Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 9:17

[1] พระ‍เยซู​ทรง​ลุก​ขึ้น​เสด็จ​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​ยัง​เขต‍แดน​แคว้น​ยูเดีย และ​เลย​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่‍น้ำ​จอร์‌แดน และ​ฝูง​ชน​พา​กัน​มา​หา​พระ‍องค์​อีก พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สั่ง‍สอน​พวก​เขา​ตาม​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​อยู่​เสมอ

[2] พวก​ฟา‌ริสี​บาง‍คน​มา​ทด‍ลอง​พระ‍องค์​ทูล​ถาม​ว่า “การ​ที่​ผู้ชาย​จะ​หย่า​ภรร‌ยา​ของ​ตัว​เอง​นั้น​ถูก​ต้อง​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​หรือ​ไม่?”

[3] พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “โม‌เสส​บัญ‌ญัติ​ไว้​ว่า​อย่าง‍ไร?”

[4] พวก​เขา​ทูล​ตอบ​ว่า “โม‌เสส​อนุ‌ญาตให้​ทำ​หนัง‍สือ​หย่า แล้ว​ปล่อย​เธอ​ไป ”

[5] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “โม‌เสส​เขียน​บัญ‌ญัติ​ข้อ​นั้น​เพราะ​ใจ​ของ​พวก​ท่าน​ดื้อ‍ดึง

[6] แต่​เดิม​เมื่อ​สร้าง​โลก​นั้นพระ‍เจ้า​ทรง​สร้าง​มนุษย์​เป็น​ชาย​และ​หญิง

[7] เพราะ​เหตุ​นี้​ผู้ชาย​จึง​ต้อง​ละ​บิดา​มาร‌ดา​ของ​ตน​ไป​ผูก‍พัน​อยู่​กับ​ภรร‌ยา

[8] และ​เขา​ทั้ง‍สอง​จะ​เป็น​เนื้อ​เดียว​กัน ดัง​นั้น​พวก​เขา​จะ​ไม่​เป็น​สอง​อีก​ต่อ‍ไป แต่​เป็น​เนื้อ​เดียว​กัน

[9] เพราะ​ฉะนั้น​สิ่ง​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ผูก‍พัน​กัน​แล้ว อย่า​ให้​มนุษย์​พราก​ออก​จาก​กัน​เลย”

[10] เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​แล้ว พวก​สา‌วก​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​อีก​ถึง​เรื่อง​นั้น

[11] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​ใคร​หย่า​ภรร‌ยา​ของ​ตน​แล้ว​ไป​มี​ภรร‌ยา​ใหม่ คน​นั้น​ก็​ทำ​ผิด​ประ‌เวณี​ต่อ​ภรร‌ยา​เดิม

[12] และ​ถ้า​ผู้‍หญิง​จะ​หย่า​สามี​ของ​ตน​แล้ว​ไป​มี​สามี​ใหม่ นาง​ก็​ทำ​ผิด​ประ‌เวณี”

[13] ขณะ​นั้น​มี​บาง‍คน​พา​เด็ก​เล็กๆ มา​หา​พระ‍องค์​เพื่อ​จะ​ให้​พระ‍องค์​สัม‌ผัส​ตัว​เด็ก​เหล่า​นั้น แต่​พวก​สา‌วก​ห้าม​ไว้

[14] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​อย่าง​นั้น​ก็​ไม่​พอ​พระ‍ทัย ตรัส​กับ​พวก​สา‌วก​ว่า “จง​ยอม​ให้​เด็ก​เล็กๆ เข้า​มา​หา​เรา อย่า​ห้าม​เขา​เลย เพราะ​ว่า​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​เป็น​ของ​คน​อย่าง​พวก​เขา

[15] เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ใคร​ที่​ไม่​ยอม​รับ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​นั้น​ไม่​ได้”

[16] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​อุ้ม​เด็ก​เล็กๆ เหล่า​นั้น วาง​พระหัตถ์​บน​ตัว​พวก​เขา แล้ว​ทรง​อวย‍พร​ให้​พวก​เขา

[17] เมื่อ​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​จะ​เสด็จ​ออก​ไป​นั้น มี​คน​หนึ่ง​วิ่ง​มา​หา​พระ‍องค์ คุก‍เข่า​ลง​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “อา‌จารย์​ผู้​ประ‌เสริฐ ข้าพเจ้า​จะทำอย่าง​ไร ถึง​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์?”

[18] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​คน​นั้น​ว่า “ท่าน​ใช้​คำ​ว่า​ประ‌เสริฐ​ทำ‍ไม? ไม่​มี​ใคร​ประ‌เสริฐ​นอก​จาก​พระ‍เจ้า​องค์​เดียว

[19] ท่าน​ก็​รู้จัก​บัญ‌ญัติ​แล้ว​ที่​ว่า‘ห้าม​ฆ่า​คน ห้าม​ล่วง​ประ‌เวณี​ผัว​เมีย​เขา ห้าม​ลัก​ทรัพย์ ห้าม​เป็น​พยาน​เท็จ ห้าม​โกง​เขา จง​ให้​เกียรติ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า ’ ”

[20] คน​นั้น​จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ บัญ‌ญัติ​เหล่า​นั้น​ข้าพ‌เจ้า​ถือ​รัก‌ษา​ไว้​ตั้ง‍แต่​เด็ก”

[21] พระ‍เยซู​ทอด​พระ‍เนตร​ดู​คน​นั้น ทรง​เอ็นดู ​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “ท่าน​ยัง​ขาด​อยู่​อย่าง​หนึ่ง จง​ไป​ขาย​บรร‌ดา​สิ่ง​ของ​ที่​ท่าน​มี​อยู่ แจก‍จ่าย​ให้​กับ​คน​ยาก‍จน ท่าน​จึง​จะ​มี​ทรัพย์​สม‍บัติ​ใน​สวรรค์ แล้ว​จง​กลับ​มา​ติด​ตาม​เรา”

[22] เมื่อ​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น ใบ‍หน้า​ของ​เขา​ก็​สลด แล้ว​ออก​ไป​เป็น​ทุกข์ เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​จำ‍นวน​มาก

[23] พระ‍เยซู​จึง​ทอด​พระ‍เนตร​รอบๆ แล้ว​ตรัส​กับ​เหล่า​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ”

[24] เหล่า​สา‌วก​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​เพราะ​ถ้อย‍คำ​ของ​พระ‍องค์ แล้ว​พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​อีก​ว่า “ลูก​เอ๋ย ​การ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​ยาก​จริงๆ

[25] อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ง่าย​กว่า​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ใน​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า”

[26] เหล่า​สา‌วก​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​อย่าง​ยิ่ง พูด​กัน​เอง​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ใคร​จะ​รอด​ได้?”

[27] พระ‍เยซู​ทอด​พระ‍เนตร​พวก​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “ส่วน​มนุษย์​ก็​เหลือ​กำ‌ลัง​ที่​จะ​ทำ​ได้ แต่​ไม่​เหลือ​กำ‌ลัง​ของ​พระ‍เจ้า เพราะ​ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​ให้​สำ‌เร็จ​ได้​ทุก​สิ่ง”

[28] เป‌โตร​จึง​เริ่ม​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “นี่แน่ะ ข้า‍พระ‍องค์​ทั้ง‍หลาย​ยอม​สละ​สิ่ง​สาร‌พัด​และ​ติด​ตาม​พระ‍องค์​มา”

[29] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ว่า ใคร​ก็​ตาม​ที่​สละ​บ้าน หรือ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง หรือ​บิดา​มาร‌ดา หรือ​ลูก หรือ​ไร่‍นา เพราะ​เห็น​แก่​เรา​และ​ข่าว​ประ‌เสริฐ​ของ​เรา

[30] คน​นั้น​จะ​ได้​รับ​ผล​ตอบ‍แทน​ร้อย​เท่า​ใน​ยุค​นี้​คือ บ้าน พี่​น้อง​ชาย​หญิง มารดา ลูก และ​ไร่‍นา พร้อม​การ​ข่ม‍เหง​ด้วย และ​ใน​ยุค​หน้า​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์

[31] แต่​หลาย​คน​ที่​เป็น​คน​แรก​จะ​กลับ​ไป​เป็น​คน​สุด‍ท้าย และ​คน​สุด‍ท้าย​จะ​กลับ​ไป​เป็น​คน​แรก”

[32] ขณะ​ที่​กำ‌ลัง​เดิน‍ทาง​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม​นั้น พระ‍เยซู​เสด็จ​นำ​หน้า​พวก​เขา พวก​สา‌วก​ก็​พา​กัน​ประ‌หลาด​ใจ และ​คน​ที่​เดิน​ตาม​มา​ก็​หวาด‍กลัว พระ‍องค์​จึง​ทรง​พา​สา‌วก​สิบ‍สอง​คน​แยก​ออก​มา​อีก แล้ว​ตรัส​ให้​พวก​เขา​ทราบ​ถึง​เหตุ‍การณ์​ที่​จะ​เกิด​กับ​พระ‍องค์​นั้น​ว่า

[33] “นี่แน่ะ พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม และ​บุตร‍มนุษย์​จะ​ทรง​ถูก​มอบ​ไว้​กับ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์ และ​เขา​เหล่า‍นั้น​จะ​ลง‍โทษ​ท่าน​ถึง​ตาย และ​จะ​มอบ​ท่าน​ไว้​กับ​บรร‌ดา​คน​ต่าง​ชาติ

[34] คน​ต่าง‍ชาติ​เหล่า‍นั้น​จะ​เยาะ‍เย้ย​ท่าน ถ่ม​น้ำ‍ลาย​รด​ท่าน จะ​เฆี่ยน​ตี​ท่าน​และ​จะ​ฆ่า​ท่าน และ​หลัง​จาก​นั้น​สาม​วัน​แล้ว​ท่าน​จะ​เป็น​ขึ้น​มา​ใหม่”

[35] ยา‌กอบ​กับ​ยอห์น​บุตร​ของ​เศ‌เบ‌ดี​เข้า​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “พระ​อา‌จารย์ ข้า‍พระ‍องค์​ทั้ง‍สอง​อยาก​จะ​ขอ​ให้​พระ‍องค์​ทำ​ตาม​คำ​ทูล​ขอ​ของ​พวก​ข้า​พระ‍องค์”

[36] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “ท่าน​ทั้ง​สอง​อยาก​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้​พวก​ท่าน?”

[37] พวก​เขา​จึง​ทูล​ตอบ​ว่า “เมื่อ​พระ‍องค์​จะ​ทรง​รับ​เกียรติ​นั้น ขอ​ให้​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​นั่ง​ที่​เบื้อง​ขวา​พระ‍หัตถ์​คน​หนึ่ง เบื้อง​ซ้าย​คน​หนึ่ง”

[38] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍สอง​ว่า “พวก​ท่าน​ไม่​เข้า‍ใจ​สิ่ง​ที่​พวก​ท่าน​ขอ ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​นั้น​พวก​ท่าน​ดื่ม​ได้​หรือ? และ​บัพ‌ติศ‌มา​ที่​เรา​รับ พวก​ท่าน​จะ​รับ​ได้​หรือ?”

[39] เขา​ทั้ง​สอง​ทูล​ตอบ​ว่า “พวก​ข้า​พระ‍องค์​ทำ​ได้” พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้วย​ที่​เรา​ดื่ม​นั้น​พวก​ท่าน​จะ​ดื่ม และ​บัพ‌ติศ‌มา​ที่​เรา​รับ​นั้น​ท่าน​จะ​รับ​ก็​จริง

[40] แต่​การ​ที่​จะ​ให้​นั่ง​ข้าง‍ขวา​หรือ​ข้าง‍ซ้าย​ของ​เรา​นั้น ไม่‍ใช่​เรา​เป็น​ผู้​จัด แต่​ให้​กับ​ใคร​ก็​จะ​ให้​แก่​คน​นั้น”

[41] เมื่อ​สา‌วก​สิบ​คน​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้​ก็​มี​ความ​ขุ่น‍เคือง​ยา‌กอบ​และ​ยอห์น

[42] พระ‍เยซู​จึง​ทรง​เรียก​เขา​ทั้ง‍หลาย​มา​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า คน​ที่​นับ​ว่า​เป็น​ผู้​ครอบ‍ครอง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ย่อม​เป็น​เจ้า‍นาย​อยู่​เหนือ​เขา​ทั้ง‍หลาย และ​พวก​ที่​เป็น​ใหญ่​ก็​ใช้​อำ‌นาจ​บัง‍คับ​พวก​เขา

[43] ใน​พวก​ท่าน​จะ​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น แต่​ถ้า​มี​ใคร​ต้อง‍การ​จะ​เป็น​ใหญ่​ท่าม‍กลาง​ท่าน คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​ปรน‍นิบัติ​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย

[44] และ​ถ้า​ใคร​ต้อง‍การ​จะ​เป็น​นาย คน​นั้น​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​คน​ทั้ง‍หลาย

[45] เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​รับ​การ​ปรน‍นิบัติ แต่​มา​เพื่อ​จะ​ปรน‍นิบัติ​คน​อื่น และ​ให้​ชีวิต​ของ​ท่าน​เป็น​ค่า​ไถ่​คน​จำ‍นวน​มาก”

[46] พระ‍เยซู​กับ​พวก​สา‌วก​มา​ยัง​เมือง​เยรี‌โค และ​ขณะ​ที่​พระ‍องค์​เสด็จ​ออก​จาก​เมือง​เยรี‌โค​พร้อม​กับ​พวก​สา‌วก​และ​ฝูง​ชน มี​คน​ตา​บอด​คน​หนึ่ง​ชื่อ บาร‌ทิ‌เม‌อัส บุตร​ของ​ทิเม‌อัส นั่ง​ขอ‍ทาน​อยู่​ริม​ทาง

[47] เมื่อ​คน​นั้น​ได้​ยิน​ว่า​พระ‍เยซู​ชาว​นา‌ซา‌เร็ธ​เสด็จ​มา จึง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เยซู บุตร​ดา‌วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‍ตา​ข้า‍พระ‍องค์​เถิด”

[48] มี​หลาย​คน​ห้าม​ปราม​บอก​ให้​เขา​เงียบ แต่​เขา​ยิ่ง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “บุตร​ดา‌วิด​เจ้า​ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​ข้า​พระ‍องค์​เถิด”

[49] พระ‍เยซู​ทรง​หยุดและ​ยืน​อยู่ แล้ว​ตรัส​ว่า “ไป​เรียก​คน​นั้น​มา” พวกเขา​จึง​เรียก​คน​ตา​บอด​นั้น กล่าว​กับ​เขา​ว่า “จง​ยินดี​และ​ลุก​ขึ้น​เถิด พระ‍องค์​ทรง​เรียก​ท่าน”

[50] คน​นั้น​ก็​ทิ้ง​ผ้า‍ห่ม ลุก​ขึ้น​มา​หา​พระ‍เยซู

[51] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “ท่าน​ต้อง‍การ​จะ​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้​ท่าน?” คน​ตา​บอด​นั้น​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ ขอ​โปรด​ให้​ตา​ข้า​พระ‍องค์​เห็น​ได้”

[52] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ไป​เถิด ความ​เชื่อ​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ท่าน​หาย​ปกติ​แล้ว” ทัน‍ใด​นั้น​เขา​ก็​เห็น​ได้ และ​เดิน​ตาม​พระ‍องค์​ไป

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มา‌ระ‌โก — Chapters