[1] ต่อมาโยชูวาบุตรนูนส่งชายสองคนจากเมืองชิทธีมเป็นการลับไปสอดแนม กล่าวว่า “จงไปตรวจดูแผ่นดินนั้น โดยเฉพาะเมืองเยรีโค” เขาทั้งสองก็ไป เข้าไปในบ้านของหญิงโสเภณีคนหนึ่งชื่อราหับ และพักอยู่ที่นั่น
[2] มีคนทูลกษัตริย์แห่งเยรีโคว่า “นี่แน่ะ มีชายอิสราเอลบางคนเข้ามาคืนนี้ เพื่อจะสอดแนมดูแผ่นดิน”
[3] กษัตริย์แห่งเยรีโคจึงใช้คนไปสั่งราหับว่า “จงส่งคนเหล่านั้นซึ่งมาหาเจ้าในบ้านของเจ้าออกมาให้เรา เพราะพวกเขามาเพื่อจะสอดแนมดูทั่วแผ่นดินนี้”
[4] แต่หญิงนั้นได้ซ่อนชายทั้งสองเสียแล้วจึงกล่าวว่า “มีผู้ชายมาหาข้าพเจ้าจริง แต่พวกเขามาจากไหนข้าพเจ้าไม่ทราบ
[5] เมื่อจะปิดประตูเมืองในเวลาพลบค่ำ คนเหล่านั้นก็ออกไปแล้ว เขาไปทางไหนข้าพเจ้าไม่ทราบ จงรีบตามเขาไปเถิด คงทันเขา”
[6] แต่หญิงนั้นได้พาคนทั้งสองขึ้นไปบนดาดฟ้า แล้วซ่อนตัวเขาไว้ใต้ต้นป่านซึ่งวางเรียงกันตากไว้บนดาดฟ้านั้น
[7] พวกผู้ชายก็ไล่ตามคนทั้งสองไปทางแม่น้ำจอร์แดนจนถึงท่าข้าม พอคนที่ไล่ตามนั้นออกไปแล้วพวกเขาก็ปิดประตูเมือง
[8] เมื่อชายทั้งสองคนยังไม่นอน หญิงนั้นก็ขึ้นไปหาพวกเขาบนดาดฟ้า
[9] กล่าวแก่ชายเหล่านั้นว่า “ดิฉันทราบแล้วว่า พระยาห์เวห์ประทานแผ่นดินนี้แก่พวกท่าน ความกลัวพวกท่านครอบงำเรา และบรรดาชาวแผ่นดินก็หวาดกลัวพวกท่าน
[10] เพราะพวกเราได้ยินเรื่องที่พระยาห์เวห์ทรงทำให้ทะเลแดง แห้งไปต่อหน้าท่าน เมื่อท่านออกจากอียิปต์ และเรื่องการที่ท่านได้ทำต่อกษัตริย์ทั้งสองของคนอาโมไรต์ ซึ่งอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน คือกษัตริย์สิโหนและโอก ผู้ซึ่งพวกท่านได้ทำลายเสีย
[11] เพราะเรื่องท่านนี้แหละ พอพวกเราได้ยินข่าวนี้ เราก็ใจเสีย ไม่มีความกล้าหาญเหลืออยู่ในสักคนหนึ่งเลย เพราะพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเป็นพระเจ้าของสวรรค์เบื้องบนและโลกเบื้องล่าง
[12] บัดนี้ขอท่านสาบานให้ดิฉันในพระนามพระยาห์เวห์ว่า ในเมื่อดิฉันได้แสดงความเมตตาต่อท่านแล้ว ท่านจะแสดงความเมตตาต่อครอบครัวของดิฉันด้วย และให้มีหมายสำคัญอันแน่นอนต่อกัน
[13] และขอไว้ชีวิตบิดามารดา พี่น้องชายหญิง และทุกคนที่เป็นของวงศ์ญาตินี้”
[14] ชายนั้นจึงตอบนางว่า “ชีวิตของเราเพื่อชีวิตของพวกเจ้า ถ้าพวกเจ้าไม่เปิดเผยภารกิจนี้ของเรากับใคร เราจะมีความเมตตาและซื่อสัตย์ต่อเจ้า เมื่อพระยาห์เวห์ประทานแผ่นดินนี้แก่เรา”
[15] แล้วนางจึงเอาเชือกหย่อนเขาทั้งสองลงทางหน้าต่าง เพราะบ้านของนางตั้งอยู่ที่กำแพงเมือง นางอาศัยอยู่ในกำแพง
[16] นางจึงบอกพวกเขาว่า “จงไปที่ภูเขา เพื่อไม่ให้ผู้ไล่ตามพบเข้า จงซ่อนตัวอยู่ที่นั่นสามวันจนกว่าผู้ไล่ตามจะกลับ แล้วค่อยออกเดินทางต่อไป”
[17] ชายเหล่านั้นจึงพูดกับนางว่า “เราจะไม่ให้ผิดคำสาบานซึ่งเจ้าได้ให้เราสาบานนั้น
[18] นี่แน่ะ เมื่อเรายกเข้ามาในแผ่นดินนี้ เจ้าจงเอาเชือกด้ายแดงนี้ผูกไว้ที่หน้าต่าง ซึ่งเจ้าหย่อนเราลงไปนั้น และเจ้าจงรวบรวมบิดามารดา พี่น้อง และทุกคนในครอบครัวของบิดาเข้ามาไว้ในบ้าน
[19] ใครก็ตามที่ออกไปที่ถนนนอกประตูบ้าน หากเขาตาย ก็เป็นความรับผิดชอบของเขาเอง ฝ่ายเราไม่มีความผิด แต่ถ้ามีใครยกมือขึ้นทำร้ายคนที่อยู่กับเจ้าในบ้าน ที่เขาตายนั้นเราจะรับผิด
[20] แต่ถ้าเจ้าเปิดเผยภารกิจของเรา เราก็พ้นจากคำสาบานซึ่งเจ้าให้เราสาบานไว้นั้น”
[21] นางจึงกล่าวว่า “ให้เป็นไปตามคำของท่านเถิด” แล้วนางก็ส่งคนทั้งสองนั้นไป เขาก็ไป นางจึงเอาเชือกด้ายแดงผูกไว้ที่หน้าต่าง
[22] พวกเขาออกไปแล้วมาถึงภูเขา พักอยู่ที่นั่นสามวัน จนผู้ไล่ตามกลับ เพราะได้ค้นหาอยู่ตลอดทางก็ไม่พบ
[23] ชายทั้งสองจึงกลับไปและลงจากภูเขา ข้ามไปหาโยชูวาบุตรนูน แล้วเล่าทุกสิ่งซึ่งเกิดแก่ตนให้ฟัง
[24] และเขากล่าวแก่โยชูวาว่า “พระยาห์เวห์ทรงมอบแผ่นดินทั้งหมดไว้ในมือเราแน่นอนแล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกชาวเมืองทุกคนในแผ่นดินนี้ ก็หวาดกลัวต่อหน้าเรา”