Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:05

[1] เมื่อ​พระ‍เยซู​เสด็จ​ออก​จาก​บริ‍เวณ​พระ​วิหาร มี​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​คน​หนึ่ง​ทูลว่า “พระ​อา‌จารย์ ศิลา​กับ​อา‍คาร​เหล่า‍นี้​ใหญ่​จริงๆ”

[2] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​สา‌วก​คน​นั้น​ว่า “ท่าน​เห็น​อา‌คาร​ใหญ่​เหล่า​นี้​หรือ? ที่​นี่​จะ​ไม่​มี​ก้อน​หิน​ซ้อน​ทับ​กัน​แม้​แต่​ก้อน​เดียว แต่​จะ​ถูก​ทำ‍ลาย​ลง​หมด”

[3] เมื่อ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​บน​ภูเขา​มะกอก‍เทศ​ตรง‍ข้าม​พระ​วิหาร เป‌โตร ยา‌กอบ ยอห์น และ​อัน‌ดรูว์​มา​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​เป็น​การ​ส่วน‍ตัว​ว่า

[4] “ขอ​โปรด​ให้​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​ทราบ​ว่า​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไหร่? อะไร​คือ​หมาย​สำ‍คัญ​ที่​จะ​แสดง​ว่า​เหตุ‍การณ์​ทั้ง‍หมด​นี้​ใกล้​จะ​สำ‍เร็จ?”

[5] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้ใคร​ล่อ‍ลวง​พวก​ท่าน​ให้​หลง

[6] เพราะ​ว่า​จะ​มี​หลาย​คน​มา​อ้าง​นาม​ของ​เรา​ว่า ‘เรา​เป็น​ผู้​นั้น’ และ​จะ​ให้​คน​จำ‍นวน​มาก​หลง​ไป

[7] เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​เรื่อง​สง‍คราม​และ​ข่าว‍ลือ​เรื่อง​สง‍คราม อย่า​ตื่น​ตระ‍หนก​เลย เพราะ​ว่า​สิ่ง​เหล่า‍นี้​จำ​เป็น​ต้อง​เกิด​ขึ้น แต่​ยัง​ไม่​ถึง​กาล​อวสาน

[8] เพราะ​ประ‌ชา‍ชาติ​กับ​ประ‌ชา‍ชาติ อา‌ณา‌จักร​กับ​อา‌ณา‌จักร​จะ​ต่อ‍สู้​กัน ทั้ง​จะ​เกิด​แผ่น‍ดิน​ไหว​และ​จะ​เกิด​กัน‍ดาร​อาหาร​ใน​ที่​ต่างๆ เหตุ​การณ์​ทั้ง‍หมด​นี้​เป็น​เพียง​ขั้น​แรก​ของ​ความ​ทุกข์​ลำ‌บาก

[9] “แต่​จง​ระวัง​ตัว​ให้​ดี เพราะ​มี​คน​จะ​มอบ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ไว้​กับ​ศาล และ​จะ​เฆี่ยน​พวก​ท่าน​ใน​ธรรม‍ศาลา และ​พวก​ท่าน​จะ​ต้อง​ยืน​ต่อ​หน้า​เจ้า‍เมือง​และ​กษัตริย์​เพราะ​เรา เพื่อ​จะ​ได้​เป็น​พยาน​กับ​พวก​เขา

[10] และ​ข่าว​ประ‌เสริฐ​จะ​ต้อง​ประ‌กาศ​แก่​ชน​ทุก​ชาติ​ก่อน

[11] เมื่อ​พวก​ท่าน​ถูก​นำ​มา​มอบ‍ตัว​ไว้​นั้น อย่า​กัง‍วล​ล่วง​หน้า​ว่า​จะ​พูด​อะไร​ดี แต่​จง​พูด​ตาม​ที่​โปรด​ประ‌ทาน​ให้​ท่าน​พูด​ใน​เวลา​นั้น เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​พูด​นั้น​ไม่​ใช่​ตัว‍ท่าน​เอง แต่​เป็น​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์

[12] แม้​แต่​พี่​ก็​จะ​มอบ​น้อง​ไว้​ให้​ถึง​แก่​ความ​ตาย พ่อ​ก็​จะ​มอบ​ลูก และ​ลูก​ก็​จะ​ทรยศ​ต่อ​พ่อ​แม่​ให้​ถึง​แก่​ความ​ตาย

[13] คน​ทั้ง‍หลาย​จะ​เกลียด‍ชัง​พวก​ท่าน เพราะ​นาม​ของ​เรา แต่​คน​ที่​สู้ทน​จน​ถึง​ที่​สุด​จะ​รอด

[14] “แต่​เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เห็น​สิ่ง​น่า​รังเกียจ​ที่​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​หายนะ ตั้ง​อยู่​ใน​ที่​ที่​ไม่​สม‍ควร​จะ​ตั้ง (ให้​ผู้​อ่าน​เข้าใจ​เอา​เอง​เถิด) เมื่อ​นั้น​ให้​พวก​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​หนี​ไป​ที่​ภูเขา

[15] คน​ที่​อยู่​บน​ดาด‍ฟ้า อย่า​ลง​มา​หรือ​เข้า​ไป​เก็บ​สิ่ง​ของ​ใน​บ้าน​ของ​ตน​เลย

[16] ส่วน​คน​ที่​อยู่​ตาม​ทุ่ง‍นา​ก็​อย่า​กลับ​ไป​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​ตน

[17] วิบัติ​แก่​หญิง​ที่​มี​ครรภ์​หรือ​มี​ลูก​อ่อน​กิน​นม​อยู่​ใน​เวลา​นั้น

[18] จง​อธิษ‌ฐาน​ขอ​เพื่อ​สิ่ง​นี้​จะ​ไม่​เกิด​ใน​ฤดู​หนาว

[19] เพราะ​ว่า​ใน​เวลา​นั้น​จะ​เกิด​ความ​ทุกข์​ลำ‍บาก​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​มี​มา​ก่อน นับ​ตั้ง‍แต่​พระ‍เจ้า​ทรง​สร้าง​โลก​มา​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้ และ​ใน​อนา‌คต​จะ​ไม่​มี​อย่าง​นี้​อีก

[20] ถ้า​พระ‍เจ้า​ไม่​โปรด​ให้​วัน​เหล่า​นั้น​ย่น​สั้น​เข้า จะ​ไม่​มี​ใคร​รอด​ได้​เลย แต่​เพราะ​ทรง​เห็น​แก่​คน​ที่​พระ‍องค์​ทรง​เลือก‍สรร พระ‍องค์​จึง​โปรด​ให้​วัน​เหล่า​นั้น​ย่น​สั้น​เข้า

[21] ใน​เวลา​นั้น ถ้า​ใคร​จะ​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ‘นี่แน่ะ พระ‍คริสต์​อยู่​ที่​นี่’ หรือ ‘นี่แน่ะ ท่าน​อยู่​ที่​โน่น’ ก็​อย่า​เชื่อ

[22] เพราะ​ว่า​จะ​มี​พระ‍คริสต์​เทียม‍เท็จ​และ​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​เทียม‍เท็จ​หลาย​คน​ปรา‌กฏ​ขึ้น แสดง​หมาย​สำ‌คัญ​และ​การ​อัศ‌จรรย์​เพื่อ​ล่อ‍ลวง​คน​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​เลือก‍สรร​แล้ว​ให้​หลง ถ้า​เป็น​ได้

[23] ฉะนั้น​จง​ระวัง​ให้​ดี เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ทุก​อย่าง​ไว้​ก่อน​แล้ว

[24] “หลัง​จาก​ความ​ทุกข์​ลำ‍บาก​นั้น​ผ่าน​พ้น​ไป​แล้ว ดวง‍อาทิตย์​จะ​มืด​ไป และ​ดวง‍จันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง

[25] ดวง‍ดาว​ทั้ง‍หลาย​จะ​ตก​จาก​ฟ้า และ​บรร‌ดา​สิ่ง​ที่​มี​อำ‌นาจ​ใน​ท้อง‍ฟ้าจะ​สะเทือน​สะท้าน

[26] เมื่อ​นั้น​พวก​เขา​จะ​เห็นบุตร‍มนุษย์​เสด็จ​มา​ใน​เมฆ ทรง​ฤทธา‌นุ‌ภาพ​และ​พระ​รัศมี​อย่าง​ยิ่ง

[27] และ​เมื่อ​นั้น​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ใช้​พวก​ทูต‍สวรรค์​มา​ให้​รวบ‍รวม​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​พระ‍องค์​ทรง​เลือก‍สรร​ไว้​จาก​ทั้ง​สี่​ทิศ จาก​ที่​สุด​ปลาย​แผ่น‍ดิน​โลก​จน​ถึง​ที่​สุด​ขอบ‍ฟ้า

[28] “จง​เรียน​บท‍เรียน​จาก​ต้น​มะเดื่อ เมื่อ​มัน​แตก​กิ่ง​แตก​ใบ พวก​ท่าน​ก็​รู้​ว่า​ฤดู​ร้อน​ใกล้​จะ​ถึง​แล้ว

[29] เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เห็น​เหตุ​การณ์​เหล่า​นั้น​เกิด​ขึ้น ก็​ให้​รู้​ว่า​พระ‍องค์​เสด็จ​มา​ใกล้​จะ​ถึง​ประตู​แล้ว

[30] เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า คน​ใน​ยุค​นี้​จะ​ไม่​ล่วง‍ลับ​ไป​จน​กว่า​ทุก​สิ่ง​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น

[31] ฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป แต่​บรร‌ดา​ถ้อย‍คำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​สูญ‍หาย​ไป​เลย

[32] “แต่​ไม่​มี​ใคร​รู้​เรื่อง​วัน​หรือ​เวลา​นั้น แม้​แต่​พวก​ทูต​ใน​ฟ้า‍สวรรค์​หรือ​พระ‍บุตร มี​แต่​พระ​บิดา​เท่า‍นั้น

[33] จง​เฝ้า​ระวัง​และ​อธิษ‌ฐาน เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​วัน​นั้น​หรือ​เวลา​นั้น​จะ​มา​ถึง​เมื่อ​ไหร่

[34] เช่น​เดียว​กับ​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​ออก​เดิน‍ทาง เมื่อ​เขา​จะ​ออก​จาก​บ้าน เขา​ก็​มอบ​หมาย​หน้า‍ที่​ให้​ทาส​แต่​ละ​คน​ทำ และ​กำ‌ชับ​คน​เฝ้า​ประตู​ให้​คอย​เฝ้า​ระวัง​อยู่

[35] เพราะ​ฉะนั้น​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่ เพราะ​พวก​ท่าน​ไม่​รู้​ว่า​เจ้า‍ของ​บ้าน​จะ​มา​เมื่อ​ไร อาจ​จะ​มา​ใน​เวลา​ค่ำ หรือ​เที่ยง​คืน หรือ​ใน​เวลา​ไก่​ขัน หรือ​รุ่ง​เช้า

[36] ถ้า​ไม่​เช่น​นั้น​แล้ว​หาก​เจ้า‍ของ​บ้าน​กลับ​มา​อย่าง​ฉับ‍พลัน ท่าน​อาจ​พบ​ว่า​พวก​ท่าน​กำ‌ลัง​นอน‍หลับ​อยู่

[37] สิ่ง​ที่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​นั้น เรา​ก็​บอก​คน​ทั้ง‍หลาย​ด้วย​ว่า​จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เถิด”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มา‌ระ‌โก — Chapters