Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:52

[1] พระ‍เยซู​เสด็จ​ลง​เรือ​ข้าม​ฟาก​ไป​ยัง​เมือง​ของ​พระ‍องค์

[2] นี่แน่ะ เขา​ทั้ง‍หลาย​หาม​คน​ง่อย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​นอน​อยู่​บน​ที่​นอน​มา​หา​พระ‍องค์ เมื่อ​พระ‍เยซู​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา จึง​ตรัส​กับ​คน​ง่อย​ว่า “ลูก​เอ๋ย จง​ชื่น‍ใจ​เถิด บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​อภัย​แล้ว”

[3] เมื่อ​ได้​ยิน​ดัง‍นั้น พวก​ธรร‌มา‌จารย์​บาง‍คน​คิด​ใน​ใจ​ว่า “คน​นี้​หมิ่น​ประ‌มาท​พระ‍เจ้า”

[4] พระ‍เยซู​ทรง​ทราบ​ความ​คิด​ของ​พวก​เขา จึง​ตรัส​ว่า “ทำไม​พวก​ท่าน​จึง​คิด​การ​ชั่ว​อยู่​ใน​ใจ?

[5] การ​ที่​พูด​ว่า ‘บาป​ต่างๆ ของ​ท่าน​ได้​รับ​อภัย​แล้ว’ กับ​การ​พูด​ว่า ‘จง​ลุก​ขึ้น​เดิน​ไป​เถิด’ แบบ​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า​กัน?

[6] ทั้ง​นี้​เพื่อ​ให้​ท่าน​รู้​ว่า บุตร‍มนุษย์​มี​สิทธิ​อำ‌นาจ​ใน​โลก​ที่​จะ​อภัย​บาป​ได้” พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สั่ง​คน​ง่อย​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น​ยก​ที่​นอน​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​ท่าน”

[7] เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​ไป​บ้าน

[8] เมื่อ​ฝูง‍ชน​เห็น​ดัง‍นั้น พวก​เขา​ก็​เกรง‍กลัว แล้ว​พา​กัน​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า ผู้​ประ‌ทาน​สิทธิ​อำ‌นาจ​เช่น​นั้น​แก่​มนุษย์

[9] เมื่อ​พระ‍เยซู​เสด็จ​เลย​ตำบล​นั้น​ไป ก็​ทอด​พระ‍เนตร​เห็น​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มัท‌ธิว​นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​ภาษี จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ตาม​เรา​มา​เถิด” เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ตาม​พระ‍องค์​ไป

[10] เมื่อ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​และ​เสวย​อาหาร ​อยู่​ใน​บ้าน มี​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป​อื่นๆ หลาย​คน เข้า​มา​ร่วม​รับ‍ประทาน​อาหาร​กับ​พระ‍เยซู และ​กับ​บรร‌ดา​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์

[11] เมื่อ​พวก​ฟา‌ริ‌สี​เห็น​แล้ว ก็​กล่าว​กับ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ว่า “ทำ‍ไม​อา‌จารย์​ของ​พวก​ท่าน​จึง​รับ‍ประ‍ทาน​อาหาร​ด้วย​กัน​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี และ​พวก​คน​บาป?”

[12] เมื่อ​พระ‍เยซู​ทรงได้​ยิน​แล้ว​ก็​ตรัส​ว่า “คน​แข็ง‍แรง​ไม่​ต้อง​การ​หมอ แต่​คน​เจ็บ​ป่วย​ต้อง​การ

[13] ท่าน​จง​ไป​เรียน​ความ​หมาย​ของ​คัมภีร์​ข้อ​นี้ ที่​ว่า‘เรา​ประ‌สงค์​ความ​เมต‌ตา ไม่​ประ‌สงค์​เครื่อง​สัตว‌บูชา’ ด้วย​ว่า​เรา​ไม่​ได้​มา​เพื่อ​เรียก​คน​ชอบ‍ธรรม แต่​มา​เรียก​คน​บาป”

[14] แล้ว​บรร‌ดา​สา‌วก​ของ​ยอห์น​มา​หา​พระ‍เยซู​ทูล​ว่า “ทำ‍ไม​เรา​และ​พวก​ฟา‌ริ‌สี​ถือ​อด​อาหาร แต่​พวก​สา‌วก​ของ​ท่าน​ไม่​ถือ?”

