Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 8:54

[1] เมื่อ​ทอด‍พระ‍เนตร​เห็น​ฝูง​ชน พระ‍องค์​ก็​เสด็จ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​และ​เมื่อ​ประ‌ทับ ​แล้ว เหล่า​สา‌วก​ของ​พระ‍องค์​มา​เฝ้า​พระ‍องค์

[2] แล้ว​พระ‍องค์​จึง​ตรัส​สอน​พวก​เขา​ว่า

[3] “คน​ที่​ยาก‍จน​ด้าน​จิต‍วิญ‌ญาณ​ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​แผ่น‍ดิน​สวรรค์​เป็น​ของ​เขา​ทั้ง‍หลาย

[4] “คน​ที่​โศก‍เศร้า ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​รับ​การ​หนุน‍ใจ

[5] “คน​ที่​สุภาพ​อ่อน‍โยน ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​รับ​แผ่น‍ดิน​โลก​เป็น​มร‌ดก

[6] “คน​ที่​หิว​และ​กระ‌หาย ​ความ​ชอบ‌ธรรมก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​พระเจ้า​จะ​ทรง​ให้​อิ่ม

[7] “คน​ที่​มี​ใจ​เมต‌ตา ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​รับ​พระ‍เมต‌ตา​ตอบ

[8] “คน​ที่​มี​ใจ​บริ‌สุทธิ์ ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​ได้​เห็น​พระ‍เจ้า

[9] “คน​ที่​สร้าง​สันติ​ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​เรียก​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า​เป็น​ลูก

[10] “คน​ที่​ถูก​ข่ม‍เหง​เพราะ​เหตุ​ความ​ชอบ‌ธรรม ก็​เป็น​สุข เพราะ​ว่า​แผ่น‍ดิน​สวรรค์​เป็น​ของ​เขา​ทั้ง‍หลาย

[11] “เมื่อ​พวก​เขา​จะ​ติ‍เตียน​ข่ม‍เหง และ​นินทา​ว่า‍ร้าย​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ต่างๆ เป็น​ความ‍เท็จ​เพราะ​เรา ท่าน​ก็​เป็น​สุข

[12] จง​ชื่น‌ชม​และ​ยินดี เพราะ​ว่า​บำ‌เหน็จ​ของ​พวก​ท่าน​มี​บริ‌บูรณ์​ใน​สวรรค์ เพราะ​พวก​เขา​ข่มเหง​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ ​ที่​อยู่​ก่อน​ท่าน​เหมือน‍กัน

[13] “ท่าน​ทั้ง‍หลายเป็น​เกลือ​แห่ง​โลก ถ้า​เกลือ​นั้น​หมด​รส​เค็ม​ไป​แล้ว จะ​ทำ​ให้​กลับ​เค็ม​อีก​ได้​อย่าง‍ไร ตั้ง​แต่​นั้น​ไป​ก็​ไม่​เป็น​ประ‌โยชน์​อะไร มี​แต่​จะ​ถูก​ทิ้ง​เสีย​ให้​คน​เหยียบ‍ย่ำ

[14] “ท่าน​ทั้งหลาย​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก นคร​ซึ่ง​อยู่​บน​ภูเขา​จะ​ถูก​ปิด‍บัง​ไว้​ไม่​ได้

[15] เมื่อ​จุด​ตะ‍เกียง​แล้ว​ไม่​มี​ผู้ใด​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ ย่อม​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง จะ​ได้​ส่อง‍สว่าง​แก่​ทุก‍คน​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​นั้น

[16] ทำ‍นอง​เดียว​กัน​พวก​ท่าน​จง​ส่อง‍สว่าง​แก่​คน​ทั้ง‍ปวง เพื่อ‍ว่า​เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ได้​เห็น​ความ​ดี​ที่​ท่าน​ทำ พวก​เขา​จะ​ได้​สรร‌เสริญ​พระ‍บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์

[17] “อย่า​คิดว่า​เรา​มา​ล้ม‍เลิก​ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​คำ​ของ​บรร‌ดา​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ เรา​ไม่​ได้​มา​ล้ม‍เลิก แต่​มา​ทำ​ให้​สม‌บูรณ์​ทุก​ประ‌การ

[18] เพราะ​เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า จน​กว่า​ฟ้า​และ​ดิน​จะ​ล่วง​ไป แม้​อักษร​ที่​เล็ก​ที่​สุด หรือ​ขีด ขีด​หนึ่ง ก็​จะ​ไม่​มี​วัน​สูญ​ไป​จาก​ธรรม‍บัญ‌ญัติ จน​กว่า​ทุก​สิ่ง​จะ​เกิด​ขึ้น

[19] เพราะ​ฉะนั้น ใคร​ทำ​ให้​ข้อ​เล็ก‍น้อย​เพียง​ข้อ‍หนึ่ง​ใน​พระ‍บัญ‌ญัติ​นี้ มี​ความ​สำคัญ​น้อย​ลง และ​สอน​คน​อื่น​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น​ด้วย คน‍นั้น​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ผู้​เล็ก‍น้อย​ที่​สุด​ใน​แผ่น‍ดิน​สวรรค์ แต่​ใคร​ที่​ประ‌พฤติ​และ​สอน​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ คน‍นั้น​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า​เป็น​ใหญ่​ใน​แผ่น‍ดิน​สวรรค์

[20] เพราะ​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ถ้า​ความ​ชอบ‌ธรรม​ของ​ท่าน​ไม่​มาก‍กว่า​ความ​ชอบ‌ธรรม​ของ​พวก​ธรร‌มา‌จารย์​และ​พวก​ฟา‌ริสี พวก​ท่าน​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เข้า​สู่​แผ่น‍ดิน​สวรรค์

[21] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​กับ​คน​ใน​สมัย​ก่อน​ว่า‘ห้าม​ฆ่า​คน ถ้า​ใคร​ฆ่า​คน คน​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​พิพาก‌ษา’

[22] แต่​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ใคร​โกรธ​พี่‍น้อง​ของ​ตน คน‍นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​พิพาก‌ษา ถ้า​ใคร​พูด​กับ​พี่‍น้อง​อย่าง​เหยียด‍หยาม ​คน​นั้น​จะ​ต้อง​ถูก​นำ​ไป​ยัง​ศาล​สูง​ให้​พิพาก‌ษา และ​ถ้า​ใคร​พูด​ว่า ‘อ้าย​โฉด’ คน​นั้น​จะ​มี​โทษ​ถึง​ไฟนรก

[23] เพราะ​ฉะนั้น ถ้า​ท่าน​นำ​เครื่อง​บูชา​มา​ถึง​แท่น​บูชา​แล้ว และ​ระลึก​ขึ้น​ได้​ว่า พี่​น้อง​มี​เหตุ​ขัด‍เคือง​ข้อ​หนึ่ง​ข้อ​ใด​กับ​ท่าน

[24] จง​วาง​เครื่อง​บูชา​ไว้​ที่​หน้า​แท่น​บูชา และ​กลับ​ไป​คืน‍ดี​กับ​พี่​น้อง​ผู้‍นั้น​เสีย​ก่อน แล้ว​จึง​ค่อย​มา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ของ​ท่าน

[25] จง​ปรอง‍ดอง​กับ​คู่‍ความ​โดย​เร็ว​ใน​ขณะ​ที่​พา​กัน​ไป​ศาล มิ​ฉะนั้น​คู่‍ความ​นั้น​จะ​มอบ​ตัว​ท่าน​ไว้​กับ​ผู้​พิพาก‌ษา แล้ว​ผู้​พิพาก‌ษา​จะ​มอบ​ตัว​ท่าน​ไว้​กับ​ผู้‍คุม และ​ท่าน​จะ​ต้อง​ถูก​ขัง​ไว้​ใน​คุก

[26] เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ว่า ท่าน​จะ​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไม่​ได้​จน‍กว่า​จะ​ใช้​หนี้​หมด

[27] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า‘ห้าม​ล่วง​ประ‌เวณี​ผัว​เมีย​เขา’

[28] ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า ใคร​มอง​ผู้หญิง​ด้วย​ใจ​กำ‌หนัด​ใน​หญิง​นั้น คน​นั้น​ได้​ล่วง​ประ‌เวณี​ใน​ใจ​ของ​เขา​กับ​หญิง​นั้น​แล้ว

[29] ถ้า​ตา​ข้าง‍ขวา​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ตัว​ท่าน​หลง‍ผิด จง​ควัก​ออก​ทิ้ง​เสีย เพราะ​ว่า​ถึง​จะ​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง ก็​ดีกว่า​ตัว​ท่าน​จะ​ต้อง​ลง​นรก

[30] ถ้า​มือ​ข้าง‍ขวา​ของ​ท่าน​ทำ​ให้​ตัว​ท่าน​หลง​ผิด จง​ตัด​ทิ้ง​เสีย เพราะ​ถึง​จะ​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง ก็​ดี​กว่า​ตัว​ท่าน​จะ​ต้อง​ลง​นรก

[31] “ยัง​มี​คำ​กล่าว​ไว้​ว่า‘ถ้า​ใคร​จะ​หย่า​ภรร‌ยา​ก็​ให้​ทำ​หนัง‍สือ​หย่า​ให้​กับ​ภรรยา​นั้น’

[32] เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ว่า ถ้า​ใคร​จะ​หย่า​ภรรยา เพราะ​เหตุ​อื่น​นอก​จาก​การ​มี‍ชู้ คน‍นั้น​ก็​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​หญิง​นั้น​ผิด​ศีล​ล่วง​ประ‌เวณี และ​ถ้า​ใคร​แต่ง‍งาน​กับ​หญิง​ที่​หย่า​แล้ว​นั้น คน‍นั้น​ก็​ผิด​ศีล​ล่วง​ประ‌เวณี​ด้วย

[33] “อีก​ประ‍การ​หนึ่ง​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​แก่​คน​ใน​สมัย​ก่อน​ว่า‘ห้าม​เสีย​คำ​สัตย์​สา‌บาน คำ​สัตย์​สา‌บาน​ที่​ได้​ถวาย​ต่อ​องค์​พระ‍ผู้‍​เป็น‍เจ้า​นั้น ต้อง​รัก‌ษา​ไว้​ให้​มั่น ’

[34] ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า อย่า​สา‌บาน​เลย ​ไม่​ว่า​จะ​ทำ​โดย​อ้าง​ถึง​สวรรค์ เพราะ​สวรรค์​เป็น​ที่​ประ‌ทับ​ของ​พระเจ้า

[35] หรือ​อ้าง​ถึง​แผ่น‍ดิน​โลก เพราะ​แผ่น‍ดิน​โลก​เป็น​ที่​รอง​พระ‍บาท​ของ​พระเจ้า หรือ​อ้าง​ถึง​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม เพราะ​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม​เป็น​ราช‌ธานี​ของ​พระ‍มหา​กษัตริย์

[36] อย่า​สา‌บาน​โดย​อ้าง​ถึง​ศีรษะ​ของ​ตน เพราะ​ท่าน​จะ​ทำ​ให้​ผม‍ขาว หรือ​ดำ​ไป​สัก​เส้น​หนึ่ง​ก็​ไม่​ได้

[37] จริง​ก็​จง​ว่า​จริง ไม่​ก็​ว่า​ไม่ คำ‍พูด​ที่​เกิน​กว่า​นี้​มา​จาก​ความ​ชั่ว

[38] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า‘ตา​แทน​ตา และ​ฟัน​แทน​ฟัน ’

[39] ส่วน​เรา​บอก​พวก​ท่าน​ว่า อย่า​ต่อสู้​คน​ชั่ว ถ้า​ใคร​ตบ​แก้ม​ขวา​ของ​ท่าน​ก็​จง​หัน​แก้ม​อีก​ข้าง​หนึ่ง​ให้​เขา​ด้วย

[40] ถ้า​ใคร​ต้องการ​จะ​ฟ้อง​ศาล เพื่อ​จะ​ปรับ​เอา​เสื้อ​ของ​ท่าน​ไป ก็​จง​สละ​เสื้อ‍คลุม​ให้​เขา​ด้วย

[41] ถ้า​ใคร​จะ​เกณฑ์​ท่าน​ให้​เดิน‍ทาง​ไป​หนึ่ง​กิโล‍เมตร ก็​ให้​เลย​ไป​กับ​เขา​ถึง​สอง​กิโล‍เมตร

[42] ถ้า​เขา​จะ​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​ท่าน ก็​จง​ให้ อย่า​เมิน​หน้า​จาก​ผู้​ที่​ต้อง‍การ​ขอ​ยืม​จาก​ท่าน

[43] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า‘จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​ของ​ท่าน และ​เกลียด‍ชัง​ศัตรู​ของ​ท่าน’

[44] แต่​เรา​บอก​พวก​ท่านว่า จง​รัก​ศัตรู​ของ​ท่าน และ​จง​อธิษ‌ฐาน​เพื่อ​บรร‌ดา​คน​ที่​ข่ม‍เหง​พวก​ท่าน

[45] เพื่อ​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​เป็น​บุตร​ของ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ เพราะ​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ให้​ดวง‍อาทิตย์​ของ​พระ‍องค์​ขึ้น​ส่อง‍สว่าง​แก่​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว​เสมอ​กัน และ​ให้​ฝน​ตก​แก่​คน​ชอบ‌ธรรม​และ​คน​อธรรม

[46] เพราะ​ว่า​ถ้า​พวก​ท่าน​รัก​คน​ที่​รัก​ท่าน พวก​ท่านจะ​ได้​บำ‍เหน็จ​อะไร? พวก​คน​เก็บ​ภาษี​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่ใช่​หรือ?

[47] ถ้า​พวก​ท่าน​ทัก‍ทาย​แต่​พี่‍น้อง​ของ​ตน​เท่า‍นั้น ท่าน​ได้​ทำ​อะไร​พิ‌เศษ​ยิ่ง‍กว่า​คน​อื่นๆ? พวก​ต่าง​ชาติ​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​ไม่​ใช่​หรือ?

[48] เพราะ​ฉะนั้น​พวก​ท่าน​จง​เป็น​คน​ดี​พร้อม เหมือน​อย่าง​ที่​พระ‍บิดา​ของ​ท่าน ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ทรง​ดี​พร้อม

กิตติ‍คุณ​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์ เรียบ‍เรียง​โดย มัท‌ธิว — Chapters