Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:23

[1] คราว‍นั้น เมื่อ​มหา​ชน​พา​กัน​มา​มาก​มาย​อีก​ครั้ง​และ​ไม่​มี​อาหาร​จะ​รับ‍ประ‌ทาน พระ‍เยซู​จึง​ทรง​เรียก​พวก​สา‌วก ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า

[2] “เรา​สง‍สาร​ฝูง​ชน​นี้ เพราะ​พวก​เขา​ค้าง​อยู่​กับ​เรา​ได้​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อาหาร​จะ​กิน

[3] ถ้า​เรา​จะ​ให้​พวก​เขา​กลับ​บ้าน​ขณะ​ที่​ยัง​อด​อาหาร​อยู่ พวก​เขา​จะ​เป็น​ลม​หมด​แรง​ลง​กลาง​ทาง เพราะ​ว่า​บาง‍คน​มา​ไกล”

[4] พวก​สา‌วก​จึง​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‍ดาร​แบบ​นี้​จะ​หา​อาหาร​ให้​พวก​เขา​กิน​อิ่ม​ได้​ที่​ไหน?”

[5] พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​มี​ขนม‍ปัง​กี่​ก้อน?” พวก​เขา​ทูล​ว่า “มี​เจ็ด​ก้อน​เจ้าข้า”

[6] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​ให้​ฝูง​ชน​นั่ง​ลง​ที่​พื้น แล้ว​ทรง‍รับ​ขนม‍ปัง​เจ็ด​ก้อน​นั้น​มา ขอบ​พระ‍คุณ แล้ว​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​พวก​สา‌วก​เอา​ไป​แจก พวก​สา‌วก​จึง​แจก​ให้​ฝูง​ชน

[7] พวก​เขา​มี​ปลา​เล็กๆ อยู่​บ้าง​ด้วย พระ‍องค์​จึง​ขอ​พระ‍พร แล้ว​ตรัส​สั่ง​เหล่า​สา‌วก​ให้​เอา​ปลา​นั้น​แจก​ด้วย

[8] คน​ทั้ง‍หลาย​ก็​ได้​รับ‍ประ‌ทาน​จน​อิ่ม และ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​นั้น​เก็บ​ได้​เจ็ด​กระ‍บุง

[9] คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​มี​ประ‍มาณ​สี่‍พัน​คน เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง​ให้​พวก​เขา​กลับ​ไป​แล้ว

[10] พระ‍องค์​ก็​เสด็จ​ลง​เรือ​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ทัน‍ที​และ​ไป​ยัง​เขต​เมือง​ดาล‌มา‌นูธา

[11] พวก​ฟา‌ริสี​มา​เฝ้า​และ​เริ่ม​โต้‍เถียง​กับ​พระ‍องค์ พวก​เขา​ทูล​ขอ​ให้​พระ‍องค์​ทรง​แสดง​หมาย‍สำ‌คัญ​จาก​ฟ้า​สวรรค์ เพื่อ​จะ​ทด‍สอบ​พระ‍องค์

[12] พระ‍องค์​ถอน​พระ‍ทัย​แล้ว​ตรัส​ว่า “ทำ‍ไม​คน​ยุค​นี้​ถึง​แสวง‍หา​หมาย​สำคัญ? เรา​บอก​ความ‍จริง​กับ​พวก​ท่าน​ว่า จะ​ไม่​ประ‌ทาน​หมาย​สำ‍คัญ​แก่​คน​ยุคนี้”

[13] แล้ว​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​จาก​พวก​เขา​และ​เสด็จ​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​ไป​อีก

[14] พวก​สา‌วก​ลืม​เอา​ขนม‍ปัง​ไป​และ​ใน​เรือ​มี​ขนม‍ปัง​อยู่​ก้อน​เดียว​เท่า‍นั้น

[15] พระ‍องค์​ทรง​เตือน​พวก​สา‌วก​ว่า “จง​สัง‍เกต​และ​ระวัง​เชื้อ ​ของ​พวก​ฟา‌ริสี และ​เชื้อ​ของ​เฮโรด​ให้​ดี”

[16] พวก​สา‌วก​จึง​พูด​กัน​ว่า “เพราะ​พวก​เรา​ไม่​มี​ขนม‍ปัง​นี่​เอง”

[17] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ทำ‍ไม​พวก​ท่าน​ถึง​พูด​กัน​เรื่อง​ไม่​มี​ขนม‍ปัง? พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​รู้​และ​ยัง​ไม่​เข้า‍ใจ​หรือ? ใจ​ของ​พวก​ท่าน​แข็ง‍กระ‍ด้าง​หรือ?

[18] มี​ตา​แล้ว​ยัง​ไม่​เห็น​หรือ? มี​หู​แล้ว​ยัง​ไม่​ได้​ยิน​หรือ? พวก​ท่าน​จำ​ไม่​ได้​หรือ?

[19] เมื่อ​เรา​หัก​ขนม‍ปัง​ห้า​ก้อน​ให้​แก่​คน​ห้า‍พัน​คน​นั้น พวก​ท่าน​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​นั้น​ได้​กี่​ตะกร้า?” พวก​เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “สิบ‍สอง”

[20] “เมื่อ​เรา​แจก​ขนม‍ปัง​เจ็ด​ก้อน​ให้​แก่​คน​สี่‍พัน​คน​นั้น พวก​ท่าน​เก็บ​เศษ​ที่​เหลือ​ได้​กี่​กระ‌บุง?” พวก​เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “เจ็ด”

[21] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​เข้า‍ใจ​อีก​หรือ?”

[22] พระ‍องค์​กับ​พวก​สา‌วก​จึง​ไป​ยัง​เมือง​เบธ‌ไซ‌ดา มี​บาง‍คน​พา​คน​ตา‍บอด​คน​หนึ่ง​มา​หา​พระ‍องค์ และ​ทูล​อ้อน‍วอน​ขอ​ให้​พระ‍องค์​ทรง​สัม‌ผัส​คน‍นั้น

[23] พระ‍องค์​จึง​ทรง​จูง​มือ​คน​ตา‍บอด​ออก​ไป​นอก​หมู่‍บ้าน เมื่อ​ทรง​บ้วน​น้ำ‍ลาย​ลง​ที่​ตา​ของ​คน‍นั้น​และ​วาง​พระ‍หัตถ์​บน​ตัว​เขา​แล้ว พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​ว่า “ท่าน​เห็น​อะไร​บ้าง​หรือ​ไม่?”

[24] คน​นั้น​เงย‍หน้า​ดู​แล้ว​ทูล​ว่า “ข้า‍พระ‍องค์​มอง​เห็น​คน​เหมือน​ต้น‍ไม้​เดิน​ไป​เดิน​มา”

[25] พระ‍องค์​จึง​วาง​พระ‍หัตถ์​บน​ตา​ของ​เขา​อีก แล้ว​เขา​ก็​เพ่ง​ดู และ​ตา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ มอง​เห็น​สิ่ง​ต่างๆ ชัด‍เจน

[26] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​ให้​คน‍นั้น​กลับ​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ตน‍เอง​และ​ทรง​กำ‍ชับ​ว่า “อย่า​เข้า​ไป​ใน​หมู่‍บ้าน​นั้น”

[27] พระ‍เยซู​กับ​พวก​สา‌วก​เดิน‍ทาง​ต่อ​ไป​ยัง​หมู่​บ้าน​ต่างๆ ใน​แขวง​ซีซา‌รียา‌ฟี‌ลิปปี เมื่อ​อยู่​ระหว่าง​ทาง​นั้น​พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​สา‌วก​ว่า “คน​ทั้ง‍หลาย​พูด​กัน​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?”

[28] พวก​เขา​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “เป็น​ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ‌ติศ‌มา แต่​บาง‍คน​ว่า​เป็น​เอลี‌ยาห์ บาง‍คน​ก็​ว่า​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ”

[29] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​ท่าน​ล่ะ​คิด​ว่า​เรา​เป็น​ใคร?” เป‌โตร​ทูล​ตอบ​ว่า “พระ‍องค์​เป็น​พระ‍คริสต์ ”

[30] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​สั่ง​พวก​สา‌วก​ไม่​ให้​บอก​ใคร​ถึง​เรื่อง​ของ​พระ‍องค์

[31] ตั้ง‍แต่​นั้น​มา พระ‍องค์​ทรง​สอน​พวก​สา‌วก​ว่า บุตร‍มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​ทร‌มาน​หลาย​ประ‍การ พวก​ผู้‍ใหญ่​และ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​จะ​ไม่​ยอม​รับ​พระ‍องค์ พระ‍องค์​จะ​ทรง​ถูก​ประ‌หาร​ชีวิต และ​หลัง​จาก​นั้น​สาม​วัน​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่

[32] ถ้อย‍คำ​เหล่า​นี้​พระ‍องค์​ตรัส​อย่าง​เปิด​เผย ส่วน​เป‌โตร​นั้น​พา​พระ‍องค์​แยก​ออก​มา​แล้ว​ทูล​ทัก‍ท้วง

[33] พระ‍องค์​หัน​พระ‍พักตร์​มา​มอง​พวก​สา‌วก​แล้ว​ตำ‍หนิ​เป‌โตร​ว่า “เจ้า​ซา‌ตาน จง​ไป​ให้​พ้น เพราะ​เจ้า​คิด​อย่าง​คน ไม่​ได้​คิด​อย่าง​พระ‍เจ้า”

[34] พระ‍องค์​จึง​ทรง​เรียก​ฝูง​ชน​กับ​พวก​สา‌วก​ให้​เข้า​มา แล้ว​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​ตาม​เรา​มา ให้​คน​นั้น​ปฏิ‌เสธ​ตน​เอง รับ​กาง‍เขน​ของ​ตน​แบก​และ​ตาม​เรา​มา

[35] เพราะ​ว่า​ใคร​ต้อง‍การ​จะ​เอา​ชีวิต​รอด คน‍นั้น​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​ใคร​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา​และ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ คน‍นั้น​จะ​ได้​ชีวิต​รอด

[36] เพราะ​เขา​จะ​ได้​ประ‌โยชน์​อะไร​ถ้า​ได้​สิ่ง​ของ​สิ้น​ทั้ง​โลก แต่​ต้อง​เสีย​ชีวิต​ของ​ตน

[37] คน‍นั้น​จะ​เอา​อะไร​ไป​แลก​ชีวิต​ของ​ตน​กลับ​คืน​มา

[38] ใคร​มี​ความ​ละอาย​เพราะ​เรา​และ​คำ‍สอน​ของ​เรา ใน​ยุค​ที่​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ต่อ​พระ‍เจ้า​และ​อธรรม​นี้ บุตร‍มนุษย์​ก็​จะ​มี​ความ​ละอาย​เพราะ​คน‍นั้น​ด้วย เมื่อ​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​มา​ด้วย​พระ‍รัศมี​ของ​พระ‍บิดา​พร้อม​กับ​พวก​ทูต‍สวรรค์​บริ‌สุทธิ์”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มา‌ระ‌โก — Chapters