นชิ้นๆ เขาประหารมัทธานปุโรหิตของพระบาอัลที่หน้าแท่นบูชา
[18] เยโฮยาดาวางยามไว้ดูแลพระนิเวศของพระยาห์เวห์ภายใต้การควบคุมของปุโรหิตที่เป็นคนเลวี ซึ่งดาวิดทรงจัดแบ่งให้ดูแลพระนิเวศของพระยาห์เวห์ เพื่อให้ถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระยาห์เวห์ (ตามที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติของโมเสส) ด้วยความเปรมปรีดิ์และด้วยการร้องเพลง ตามพระบัญชาของดาวิด
[19] ท่านตั้งคนเฝ้าประตูไว้ที่ประตูพระนิเวศของพระยาห์เวห์ เพื่อไม่ให้ผู้มีมลทินใดๆ เข้าไป
[20] ท่านนำผู้บังคับกองร้อย ขุนนางผู้ปกครองประชาชน และประชาชนทั้งหมดในแผ่นดิน แล้วท่านอัญเชิญพระราชาลงมาจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ไปยังพระราชวังโดยทางประตูบน และเขาทั้งหลายอัญเชิญพระราชาประทับบนบัลลังก์แห่งราชอาณาจักร
[21] และประชาชนทั้งหมดในแผ่นดินก็เปรมปรีดิ์ และเมืองกรุงก็มีความสงบเพราะพระนางอาธาลิยาห์ถูกประหารด้วยดาบแล้ว