[15] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “บรร‌ดา​แขก​รับ​เชิญ​จะ​โศก‍เศร้า เมื่อ​เจ้าบ่าว​ยัง​อยู่​กับ​พวก​เขา​หรือ? แต่​วัน​หนึ่ง​เจ้า‍บ่าว​จะ​ถูก​พราก​ไป​จาก​เขา และ​เมื่อ​นั้น​พวก​เขา​จะ​ถือ​อด​อาหาร

[16] ไม่​มี​ใคร​เอา​ชิ้น​ผ้า​ทอ​ใหม่​มา​ปะ​เสื้อ​เก่า เพราะ‍ว่า​ผ้า​ที่​ปะ​เข้า​นั้น เมื่อ​หด​จะ​ทำ​ให้​เสื้อ​เก่า​ขาด​กว้าง​ออก​ไป​อีก

[17] และ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ไม่​เอา​เหล้า​องุ่น​หมัก​ใหม่ มา​ใส่​ใน​ถุง​หนัง​เก่า ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​ถุง​หนัง​จะ​ขาด น้ำ​องุ่น​จะ​รั่ว ทั้ง​ถุง​หนัง​ก็​จะ​เสีย​ไป​ด้วย แต่​เขา​ย่อม​เอา​น้ำ​องุ่น​หมัก​ใหม่​ใส่​ใน​ถุง​หนัง​ใหม่ แล้ว​ทั้ง​คู่​ก็​จะ​อยู่​ใน​สภาพ​ดี”

[18] เมื่อ​พระ‍องค์​กำ‌ลัง​ตรัส​คำ​เหล่า‍นี้​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย ก็​มี​นาย‍ธรรม‍ศาลา ​คน​หนึ่ง​มา​กราบไหว้​พระ‍องค์​แล้ว​ทูล​ว่า “ลูก‍สาว​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​เพิ่ง​ตาย ขอ​พระ‍องค์​เสด็จ​ไป​วาง​พระ‌หัตถ์​บน​ตัว​เขา แล้ว​เขา​จะ​เป็น​ขึ้น”

[19] พระ‍เยซู​จึง​ทรง​ลุก​ขึ้น​เสด็จ​ตาม​เขา​ไป และ​พวก​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​ตาม​ไป​ด้วย

[20] นี่แน่ะ มี​ผู้‍หญิง​คน​หนึ่ง​เป็น​โรค​ตก​โล‌หิต​ได้​สิบ‍สอง​ปี​แล้ว แอบ​มา​ข้าง​หลัง​แตะ‍ต้อง​ชาย​ฉลอง​พระ‍องค์

[21] เพราะ​นาง​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ถ้า​ฉัน​ได้​แตะ‍ต้อง​ฉลอง​พระ‍องค์​เท่า​นั้น ฉัน​ก็​จะ​หาย​โรค”

[22] พระ‍เยซู​ทรง​เหลียว​หลัง​ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​เข้า จึง​ตรัส​ว่า “ลูก‍หญิง​เอ๋ย จง​ชื่น‍ใจ​เถิด ที่​หาย​โรค​นั้น​ก็​เพราะ​ลูก​เชื่อ” นับ​ตั้ง‍แต่​เวลา​นั้น ผู้‍หญิง​นั้น​ก็​หาย​ป่วย​เป็น​ปกติ

[23] เมื่อ​พระ‍เยซู​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​นาย‍ธรรม‍ศาลา​นั้น ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​พวก​เป่า​ปี่​และ​คน​จำ‍นวน​มาก​ชุล‌มุน​กัน​อยู่

[24] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ถอย​ออก​ไป​เถิด ด้วย​ว่า​เด็ก​ผู้‍หญิง​คน​นี้​ยัง​ไม่​ตาย แต่​นอน‍หลับ​อยู่” พวก​เขา​ก็​พา​กัน​หัว‍เราะ​เยาะ​พระ‍องค์

