Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:54

[1] พระ‍เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​เป็น​อุป‌มา​อีก​ว่า

[2] “แผ่น‍ดิน​สวรรค์ เปรียบ​เสมือน​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง ทรง​จัด​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส ​ให้​กับ​โอ‌รส​ของ​พระ‍องค์

[3] แล้ว​ทรง​ใช้​พวก​บ่าว​ไป​เชิญ​คน‍ทั้ง‍หลาย​ที่​ได้​รับ​เชิญ​ให้​มา​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส​นี้ แต่​พวก​เขา​ไม่​อยาก​จะ​มา

[4] พระ‍องค์​จึง​ทรง​ใช้​บ่าว​อื่นๆ ไป​อีก มี​รับสั่ง​ให้​บอก​ผู้​รับ​เชิญ​เหล่า​นั้น​ว่า ‘นี่‍แน่ะ เรา​เตรียม​งาน​เลี้ยง​ไว้​แล้ว ทั้ง​วัว​และ​ลูก​วัว​อ้วน​ของ​เรา​ก็​ฆ่า​ไว้​แล้ว ทุก​อย่าง​ก็​เตรียม​พร้อม​แล้ว เชิญ​มา​ใน​งาน​เลี้ยง​อภิ‌เษก​สม‌รส​นี้​เถิด’

[5] แต่​เขา​ทั้ง‍หลาย​เพิก‍เฉย​และ​เดิน​จาก​ไป บาง​คน​ไป​ไร่​นา​ของ​ตน บาง​คน​ก็​ไป​ค้า‍ขาย

[6] พวก​ที่​เหลือ​ก็​จับ​บ่าว​มา​ทำ​การ​อัป‌ยศ​ต่างๆ แล้ว​ฆ่า​เสีย

[7] กษัตริย์​องค์​นั้น​ก็​กริ้ว จึง​มี​รับ‍สั่ง​ให้​กอง‍ทหาร​ไป​ฆ่า​ฆาต‌กร​เหล่า​นั้น และ​เผา​เมือง​ของ​พวก​เขา

[8] แล้ว​พระ‍องค์​มี​รับสั่ง​กับ​พวก​บ่าว​ว่า ‘งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส​เตรียม​พร้อม​แล้ว แต่​พวก​ที่​ได้​รับ​เชิญ​นั้น​ไม่​คู่​ควร

[9] เพราะ​ฉะ‍นั้น​จง​ออก​ไป​ตาม​ถนน​สำ‌คัญๆ ต่างๆ เชิญ​ทุก​คน​ที่​พวก​เจ้า​พบ​มา​ร่วม​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส​นี้’

[10] บ่าว​จึง​ออก​ไป​ตาม​ถนน​ต่างๆ และ​รวบ​รวม​ทุก​คน​ที่​พบ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​คน​ดี​หรือ​คน​เลว​จน​ห้อง​โถง​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​แขก

[11] “แต่​เมื่อ​กษัตริย์​องค์‍นั้น​เสด็จ​ไป​ทอด‍พระ‍เนตร ​แขก​ทั้ง‍หลาย ก็​ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​คน​หนึ่ง​ไม่​ได้​สวม​เสื้อ​สำ‍หรับ​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส

[12] จึง​ตรัส​ถาม​ว่า ‘เพื่อน​เอ๋ย ทำไม​ท่าน​มา​ที่‍นี่​โดย​ไม่​สวม​เสื้อ​สำ‍หรับ​งาน​อภิ‌เษก​สม‌รส?’ คน​นั้น​ก็​นิ่ง​อั้น​อยู่​พูด​ไม่​ออก

[13] กษัตริย์​จึง​มี​รับสั่ง​กับ​พวก​คน‍รับใช้​ว่า ‘จง​มัด​มือ​มัด​เท้า​คน​นี้​เอา​ไป​โยน​ทิ้ง​บริ‌เวณ​ที่​มืด​ข้าง​นอก ซึ่ง​เป็น​ที่​มี​การ​ร้อง‍ไห้​ขบ‍เขี้ยว​เคี้ยว‍ฟัน’

[14] เพราะ​ว่า​คน​ที่​ได้​รับ​เชิญ​ก็​มี​มาก แต่​คน​ที่​ได้​รับ​การ​ทรง​เลือก​ก็​มี​น้อย”

[15] ขณะ​นั้น​พวก​ฟาริสี​ก็​ไป​และ​ปรึก‌ษา​กัน​หา​ทาง​ทำ​ให้​พระ‍องค์​ทรง​ติด​กับ‍ดัก​ด้วย​คำ​พูด

[16] จึง​ใช้​บรร‌ดา​ศิษย์​ของ​ตน​กับ​พวก​เฮ‌โรด​ไป​ทูล​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ เรา​ทราบ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​ซื่อ‍สัตย์ สั่ง‍สอน​ทาง​ของ​พระ‍เจ้า​ตาม​ความ​จริง​โดย​ไม่​ได้​เอา​ใจ​ใคร เพราะ​ท่าน​ไม่‍ได้​เห็น​แก่​หน้า​ใคร

[17] เพราะ​ฉะ‍นั้น​ขอ​โปรด​ให้​เรา​ทราบ​ว่า​ท่าน​คิด​อย่าง‍ไร? การ​ส่ง‍ส่วย​ให้​แก่​ซี‌ซาร์​นั้น​ควร​หรือ​ไม่?”

[18] พระ‍เยซู​ทรง‍ทราบ​เจต‌นา​ร้าย​ของ​พวก​เขา​จึง​ตรัส​ว่า “คน​หน้า‍ซื่อ​ใจ‍คด พวก​ท่าน​มา​ทด‍ลอง​เรา​ทำไม?

[19] จง​เอา​เงิน​ที่​จะ​เสีย​ส่วย​นั้น​มา​ให้​เรา​ดู” เขา​จึง​เอา​เด‌นา‌ริ‌อัน​เหรียญ​หนึ่ง​ถวาย​พระ‍องค์

[20] พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​ว่า “รูป​และ​คำ​จารึก​นี้​เป็น​ของ​ใคร?”

[21] พวก​เขา​ทูล​ว่า “ของ​ซีซาร์” แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เพราะ​ฉะนั้น ของ​ของ​ซี‌ซาร์​จง​ถวาย​แด่​ซี‌ซาร์ และ​ของ​ของ​พระ‍เจ้า​จง​ถวาย​แด่​พระ‍เจ้า”

[22] เมื่อ​ได้​ฟัง​แล้ว​พวก​เขา​ก็​ประ‌หลาด​ใจ จึง​ละ​พระ‍องค์​ไว้​และ​กลับไป

[23] ใน​วัน​นั้น มี​พวก​สะ‌ดู‌สี​มา​หา​พระ‍องค์ พวก​นี้​เป็น​ผู้สอน​ว่า​ไม่​มี​การ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย

[24] เขา​จึง​ทูล​ถาม​พระ‍องค์​ว่า “ท่าน​อา‌จารย์ โม‌เสส​สั่ง​ว่า‘ถ้า​ใคร​ตาย​ใน​ขณะ​ที่​ยัง​ไม่​มี​บุตร ก็​ให้​น้อง‍ชาย​แต่ง‍งาน​กับ​หญิง​ม่าย​นั้น​และ​มี​บุตร​สืบ​ตระ‌กูล​ให้​พี่ชาย’

[25] เรา​มี​พี่​น้อง​ผู้‍ชาย​เจ็ด​คน พี่​คน​โต​มี​ภรรยา​แล้ว​ก็​ตาย เมื่อ​ยัง​ไม่​มี​บุตร​ก็​ละ​ภรร‌ยา​ไว้​ให้​กับ​น้อง‍ชาย

[26] คน​ที่​สอง คน​ที่​สาม​ก็​เป็น​แบบ​เดียว​กัน จน​ถึง​คน​ที่​เจ็ด

[27] ใน​ที่​สุด​หญิง​คน​นั้น​ก็​ตาย​ด้วย

[28] เพราะ​ฉะ‍นั้น​ใน​วัน​ที่​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย หญิง​คน​นั้น​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​ใคร​ใน​เจ็ด​คน​นั้น? เพราะ​พวก​เขา​ได้​นาง​มา​เป็น​ภรร‌ยา​แล้ว​ทุก​คน”

[29] พระ‍เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ผิด​แล้ว เพราะ​ท่าน​ไม่​รู้​พระ​คัม‌ภีร์​หรือ​ฤทธิ์‍เดช​ของ​พระ‍เจ้า

[30] เมื่อ​มนุษย์​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​นั้น จะ​ไม่​มี​การ​สม‌รส​หรือ​ยก​ให้​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน​อีก แต่​จะ​เป็น​เหมือน​บรร‌ดา​ทูต​ใน​ฟ้า‍สวรรค์

[31] เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ที่​คน​ตาย​จะ​เป็น​ขึ้น​จาก​ความ​ตาย​นั้น พวก​ท่าน​ยัง​ไม่​ได้​อ่าน​สิ่ง​ที่​พระ‍เจ้า​ตรัส​ไว้​กับ​ท่าน​หรือ ว่า

[32] ‘เรา​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​อับ‌รา‌ฮัม พระ‍เจ้า​ของ​อิส‌อัค และ​พระ‍เจ้า​ของ​ยา‌โคบ’ พระ‍องค์​ไม่​ได้​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​คน​ตาย แต่​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​คน​เป็น”

[33] เมื่อ​ฝูง‍ชน​ได้​ยิน​ก็​อัศ‌จรรย์​ใจ​ด้วย​คำ​สั่ง‍สอน​ของ​พระ‍องค์

[34] เมื่อ​พวก​ฟา‌ริสี​ได้​ยิน​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ทำ​ให้​พวก​สะ‌ดู‌สี​นิ่ง​อั้น​อยู่ จึง​ประ‍ชุม​กัน

[35] มี​ผู้​เชี่ยว‍ชาญ​บัญ‌ญัติ​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​มา​ทด‍สอบ​พระ‍องค์​ว่า

[36] “ท่าน​อา‌จารย์ ใน​ธรรม​บัญ‌ญัติ​นั้น พระ​บัญ‌ญัติ​ข้อ​ไหน​สำ‍คัญ​ที่สุด?”

[37] พระ‍เยซู​ทรง​ตอบ​เขา​ว่า“ ‘จง​รัก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​ใจ​ของ​ท่าน​ด้วย​สุด​จิต​ของ​ท่าน’ และ​ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​ท่าน

[38] นั่น​แหละ​เป็น​พระ‍บัญ‌ญัติ​ข้อ​สำ‍คัญ​อัน​ดับ​แรก

[39] ข้อ​ที่‍สอง​ก็​เหมือน​กัน คือ‘จง​รัก​เพื่อน‍บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง’

[40] ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​คำ​ของ​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​ทั้ง​หมด ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​พระ‍บัญ‌ญัติ​สอง​ข้อ​นี้”

[41] เมื่อ​พวก​ฟา‌ริสี​ยัง​ประ‍ชุม​อยู่​ที่​นั่น พระ‍เยซู​ทรง​ถาม​ว่า

[42] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​คิด​อย่าง‍ไร​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​พระ‍คริสต์? พระ‍องค์​ทรง​เป็น​เชื้อ‍สาย​ของ​ใคร?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เป็น​เชื้อ‍สาย​ของ​ดา‌วิด”

[43] พระ‍องค์​ตรัส​ถาม​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น​ทำไม​ดา‌วิด​จึง​ทรง​เรียก​พระ‍องค์​ว่า องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​โดย​เดช​พระ‍วิญ‌ญาณ และ​ทรง​กล่าว​ว่า

[44] ‘พระ‍เจ้า ตรัส​กับ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า “จง​นั่ง​ที่​ขวา​มือ​ของ​เรา จน​กว่า​เรา​จะ​ปราบ​ศัตรู​ของ​ท่านให้​อยู่​ใต้​เท้า​ของ​ท่าน” ’

[45] ฉะนั้น​ถ้า​ดา‌วิด​ทรง​เรียก​ท่าน​ว่า องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ท่าน​จะ​เป็น​เชื้อ‍สาย​ของ​ดา‌วิด​ได้​อย่าง‍ไร?”

[46] ไม่‍มี​ใคร​สา‌มารถ​ตอบ​พระ‍องค์​สัก​คำ​หนึ่ง ตั้ง‍แต่​วัน​นั้น​มา​ไม่‍มี​ใคร​กล้า​ซัก‍ถาม​พระ‍องค์​อีก

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters