Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:42

[1] เวลา​นั้น​พวก​ฟา‌ริสี​และ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​ออก​จาก​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม มา​ทูล​ถาม​พระ‍เยซู​ว่า

[2] “ทำ‍ไม​สา‌วก​ของ​ท่าน​จึง​ละเมิด​คำ‍สอน​ที่​สืบ‍ทอด​มา​จาก​บรรพ‌บุรุษ? เพราะ‍ว่า​พวก​เขา​ไม่​ได้​ล้าง​มือ​เมื่อ​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร”

[3] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ตอบ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “เพราะ​เหตุ​ใด​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จึง​ละเมิด​พระ‍บัญ‌ญัติ​ของ​พระ‍เจ้า เพราะ​คำ​สอน​สืบ‍ทอด​ของ​ท่าน?

[4] เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​บัญ‌ญัติ​ไว้​ว่า‘จง​ให้​เกียรติ​บิดา​มารดา​ของ​ตน’ และ‘ใคร​ประ‌ณาม​บิดา​มารดา​จะ​ต้อง​มี​โทษ​ถึง​ตาย’

[5] แต่​พวก​ท่าน​กลับ​สอน​ว่า ‘ใคร​กล่าว​กับ​บิดา​มารดา​ว่า “สิ่ง‍ใด​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ซึ่ง​อาจ​เป็น​ประ‌โยชน์​ต่อ​ท่าน สิ่ง‍นั้น​เป็น​ของ​ที่​ถวาย​แด่​พระ‍เจ้า​แล้ว”

[6] คน‍นั้น​ก็​ไม่​ต้อง​ให้​เกียรติ​บิดา​ของ​ตน’ ​อย่าง​นั้น​แหละ พวก​ท่าน​ทำ​ให้​พระ‍วจนะ ​ของ​พระ‍เจ้า​เป็น​โมฆะ​ไป เพราะ​คำ‍สอน​สืบ‍ทอด​ของ​ท่าน

[7] พวก​หน้า‍ซื่อ​ใจ‍คด อิส‌ยาห์​พยา‌กรณ์​ถึง​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ถูก​แล้ว​ว่า

[8] ‘ชน‍ชาติ​นี้​ให้​เกียรติ​เรา​แต่​ปาก ใจ​ของ​พวก​เขา​ห่าง​ไกล​จาก​เรา

[9] พวก​เขา​นมัส‌การ​เรา​โดย​เปล่า​ประ‌โยชน์ เพราะ​เอา​กฎ‍เกณฑ์​ของ​มนุษย์​มา​สอน​ว่า​เป็น​พระ‍ดำ‌รัส​สอน’ ”

[10] แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​เรียก​ฝูง‍ชน​และ​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “จง​ฟัง​และ​เข้าใจ​เถิด

[11] ไม่​ใช่​สิ่ง​ซึ่ง​เข้า​ไป​ใน​ปาก​จะ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มล‍ทิน แต่​สิ่ง​ซึ่ง​ออก​มา​จาก​ปาก​นั้น​แหละ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มล‍ทิน”

[12] ขณะ​นั้น​บรร‌ดา​สา‌วก​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “พระ‍องค์​ทรง​ทราบ​หรือ​ไม่​ว่า เมื่อ​พวก​ฟา‌ริสี​ได้​ยิน​คำ​ตรัส​นั้น​เขา​ทั้ง‍หลาย​ไม่​พอ​ใจ​มาก?”

[13] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ตอบ​ว่า “ต้น‍ไม้​ทุก​ต้น ซึ่ง​พระ‍บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ไม่‍ได้​ทรง​ปลูก​ไว้​จะ​ต้อง​ถูก​ถอน​ออก​เสีย

[14] ช่าง​เถิด เขา​ทั้ง‍หลาย​เป็น​ผู้นำ​ที่​ตา‍บอด [ของ​คน​ตา‍บอด] ถ้า​คน​ตา‍บอด​นำ​ทาง​คน​ตา‍บอด ทั้ง‍สอง​คน​จะ​ตก​ลง​ไป​ใน​บ่อ”

[15] เป‌โตร​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ขอ​พระ‍องค์​โปรด​อธิ‌บาย​อุป‌มา​นั้น​ให้​พวก​ข้า​พระ‍องค์​ทราบ”

[16] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ยัง​ไม่​เข้า‍ใจ​ด้วย​หรือ?

[17] ท่าน​ทั้งหลาย​ไม่​เห็น​หรือ? ว่า​สิ่ง​ใดๆ ซึ่ง​เข้า​ไป​ใน​ปาก​ก็​ลง​ไป​ใน​ท้อง แล้ว​ก็​ถ่าย​ออก​ลง​ส้วม​ไป

[18] แต่​สิ่ง​ที่​ออก​จาก​ปาก​ก็​ออก​มา​จาก​ใจ สิ่ง​นั้น​แหละ​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มล‍ทิน

[19] ความ​คิด​ชั่ว‍ร้าย การ​ฆ่า​คน การ​เป็น​ชู้ การ​ล่วง​ประ‌เวณี การ​ลัก‍ขโมย การ​เป็น​พยาน​เท็จ การ​ใส่‍ร้าย ก็​ล้วน​ออก​มา​จาก​ใจ

[20] สิ่ง​เหล่า‍นี้​แหละ​ที่​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มลทิน แต่​การ​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​โดย​ไม่​ล้าง​มือ​ก่อน ไม่​ทำ​ให้​มนุษย์​เป็น​มล‍ทิน”

[21] แล้ว​พระ‍เยซู​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น เข้า​ไป​ใน​เขต​เมือง​ไท‌ระ​และ​เมือง​ไซ‌ดอน

[22] มี​หญิง​ชาว​คา‌นา‌อัน​คน​หนึ่ง​มา​จาก​เขต‍แดน​นั้น​ร้อง​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “พระ‍องค์​ผู้​ทรง​เป็น​บุตร​ดาวิด​เจ้า‍ข้า ขอ​ทรง​พระ​เมต‍ตา​ข้า‍พระ‍องค์​เถิด ลูก‍สาว​ของ​ข้า‍พระ‍องค์​มี​ผี​สิง​อยู่ เป็น​ทุกข์​ลำบาก​อย่าง​ยิ่ง”

[23] พระ‍องค์​ไม่​ทรง​ตอบ​นาง​สัก​คำ​เดียว และ​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​มา​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ไล่​นาง​ไป​เสีย​เถิด เพราะ​นาง​ร้อง​ตาม​เรา​มา”

[24] พระ‍องค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “เรา​ไม่‍ได้​รับ‍ใช้​มา​หา​ใคร เว้น​แต่​แกะ​หลง​ของ​วงศ์‍วาน​อิส‌รา‌เอล”

[25] หญิง​นั้น​ก็​มา​กราบ​และ​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ขอ​โปรด​ช่วย​ข้า‍พระ‍องค์​เถิด”

[26] พระ‍องค์​จึง​ตรัส​ตอบ​ว่า “การ​เอา​อาหาร​ของ​ลูก​โยน​ให้​กับ​สุนัข​ก็​ไม่​สม‍ควร”

[27] ผู้‍หญิง​นั้น​ทูล​ว่า “จริง​เจ้า‍ข้า แต่​สุนัข​นั้น​ย่อม​กิน​เศษ​ที่​ตก​จาก​โต๊ะ​นาย​ของ​มัน”

[28] แล้ว​พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​นาง​ว่า “หญิง​เอ๋ย ความ‍เชื่อ​ของ​ท่าน​ก็​มาก ให้​เป็น​ไป​ตาม​ความ​ต้อง‍การ​ของ​ท่าน​เถิด” แล้ว​ลูก‍สาว​ของ​นาง​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​ตั้ง‍แต่​เวลา​นั้น

[29] พระ‍เยซู​จึง​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​มา​ยัง​ทะเล‍สาบ​กา‌ลิ‌ลี แล้ว​เสด็จ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​และ​ประ‌ทับ​ที่​นั่น

[30] มหา‍ชน​มา​เฝ้า​พระ‍องค์ และพา​คนง่อย คน​แขน​ขา​พิ‌การ คน​ตา‍บอด คน​ใบ้ และ​คน​เจ็บ​อื่นๆ หลายๆ คน มา​วาง​แทบ​พระ‍บาท​ของ​พระ‍เยซู แล้ว​พระ‍องค์​ทรง​รัก‌ษา​พวก​เขา​ให้​หาย

[31] ฝูง‍ชน​ก็​ประ‌หลาด​ใจ เมื่อ​เห็น​คน​ใบ้​พูด​ได้ คน​แขน​ขา​พิการ​หาย​เป็น​ปกติ คน​ง่อย​เดิน​ได้ คน​ตาบอด​กลับ​เห็น แล้ว​พวก​เขา​ก็​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​ของ​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล

[32] พระ‍เยซู​ทรง​เรียก​สา‌วก​ทั้ง‍หลาย​ของ​พระ‍องค์​มา ตรัส​ว่า “เรา​สง‍สาร​ฝูง‍ชน​นี้ เพราะ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ค้าง​อยู่​กับ​เรา​ได้​สาม​วัน​แล้ว และ​ไม่​มี​อาหาร​จะ​กิน เรา​ไม่​ต้อง‍การ​ส่ง​พวก​เขา​ไป​เมื่อ​ยัง​อด‍โซ​อยู่ กลัว​ว่า​พวก​เขา​จะ​สิ้น​แรง​ลง​ตาม​ทาง”

[33] พวก​สา‌วก​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ใน​ถิ่น​ทุร‌กัน‌ดาร​นี้​เรา​จะ​หา​อาหาร​ที่​ไหน​พอ​เลี้ยง​ฝูง‍ชน​มาก​เท่า​นี้​ให้​อิ่ม​ได้?”

[34] พระ‍เยซู​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “พวก​ท่าน​มี​ขนม‍ปัง​กี่​ก้อน” เขา​ทูล​ว่า “มี​เจ็ด​ก้อน​กับ​ปลา​เล็กๆ สอง​สาม​ตัว”

[35] พระ‍องค์​จึง​มี​รับ‍สั่ง​ให้​ฝูง‍ชน​นั่ง​ลง​บน​พื้น

[36] แล้ว​ทรง​รับ​ขนม‍ปัง​เจ็ด​ก้อน และ​ปลา​เหล่า​นั้น​มา เมื่อ​ขอบ​พระ‍คุณ​แล้ว ก็​ทรง​หัก​และ​ทรง​ส่ง​ให้​เหล่า​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์ เหล่า​สา‌วก​ก็​แจก​ให้​ฝูง‍ชน

[37] และ​ทุก​คน​ได้​รับ‍ประ‌ทาน​จน​อิ่ม อาหาร​ที่​เหลือ​นั้น พวก​เขา​เก็บ​ได้​เจ็ด​กระ‍บุง​เต็ม

[38] พวก​ที่​รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​นั้น มี​ผู้‍ชาย​สี่‍พัน​คน​ไม่​รวม​ผู้‍หญิง​และ​เด็ก

[39] เมื่อ​ทรง​ส่ง​ฝูง‍ชน​ไป​แล้ว ก็​เสด็จ​ลง​เรือ​มา​ถึง​เขต​เมือง​มา‌กา‌ดาน

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters