Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:06

[1] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​เป็น​อุป‌มา​ว่า “มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ทำ​สวน​องุ่น แล้ว​ก็​ล้อม​รั้ว​ไว้​รอบ เขา​สกัด​บ่อ​เก็บ​น้ำ​องุ่น และ​สร้าง​หอ​เฝ้า ให้​พวก​ชาว‍สวน​เช่า แล้ว​ก็​ไป​ต่าง​ประ‍เทศ

[2] เมื่อ​ถึง​ฤดู​ผล​องุ่น เขา​จึง​ใช้​ทาส​คน​หนึ่ง​ไป​หา​คน​เช่า​สวน​เหล่า‍นั้น​เพื่อ​จะ​ขอ​รับ​ส่วน​แบ่ง​ผล​องุ่น​จาก​สวน​ของ​เขา

[3] แต่​คน​เหล่า​นั้น​จับ​ทาส​คน​นั้น​มา​เฆี่ยน​ตี​แล้ว​ไล่​ให้​กลับ​ไป​มือ​เปล่า

[4] เจ้า‍ของ​สวน​จึง​ใช้​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง​ไป​หา​พวก​คน​เช่า​สวน​อีก คน​เช่า​สวน​เหล่า‍นั้น​ก็​ทำ​จน​ทาส​คน​นั้น​ศีรษะ​แตก​และ​ทำ​ให้​เขา​อับ‍อาย

[5] ต่อ​มา​เจ้า‍ของ​ใช้​ทาส​อีก​คน​หนึ่ง​ไป แต่​พวก​เขา​ก็​ฆ่า​ทาส​คน​นั้น และ​เป็น​เช่น​นี้​กับ​ทาส​อีก​หลาย​คน พวก​เขา​เฆี่ยน​ตี​บาง‍คน ฆ่า​บาง‍คน

[6] เจ้า‍ของ​สวน​นั้น​ยัง​มี​อีก​คน​หนึ่ง​เหลือ​อยู่ เป็น​บุตร‍ชาย​ที่​รัก​มาก เขา​ใช้​บุตร‍ชาย​คน​นั้น​ไป​เป็น​ครั้ง​สุด‍ท้าย พูด​ว่า ‘พวก​เขา​คง​จะ​เคารพ​บุตร‍ชาย​ของ​เรา’

[7] แต่​พวก​คน​เช่า​สวน​พูด​กัน​ว่า ‘คน​นี้​แหละ​เป็น​ทา‌ยาท ฆ่า​เสีย​เลย มร‌ดก​จะ​ได้​ตก​เป็น​ของ​พวก​เรา’

[8] พวก​เขา​จึง​จับ​บุตร‍ชาย​ไป​ฆ่า และ​เอา​ศพ​ทิ้ง​ไว้​นอก​สวน

[9] เจ้า‍ของ​สวน​นั้น​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร? ท่าน​ก็​จะ​มา​ทำ‌ลาย​คน​เช่า​สวน​เหล่า​นั้น แล้ว​เอา​สวน​องุ่น​ให้​คน​อื่น​เช่า

[10] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ไม่​ได้​อ่าน​พระ​คัม‌ภีร์​ตอน​นี้​หรือ​ที่​ว่า ‘ศิลา​ที่​พวก​ช่าง​ก่อ‍สร้าง​ทิ้ง​แล้ว กลับ​กลาย​เป็น​ศิลา​มุม​เอก

[11] สิ่ง​นี้​เป็น​มา​จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เป็น​สิ่ง​อัศ‌จรรย์​ประ‌จักษ์​แก่​ตา​ของ​เรา’ ”

[12] พวก​เขา​อยาก​จะ​จับ​พระ‍องค์​แต่​กลัว​ฝูง‍ชน เพราะ​พวก​เขา​รู้​ว่า​พระ‍องค์​ตรัส​อุป‌มา​นี้​กระ‍ทบ​พวก​เขา แล้ว​พวก​เขา​ก็​จาก​พระ‍องค์​ไป

[13] พวก​เขา​ใช้​บาง‍คน​ใน​พวก​ฟา‌ริสี​และ​พวก​เฮ‌โรด​ไป​เฝ้า​พระ‍องค์​เพื่อ​จะ​คอย​จับ​ผิด​ถ้อย‍คำ​ของ​พระ‍องค์

[14] เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​แล้ว จึง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ เรา​ทราบ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ซื่อ‍สัตย์​และ​ไม่​ชอบ​เอา​ใจ​ใคร และ​ท่าน​ไม่​เห็น​แก่​หน้า​ใคร​เลย แต่​สั่ง‍สอน​ทาง​ของ​พระ‍เจ้า​ตาม​ความ​จริง การ​ส่ง​ส่วย​ให้​ซีซาร์​นั้น​สม‍ควร​หรือ​ไม่?

[15] เรา​ควร​จะ​ส่ง​หรือ​ไม่​ส่ง​ดี?” แต่​พระ‍องค์​ทรง​ทราบ​อุบาย​ของ​พวก​เขา​จึง​ตรัส​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​มา​จับ​ผิด​เรา​ทำ‍ไม? จง​เอา​เด‌นา‌ริอัน​เหรียญ​หนึ่ง​มา​ให้​เรา​ดู”

[16] พวก​เขา​ก็​เอา​มา​ให้ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ถาม​ว่า “รูป​และ​คำ​จารึก​นี้​เป็น​ของ​ใคร?” พวก​เขา​ทูล​ตอบ​พระ‍องค์​ว่า “ของ​ซีซาร์”

[17] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ของ​ของ​ซีซาร์​จง​ถวาย​แด่​ซีซาร์ และ​ของ​ของ​พระ‍เจ้า​จง​ถวาย​แด่​พระ‍เจ้า” พวก​เขา​ก็​ประ‌หลาด​ใจ​ใน​พระ‍องค์​อย่าง​ยิ่ง

[18] มี​พวก​สะดูสี​บาง‍คน​มา​เฝ้า​พระ‍องค์ พวก​นี้​สอน​ว่า​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น​ไม่​มี พวก​เขา​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า

[19] “ท่าน​อา‌จารย์ โม‌เสส​เขียน​สั่ง​พวก​เรา​ว่า‘ถ้า​ชาย​คน​ใด​ตาย และ​ภรร‌ยา​ยัง​อยู่แต่​ไม่​มี​บุตร ก็​ให้​น้อง‍ชาย​รับ​พี่​สะใภ้​เป็น​ภรร‌ยา เพื่อมี​บุตร​สืบ​ตระกูล​ให้​พี่‍ชาย’

[20] มี​พี่​น้อง​ผู้‍ชาย​อยู่​เจ็ด​คน พี่​ชาย​คน​แรก​มี​ภรร‌ยา​แล้ว​ตาย​โดย​ไม่​มี​บุตร

[21] น้อง​คน​ที่​สอง​จึง​รับ​หญิง​นั้น​มา​เป็น​ภรร‌ยา แล้ว​ก็​ตาย​โดย​ยัง​ไม่​มี​บุตร และ​น้อง​คน​ที่​สาม​ก็​รับ​ไว้​เหมือน​กัน แต่​ก็​ตาย​โดย​ไม่​มี​บุตร

[22] ไม่​มี​พี่​น้อง​สัก​คน​ใน​เจ็ด​คน​นี้​ที่​มี​บุตร ใน​ที่​สุด​หญิง​คน​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย

[23] เพราะ​ฉะนั้น​ใน​วัน​ที่​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย หญิง​คน​นั้น​จะ​เป็น​ภรร‌ยา​ของ​ใคร? เพราะ​นาง​เป็น​ภรร‌ยา​ของ​ชาย​ทั้ง​เจ็ด​แล้ว”

[24] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “นี่​ไม่​ใช่​หรือ​ที่​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​พวก​ท่าน​ผิด​แล้ว? เพราะ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ไม่​รู้​พระ​คัม‌ภีร์​หรือ​ฤทธิ์‌เดช​ของ​พระ‍เจ้า

[25] ตอน​ที่​มนุษย์​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น จะ​ไม่​มี​การ​สม‍รส​หรือ​ยก​ให้​เป็น​สามี​ภรร‌ยา​กัน แต่​จะ​เป็น​เหมือน​ทูต​ใน​ฟ้า‍สวรรค์

[26] ส่วน​เรื่อง​คน​ที่​ตาย​และ​ถูก​ทำ​ให้​เป็น​ขึ้น​อีก​นั้น ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ไม่​เคย​อ่าน​คัมภีร์​ของ​โม‌เสส​เรื่อง​พุ่ม‍ไม้​หรือ? ที่​พระ‍เจ้า​ตรัส​ไว้​กับ​โมเสส​ว่า‘เรา​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​อับ‌รา‌ฮัม พระ‍เจ้า​ของ​อิส‌อัค และ​พระ‍เจ้า​ของ​ยา‌โคบ’

[27] พระ‍องค์​ไม่​ได้​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​คน​ตาย แต่​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​คน​เป็น ท่าน​ทั้ง‍หลาย​เข้าใจ​ผิด​มาก​ที​เดียว”

[28] มี​ธรร‌มา‌จารย์​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​ใกล้ เมื่อ​ได้​ยิน​พวก​เขา​ถก​เถียง​กัน และ​เห็น​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ตอบ​พวก​เขา​ได้​ดี​จึง​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “พระ‍บัญ‌ญัติ​ข้อ​ไหน​สำ‍คัญ​ที่​สุด?”

[29] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​คน​นั้น​ว่า “พระ‍บัญ‌ญัติ​อัน​ดับ​แรก​คือโอ ชน​อิส‌รา‌เอล จง​ฟัง​เถิด องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ​ของ​เรา​เป็น​พระ‍เจ้า​องค์​เดียว

[30] พวก​ท่าน​จง​รัก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า‍ผู้​เป็น​พระ‍เจ้า​ด้วย​สุด​ใจ​ของ​ท่าน ด้วย​สุด​จิต​ของ​ท่าน ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​ท่านและ​ด้วย​สุด​กำ‌ลัง​ของ​ท่าน

[31] ส่วน​พระ‍บัญ‌ญัติ​ที่​สำคัญ​อัน​ดับ​สอง​คือจง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตนเอง ไม่​มี​พระ‍บัญ‌ญัติ​อื่น​ใด​ที่​สำ‍คัญ​ยิ่ง​กว่า​พระ‍บัญ‌ญัติ​เหล่า‍นี้”

[32] ธรร‌มา‌จารย์​คน​นั้น​จึง​ทูล​ว่า “จริง​ที​เดียว​ท่าน​อา‌จารย์ ท่าน​กล่าว​ถูก​ต้อง ที่​ว่าพระ‍เจ้า​มี​แต่​องค์​เดียว นอก​จาก​พระ‍องค์​แล้ว ไม่​มี​พระ‍เจ้า​อื่น​อีก​เลย

[33] และ​การ​ที่​จะรัก​พระ‍องค์​ด้วย​สุด​ใจ สุด​ความ​เข้าใจ และ​สุด​กำ‌ลัง และ​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง ก็​สำ‍คัญ​กว่า​เครื่อง​เผา​บูชา​และ​ของ​ถวาย​ทั้ง​สิ้น ”

[34] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรง​เห็น​ว่า​คน​นั้น​ตอบ​สนอง​อย่าง​มี​ปัญ‌ญา จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ท่าน​ไม่​ไกล​จาก​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า” ตั้ง‍แต่​นั้น​มา​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​พระ‍องค์​อีก

[35] ขณะ​ที่​พระ‍เยซู​ทรง​สั่ง‍สอน​อยู่​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​ว่า “ที่​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​ว่า​พระ​คริสต์​เป็น​เชื้อ‍สาย​ของ​ดาวิด​นั้น​เป็น​ไป​ได้​อย่างไร?

[36] เพราะ​ว่า​ดาวิด​เอง​กล่าว​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริสุทธิ์​ว่า ‘พระ‍เจ้า ตรัส​กับ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า “จง​นั่ง​ที่​ขวา​มือ​ของ​เรา จน​กว่า​เรา​จะ​ปราบ​ศัตรู​ของ​ท่าน​ให้​อยู่​ใต้​เท้า​ท่าน” ’

[37] ดา‌วิด​ยัง​เรียก​ท่าน​ว่า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า แล้ว​ท่าน​จะ​เป็น​เพียง​เชื้อ‍สาย​ของ​ดา‌วิด​ได้​อย่าง‍ไร?” มหา​ชน​ต่าง​ฟัง​พระ‍องค์​ด้วย​ความ​ยินดี

[38] ขณะ​ที่​พระ‍เยซู​ทรง​สั่ง​สอน พระ‍องค์​ตรัส​ว่า “จง​ระวัง​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​ให้​ดี พวก​ที่​ชอบ​สวม​เสื้อ​คลุม​ยาว​เดิน​ไป​เดิน​มา ชอบ​ให้​คน​คำนับ​กลาง​ตลาด

[39] ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​สำ‍คัญ​ใน​ธรรม‌ศา‌ลา​และ​ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​มี​เกียรติ​ใน​งาน​เลี้ยง

[40] พวก​เขา​ยึด​บ้าน​ของ​หญิง‍ม่าย และ​แสร้ง​อธิษ‌ฐาน​เสีย​ยืด​ยาว คน​พวก​นี้​จะ​ต้อง​ถูก​ลง‍โทษ​หนัก​ยิ่ง​ขึ้น”

[41] พระ‍เยซู​ประ‌ทับ​ตรง​หน้า​ตู้​เก็บ​เงิน​ถวาย ทรง​สัง‌เกต​ฝูง‍ชน​เอา​เงิน​มา​ใส่​ไว้​ใน​ตู้​นั้น และ​มี​คน​มั่งมี​หลาย​คน​เอา​เงิน​มาก‍มาย​มา​ใส่

[42] แต่​มี​หญิง‍ม่าย​ยาก‍จน​คน​หนึ่ง​เดิน​มา นาง​เอา​เหรียญ​ทอง‍แดง​สอง​อัน มี​ค่า​ประ‍มาณ​โคด‌รัน‌เทส​หนึ่ง ​มา​ใส่​ไว้

[43] พระ‍องค์​จึง​ทรง​เรียก​พวก​สา‌วก​มา​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า หญิง‍ม่าย​ยาก‍จน​คน​นี้​ใส่​ใน​ตู้​เก็บ​เงิน​ถวาย​มาก‍กว่า​ทุก‍คน​ที่​ใส่​ไว้​นั้น

[44] เพราะ​ว่า​ทุก‍คน​ได้​เอา​เงิน​เหลือ​ใช้​ของ​พวก​เขา​มา​ใส่ แต่​หญิง​คน​นี้​ใน​สภาพ​ที่​ยาก‍จน เอา​เงิน​เลี้ยง​ชีพ​ทั้ง​สิ้น​ของ​นาง​ใส่​ลง​ไป​จน​หมด”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มา‌ระ‌โก — Chapters