[25] แต่​เมื่อ​ไล่​ผู้คน​ออก​ไป​แล้ว พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​จับ​มือ​เด็ก​และ​เด็ก​ผู้‍หญิง​คน​นั้น​ก็​ลุก​ขึ้น

[26] แล้ว​เรื่อง​นั้น​ก็​ลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​นั้น

[27] เมื่อ​พระ‍เยซู​เสด็จ​ไป​จาก​ที่​นั่น ก็​มี​คน​ตา‍บอด​สอง​คน​ตาม​พระ‍องค์​มา​ร้อง​ว่า “บุตร​ดาวิด ​เจ้า‍ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‌ตา​พวก​ข้า‍พระ‍องค์​เถิด”

[28] และ​เมื่อ​พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน คน​ตา​บอด​ทั้ง‍สอง​ก็​เข้า​มา​หา​พระ‍องค์ พระ‍เยซู​ตรัส​ถาม​เขา​ทั้ง‍สอง​ว่า “ท่าน​เชื่อ​หรือ​ไม่​ว่า​เรา​มี​ฤทธิ์‌เดช​ทำ​การ​นี้​ได้?” เขา​ทั้ง‍สอง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “องค์พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ข้า‍พระ‍องค์​เชื่อ”

[29] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​แตะ‍ต้อง​นัยน์‍ตา​ของ​เขา ตรัส​ว่า “ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​ท่าน​เถิด”

[30] แล้ว​นัยน์‍ตา​ของ​เขา​ทั้ง‍สอง​ก็​กลับ​เห็น​ได้ พระ‍เยซู​ทรง​กำ‌ชับ​เขา​ว่า “จง​ระวัง​อย่า​บอก​ให้​ใคร​รู้​เลย”

[31] แต่​เมื่อ​ไปจาก​ที่​นั่น​แล้ว เขา​ก็​ป่าว​ประ‌กาศ​เรื่อง​พระ‍องค์​ทั่ว​แคว้น​นั้น

[32] ขณะ​เมื่อ​พระ‍เยซู​กำ‌ลัง​เสด็จ​ออก​ไป​จาก​ที่​นั่น​กับ​เหล่า​สา‌วก ก็​มี​คน​พา​คน​ใบ้​คน​หนึ่ง​ที่​มี​ผี​สิง​อยู่​มา​หา​พระ‍องค์

[33] เมื่อ​ทรง​ขับ​ผี​ออก​แล้ว คน​ใบ้​นั้น​ก็​พูด​ได้ ฝูง​ชน​ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ​พูด​กัน​ว่า “เรื่อง​เช่น​นี้​ไม่​เคย​ปรา‌กฏ​ใน​อิส‌รา‌เอล​เลย”

[34] แต่​พวก​ฟา‌ริ‌สี​กล่าว​ว่า “คน​นี้​ขับ‍ผี​ออก​โดย​นาย​ผี”

[35] พระ‍เยซู​จึง​ทรง​ดำ‍เนิน​ไป​ตาม​เมือง​และ​หมู่‍บ้าน​โดย​รอบ ทรง​สั่ง‍สอน​ใน​ธรรม‌ศาลา​ของ​เขา​ทั้ง‍หลาย ทรง​ประ‌กาศ​ข่าว​ประ‌เสริฐ​เรื่อง​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า ทรง​รักษา​โรค​และ​ความ​เจ็บ​ป่วย​ทุก​อย่าง​ให้​หาย

[36] และ​เมื่อ​พระ‍องค์​ทอด​พระ‍เนตร​ฝูง‍ชน​ก็​ทรง​สง‌สาร​เขา​ทั้ง‍หลาย เพราะ​พวก​เขา​ถูก​รัง‌ควาน​และ​ไร้​ที่​พึ่ง​เหมือน​ฝูง‍แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง

[37] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก​นัก‍หนา แต่​คน​งาน​ยัง​น้อย​อยู่

[38] เพราะ‍ฉะนั้น​ท่าน​จง​อ้อน‍วอน​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้าของ​นา ให้​ทรง​ส่ง​คน​งาน​มา​เก็บ​เกี่ยว​พืช‍ผล​ของ​พระ‍องค์”

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters