[1] ต่อไปนี้เป็นชาติพันธุ์ของอาโรนและโมเสส ในช่วงเวลาที่พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสบนภูเขาซีนาย
[2] ชื่อบุตรทั้งหลายของอาโรนคือ นาดับบุตรหัวปี อาบีฮู เอเลอาซาร์ และอิธามาร์
[3] เหล่านี้เป็นชื่อของบรรดาบุตรของอาโรนที่ได้รับการเจิมให้เป็นปุโรหิต ซึ่งเป็นผู้ที่ท่านสถาปนาไว้ให้ทำหน้าที่ปุโรหิต
[4] แต่นาดับและอาบีฮูตายเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ เมื่อเขาทั้งสองเอาไฟที่ต้องห้ามมาถวายพระยาห์เวห์ ที่ถิ่นทุรกันดารซีนาย เขาทั้งสองต่างก็ไม่มีบุตร ดังนั้นเอเลอาซาร์และอิธามาร์จึงทำหน้าที่ปุโรหิตในความดูแลของอาโรนบิดาของเขา
[5] พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า
[6] “จงนำเผ่าเลวีเข้ามาใกล้และตั้งพวกเขาไว้ต่อหน้าอาโรนปุโรหิตและให้พวกเขาเป็นผู้ช่วยอาโรน
[7] เขาทั้งหลายจะปฏิบัติงานแทนอาโรน และแทนชุมนุมชนทั้งหมดที่หน้าเต็นท์นัดพบ ขณะทำงานรับใช้ที่พลับพลา
[8] เขาจะดูแลเครื่องใช้ทุกอย่างของเต็นท์นัดพบ และปฏิบัติหน้าที่แทนคนอิสราเอล ขณะทำงานรับใช้ที่พลับพลา
[9] จงมอบคนเลวีไว้กับอาโรนและบุตรทั้งหลายของเขา จงเอาคนเลวีจากคนอิสราเอลมามอบให้แก่อาโรนอย่างสิ้นเชิง
[10] เจ้าจงแต่งตั้งอาโรนและบุตรทั้งหลายของเขาให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งปุโรหิต แต่คนอื่นที่เข้ามาใกล้จะต้องถูกลงโทษถึงตาย”
[11] และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า
[12] “นี่แน่ะ เราเองได้เลือกคนเลวีจากท่ามกลางคนอิสราเอลแทนบรรดาบุตรหัวปีของคนอิสราเอลที่คลอดจากครรภ์มารดา คนเลวีจึงเป็นของเรา
[13] เพราะลูกหัวปีทั้งหมดเป็นของเรา ในวันที่เราประหารลูกหัวปีทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์นั้น เราได้แยกลูกหัวปีทั้งหมดในอิสราเอล ทั้งของคนและสัตว์ไว้เป็นของเรา เหล่านี้เป็นของเรา เราคือยาห์เวห์”
[14] พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสที่ถิ่นทุรกันดารซีนายว่า
[15] “จงนับพงศ์พันธุ์เลวีตามสกุลและตามตระกูล ให้นับผู้ชายทุกคนที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไป”
[16] โมเสสจึงนับพวกเขาตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ ตามที่พระองค์ทรงบัญชา
[17] ต่อไปนี้เป็นชื่อบุตรชายทั้งหลายของเลวีคือ เกอร์โชน โคฮาท และเมรารี
[18] และชื่อบุตรของเกอร์โชนตามตระกูลคือ ลิบนี และชิเมอี
[19] บุตรของโคฮาทตามตระกูลคือ อัมราม อิสฮาร์ เฮโบรน และอุสซีเอล
[20] และบุตรของเมรารีตามตระกูลคือ มาลี และมูชี เหล่านี้เป็นตระกูลคนเลวี ตามสกุลของเขา
[21] วงศ์เกอร์โชนมีตระกูลลิบนี และตระกูลชิเมอี คนเหล่านี้เป็นตระกูลเกอร์โชน
[22] จำนวนคนทั้งหลายคือจำนวนผู้ชายทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปคือ 7,500 คน
[23] ตระกูลทั้งหลายของเกอร์โชนนั้นให้ตั้งค่ายพักอยู่ข้างหลังพลับพลาคือด้านตะวันตก
[24] มีเอลียาสาฟบุตรลาเอลเป็นผู้นำสกุลเกอร์โชน
[25] งานของวงศ์วานเกอร์โชนในเต็นท์นัดพบ มีงานพลับพลา งานเต็นท์พร้อมกับเครื่องคลุมเต็นท์ และม่านประตูเต็นท์นัดพบ
[26] ม่านบังลานและม่านประตูลาน ซึ่งอยู่รอบพลับพลาและรอบแท่นบูชารวมทั้งเชือกโยง รวมทั้งงานรับใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับส่วนนี้
[27] วงศ์โคฮาทมีตระกูลอัมราม ตระกูลอิสฮาร์ ตระกูลเฮโบรน และตระกูลอุสซีเอล คนเหล่านี้เป็นตระกูลโคฮาท
[28] จำนวนผู้ชายทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปคือ 8,600 คน เป็นผู้ปฏิบัติงานที่สถานนมัสการ
[29] บรรดาตระกูลของวงศ์วานโคฮาทจะตั้งค่ายพักอยู่ทางด้านใต้ของพลับพลา
[30] มีเอลีซาฟานบุตรชายอุสซีเอลเป็นผู้นำของสกุลทั้งหลายในตระกูลของโคฮาท
[31] งานของพวกเขาคือดูแลหีบพระบัญญัติ โต๊ะ คันประทีป แท่นบูชาทั้งสอง พวกเครื่องใช้ของสถานนมัสการซึ่งพวกเขาใช้ในการปรนนิบัติ และม่าน รวมทั้งงานรับใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับส่วนนี้
[32] เอเลอาซาร์บุตรของปุโรหิตอาโรนเป็นผู้นำสูงสุดอยู่เหนือบรรดาผู้นำของคนเลวีและเป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานในสถานนมัสการ
[33] วงศ์เมรารีมีตระกูลมาลี และตระกูลมูชี คนเหล่านี้เป็นตระกูลเมรารี
[34] จำนวนคนทั้งหลาย คือจำนวนผู้ชายทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปคือ 6,200 คน
[35] มีศุรีเอลบุตรอาบีฮาอิลเป็นผู้นำของสกุลทั้งหลายในตระกูลของเมรารี พวกเขาจะตั้งค่ายพักอยู่ด้านเหนือของพลับพลา
[36] งานที่กำหนดให้แก่วงศ์วานของเมรารีคืองานดูแลไม้กรอบของพลับพลา ไม้กลอน ไม้เสา ฐานรองและส่วนประกอบทั้งหลาย รวมทั้งงานรับใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับส่วนนี้
[37] และพวกเสารอบลานพร้อมกับฐานรอง หลักหมุดและเชือกโยง
[38] ส่วนพวกที่จะตั้งค่ายพักอยู่หน้าพลับพลาทางด้านตะวันออกตรงหน้าเต็นท์นัดพบด้านที่ดวงอาทิตย์ขึ้นนั้น มีโมเสสและอาโรนกับบรรดาบุตรหลานของอาโรน พวกเขาปฏิบัติงานภายในสถานนมัสการและงานทั้งหลายที่ทำแทนคนอิสราเอล ส่วนคนอื่นที่เข้ามาใกล้จะต้องถูกลงโทษถึงตาย
[39] คนที่ถูกนับเข้าไปในพวกเลวี ซึ่งโมเสสและอาโรนนับตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ตามตระกูลของเขา คือผู้ชายทั้งหมดที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปมี 22,000 คน
[40] และพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงนับบุตรชายหัวปีของคนอิสราเอลที่มีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไป จงจดจำนวนรายชื่อไว้
[41] เราคือยาห์เวห์ เจ้าจงกันพวกเลวีไว้ให้เรา เพื่อแทนบุตรหัวปีทั้งหมดของคนอิสราเอล และให้สัตว์ทั้งหลายของคนเลวีแทนสัตว์หัวปีทั้งหมดของคนอิสราเอล”
[42] ดังนั้นโมเสสจึงนับบุตรหัวปีทั้งหมดของคนอิสราเอล ตามที่พระยาห์เวห์ตรัสสั่งท่าน
[43] บุตรชายหัวปีทั้งหมดตามจำนวนรายชื่อที่นับได้ ซึ่งมีอายุตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไปมี 22,273 คน
[44] แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า
[45] “จงเอาคนเลวีแทนบุตรหัวปีทั้งหมดของคนอิสราเอล และเอาสัตว์ของคนเลวีแทนสัตว์ของพวกเขา คนเลวีจะเป็นของเรา เราคือยาห์เวห์
[46] ส่วนค่าไถ่บุตรหัวปีของคนอิสราเอลจำนวน 273 คน ที่เกินจากจำนวนผู้ชายคนเลวีนั้น
[47] เจ้าจงเก็บเงินคนละห้าเชเขล ตามเชเขลของสถานนมัสการ (หนึ่งเชเขลหนักประมาณ 12 กรัม)
[48] แล้วจงมอบเงินค่าไถ่ของคนที่เกินจำนวนเหล่านั้นให้แก่อาโรนและลูกๆ ของเขา”
[49] โมเสสจึงเก็บเงินค่าไถ่จากคนเหล่านั้นที่เกินจากจำนวนที่คนเลวีไถ่ได้
[50] โดยเก็บจากบุตรหัวปีของคนอิสราเอลเป็นเงิน 1,365 เชเขล ตามเชเขลของสถานนมัสการ
[51] แล้วโมเสสก็ให้เงินค่าไถ่แก่อาโรนและบุตรของท่านตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ ตามที่พระองค์ทรงบัญชาโมเสสไว้