[1] นี่คือที่ดินตามฉลากของเผ่ามนัสเสห์ เพราะเป็นบุตรหัวปีของโยเซฟ ส่วนมาคีร์บุตรหัวปีของมนัสเสห์ บิดาของกิเลอาด ได้กิเลอาดและบาชานเป็นส่วนแบ่ง เพราะว่าเขาเป็นทหาร
[2] และที่ดินตามฉลากของคนเผ่ามนัสเสห์ที่เหลืออยู่ตามตระกูล คือพงศ์พันธุ์ของอาบีเยเซอร์ เฮเลค อัสรีเอล เชเคม เฮเฟอร์และเชมีดา บุคคลเหล่านี้เป็นพงศ์พันธุ์ผู้ชายของมนัสเสห์ ผู้เป็นบุตรของโยเซฟ ตามตระกูลของเขา
[3] ฝ่ายเศโลเฟหัดบุตรของเฮเฟอร์บุตรของกิเลอาดบุตรของมาคีร์บุตรของมนัสเสห์ ไม่มีบุตรผู้ชาย มีแต่บุตรี และต่อไปนี้เป็นชื่อบุตรีของเขาคือ มาลาห์ โนอาห์ ฮกลาห์ มิลคาห์ และทีรซาห์
[4] พวกเขาเข้ามาหาเอเลอาซาร์ปุโรหิตและโยชูวาบุตรนูนและพวกผู้นำแล้วกล่าวว่า “พระยาห์เวห์ได้ทรงบัญชาโมเสส ให้ยกมรดกในหมู่ญาติพี่น้องของเราให้เรา” ดังนั้นท่านจึงให้มรดกแก่คนเหล่านี้ในหมู่พี่น้องของบิดาของเขาตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์
[5] ดังนั้นส่วนที่ตกแก่คนมนัสเสห์จึงมีสิบส่วน นอกเหนือดินแดนกิเลอาดและบาชานซึ่งอยู่ฟากตรงข้ามของแม่น้ำจอร์แดน
[6] เพราะว่าบุตรีของมนัสเสห์ก็ได้รับมรดกท่ามกลางบุตรชายของท่านด้วย แผ่นดินกิเลอาดนั้นได้ตกเป็นส่วนของพงศ์พันธุ์มนัสเสห์ที่เหลืออยู่
[7] เขตแดนของมนัสเสห์ตั้งต้นจากอาเชอร์จนถึงมิคเมธัท ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเชเคม แล้วพรมแดนก็ยื่นไปทางทิศใต้ ถึงที่ของชาวเมืองเอนทัปปูวาห์
[8] แผ่นดินเมืองทัปปูวาห์เป็นของมนัสเสห์ แต่ตัวเมืองทัปปูวาห์ซึ่งอยู่ที่พรมแดนของมนัสเสห์นั้นเป็นของพงศ์พันธุ์เอฟราอิม
[9] แล้วพรมแดนก็ลงไปถึงลำธารคานาห์ เมืองเหล่านี้ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ลำธารท่ามกลางเมืองต่างๆ ของมนัสเสห์นั้นเป็นของเอฟราอิม แล้วพรมแดนของมนัสเสห์ก็ขึ้นไปทางด้านเหนือของลำธารไปสิ้นสุดลงที่ทะเล
[10] แผ่นดินทางด้านใต้เป็นของเอฟราอิม และแผ่นดินทางด้านเหนือเป็นของมนัสเสห์ มีทะเลเป็นพรมแดน ทางเหนือจดดินแดนอาเชอร์ และทางทิศตะวันออกจดอิสสาคาร์
[11] ในเขตอิสสาคาร์และในอาเชอร์นั้น มนัสเสห์ยังมีเมืองเบธชานกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และเมืองอิบเลอัมกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และชาวเมืองโดร์กับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และชาวเมืองเอนโดร์กับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และชาวเมืองทาอานาคกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และชาวเมืองเมกิดโดกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น (เมืองที่สามคือ นาฟาท)
[12] แต่คนมนัสเสห์ยังไม่สามารถยึดครองเมืองเหล่านั้นได้ และคนคานาอันยังคงอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น
[13] เมื่อพงศ์พันธุ์อิสราเอลเข้มแข็งขึ้นแล้ว ก็ได้เกณฑ์คนคานาอันให้ทำงานโยธา แต่ไม่ได้ขับไล่พวกเขาออกไปเสียทั้งหมด
[14] คนเผ่าโยเซฟได้พูดกับโยชูวาว่า “ทำไมท่านจึงแบ่งให้เราได้เพียงส่วนเดียวเป็นมรดก ในเมื่อเรามีคนมากมายเพราะว่าพระยาห์เวห์ได้ทรงอวยพรเรามาจนถึงบัดนี้?”
[15] ฝ่ายโยชูวาตอบพวกเขาว่า “ถ้าท่านมีคนมากมาย และแดนเทือกเขาของคนเอฟราอิมแคบไปสำหรับท่าน จงเข้าไปในป่าแผ้วถางเอาเองที่ในแผ่นดินของคนเปริสซีและคนเรฟาอิม”
[16] คนเผ่าโยเซฟพูดว่า “แดนเทือกเขานี้ไม่พอสำหรับพวกเรา แต่คนคานาอันทุกคนซึ่งอยู่ในที่ราบมีรถรบทำด้วยเหล็ก ทั้งพวกที่อยู่ในเบธชานกับหมู่บ้านรอบๆ เมืองนั้น และพวกที่อยู่ในหุบเขายิสเรเอล”
[17] แล้วโยชูวาจึงกล่าวแก่พงศ์พันธุ์โยเซฟ คือเอฟราอิมและมนัสเสห์ว่า “ท่านเป็นพวกที่มีคนมากและมีกำลังมหาศาล ท่านไม่ได้มีส่วนแบ่งเพียงส่วนเดียว
[18] แต่แดนเทือกเขาก็เป็นของท่าน ถึงแม้ว่าเป็นป่าดอน ท่านจงแผ้วถางและยึดครองไปจนสุดเขตเถิด แม้ว่าคนคานาอันจะมีรถรบทำด้วยเหล็ก และเป็นคนเข้มแข็ง ท่านก็จะขับไล่เขาออกไปได้”