Skip to content
Opens in a new window

[1] ยา‌โคบ​ได้​ยิน​บรรดา​บุตร‍ชาย​ของ​ลา‌บัน​พูด​ว่า “ยา‌โคบ​แย่ง​ทุก​อย่าง​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​เรา เขา​ได้​ความ​ร่ำ‍รวย​ทั้ง‍หมด​นี้​จาก​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​เรา”

[2] ยาโคบ​สังเกต​ดู​ลาบัน เห็น​ว่า​ลาบัน​ไม่​ดี​ต่อ​ท่าน​เหมือน​แต่​ก่อน

[3] พระ‍ยาห์‌เวห์​ตรัส​กับ​ยา‌โคบ​ว่า “จง​กลับ​ไป​ยัง​ดิน‍แดน​บิดา​และ​ญาติ‍พี่‍น้อง​ของ​เจ้า​เถิด เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า”

[4] ยา‌โคบ​ก็​ให้​คน​ไป​เรียก​ราเชล​และ​เล‌อาห์​ให้​มา​ที่​ทุ่ง​เลี้ยง​สัตว์

[5] แล้ว​บอก​นาง​ทั้ง‍สอง​ว่า “ฉัน​เห็น​ว่า​บิดา​เจ้า​ไม่​ดี​ต่อ​ฉัน​เหมือน​แต่​ก่อน แต่​พระ‍เจ้า​ของ​บิดา​ฉัน​ทรง​อยู่​กับ​ฉัน

[6] เจ้า​ทั้ง‍สอง​รู้​แล้ว​ว่า ฉัน​รับ‍ใช้​บิดา​ของ​เจ้า​ด้วย​เต็ม​กำลัง

[7] บิดา​ของ​เจ้า​ยัง​บิด‍พลิ้ว​ต่อ​ฉัน และ​เปลี่ยน​ค่า‍จ้าง​ของ​ฉัน​เสีย​สิบ​ครั้ง​แล้ว แต่​พระ‍เจ้า​ไม่‍ได้​ทรง​ให้​เขา​ทำ​ร้าย​ฉัน

[8] ถ้า​บิดา​บอก​ว่า ‘สัตว์​ที่​ด่าง​เป็น​ค่า‍จ้าง​ของ​เจ้า’ สัตว์​ทุก​ตัว​ก็​มี​ลูก​ด่าง และ​ถ้า​เขา​บอก​ว่า ‘สัตว์​ตัว​ที่​ลาย​เป็น​ค่า‍จ้าง​ของ​เจ้า’ สัตว์​ทุก​ตัว​ก็​มี​ลูก​ลาย​หมด

[9] ดัง‍นี้​แหละ​พระ‍เจ้า​จึง​ทรง​ยก​ฝูง​ปศุสัตว์​ของ​บิดา​เจ้า​ประ‌ทาน​ให้​แก่​ฉัน

[10] เมื่อ​มา​ใน​ฤดู​ที่​สัตว์​เหล่า​นั้น​อยาก​ติด​สัด ฉัน​แหงน​หน้า​ขึ้น​ดู ก็​เห็น​ใน​ความ​ฝัน​ว่า พวก​แพะ​ผู้​ที่​ผสม​พันธุ์​กับ​ฝูง​สัตว์​นั้น​เป็น​แพะ​ลาย แพะ​ด่าง และ​แพะ​มีจุด

[11] ใน​ความ​ฝัน​นั้น​ทูต​ของ​พระ‍เจ้า​เรียก​ฉัน​ว่า ‘ยา‌โคบ’ ฉัน​ตอบ​ว่า ‘ข้าพ‌เจ้า​อยู่​ที่นี่’

[12] ท่าน​บอก​ว่า ‘เงย​หน้า​ขึ้น​ดู แพะ​ผู้​ทั้ง‍หมด​ที่​ผสม​พันธุ์​กับ​ฝูง​สัตว์​นั้น เป็น​พวก​ตัว​ลาย ตัว​ด่าง​และ​ตัว​มี​จุด เพราะ​เรา​เห็น​ทุก‍สิ่ง​ที่​ลา‌บัน​ทำ​กับ​เจ้า

[13] เรา​เป็น​พระ‍เจ้า​แห่ง​เบธ‌เอล ที่​เจ้า​เจิม​เสา​ศักดิ์‌สิทธิ์​ไว้​และ​ปฏิ‌ญาณ​ต่อ​เรา​ไว้​ที่​นั่น บัด‍นี้​จง​ลุก‍ขึ้น​ออก‍จาก​ดิน‍แดน​นี้ และ​กลับ​ไป​ยัง​ดิน‍แดน​ที่​เจ้า​เกิด’ ”

[14] ราเชล​กับ​เลอาห์​จึง​ตอบ​ว่า “เรา​ยัง​มี​ส่วน​และ​มี​มรดก​ใน​บ้าน​บิดา​เรา​อีก​หรือ?

[15] บิดา​นับ​เรา​เหมือน​แขก‍เมือง​ไม่‍ใช่​หรือ? เพราะ​บิดา​ขาย​เรา ทั้ง​ยัง​ใช้​เงิน​ของ​เรา​หมด

[16] ความ​ร่ำ‍รวย​ทั้ง‍หมด​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​นำ​ไป​จาก​บิดา​ของ​เรา นั่น‍แหละ​เป็น​ของ​เรา​กับ​พวก​ลูก​ของ​เรา บัด‍นี้​ท่าน​จง​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระ‍เจ้า​ตรัส​กับ​ท่าน”

[17] ดัง‍นั้น ยา‌โคบ​จึง​ลุก​ขึ้น​และ​จัด​ให้​บุตร​และ​ภรรยา​ขึ้น​ขี่​อูฐ

[18] แล้ว​ต้อน​ฝูง​ปศุ‍สัตว์​ทั้ง‍หมด​ของ​ท่าน​ไป ขน​ข้าว​ของ​ทั้ง‍สิ้น​ที่​ท่าน​สะสม​มา ฝูง​ปศุ‍สัตว์​ที่​ท่าน​ได้​มา ที่​ท่าน​สะสม​ได้​ใน​ปัด‌ดาน‌อา‌รัม เพื่อ​เดิน‍ทาง​กลับ​ไป​หา​อิสอัค​บิดา​ของ​ท่าน​ใน​ดิน‍แดน​คา‌นา‌อัน

[19] เวลา​นั้น​ลาบัน​ออก‍ไป​ตัด​ขน​แกะ ราเชล​จึง​ขโมย​รูป​เคารพ​ที่​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​บิดา​ไป​ด้วย

[20] ส่วน​ยาโคบ​ก็​ลัก‍ลอบ​ทำ​ต่อ​ลา‌บัน​คน‍อารัม โดย​การ​ไม่​บอก​ให้​รู้​ว่า​ท่าน​ตั้ง‍ใจ​จะ​หนี

[21] ยาโคบ​เอา​ทรัพย์‍สม‌บัติ​ทั้ง‍หมด​หนี​ข้าม​แม่‍น้ำ​บ่าย‍หน้า​ไป​ทาง​เทือก‍เขา​กิ‌เล‌อาด

[22] เมื่อ​ถึง​วัน​ที่​สาม มี​คน​ไป​บอก​ลา‌บัน​ว่า​ยา‌โคบ​หนี​ไป​แล้ว

[23] ลา‌บัน​ก็​พา​ญาติ​พี่‍น้อง​ไป​กับ​เขา​ไล่‍ตาม​ยาโคบ​เป็น​ระยะ​ทาง​เจ็ด​วัน​จึง​ทัน​ยาโคบ​ใน​ถิ่น​เทือก‍เขา​กิ‌เล‌อาด

[24] แต่​ใน​เวลา​กลาง‍คืน​พระ‍เจ้า​เสด็จ​มา​หา​ลา‌บัน​คน‍อารัม​ใน​ความ​ฝัน ตรัส​แก่​เขา​ว่า “ระวัง อย่า​พูด​กับ​ยา‌โคบ​เลย ไม่​ว่า​ดี​หรือ​ร้าย”

[25] ลาบัน​ตาม​มา​ทัน​ยา‌โคบ ยา‌โคบ​ตั้ง​เต็นท์​อยู่​ที่​ถิ่น​เทือก​เขา ส่วน​ลา‌บัน​กับ​ญาติ​พี่‍น้อง ตั้ง​อยู่​ถิ่น​เทือก​เขา​กิเลอาด

[26] ลาบัน​กล่าว​กับ​ยา‌โคบ​ว่า “เจ้า​ทำ​อะไร? เจ้า​หลอก​เรา และ​พา​ลูกสาว​ของ​เรา​หนี​มา​เหมือน​เชลย

[27] ทำไม​เจ้า​จึง​หนี​เรา​มา​อย่าง​ลับๆ? แอบ​มา​โดย​ไม่​บอก​ให้​เรา​รู้ ถ้า​เรา​รู้ เรา​ก็​จะ​จัด​ส่ง​เจ้า​ไป​ด้วย​ความ​ร่า‍เริง​ยินดี โดย​ให้​มี​การ​ขับ‍ร้อง​ด้วย​รำมะ‌นา​และ​พิณ‍เขา‍คู่

[28] ทำไม​เจ้า​ไม่​ยอม​ให้​เรา​จูบ​ลา​หลาน และ​ลูกสาว​ของ​เรา​เล่า? นี่​เจ้า​ทำ​อย่าง​โง่‍เขลา

[29] เจ้า​อยู่​ใน​กำ‍มือ​เรา​แล้ว เรา​จะ​ทำร้าย​เจ้า​ก็​ได้ แต่​เมื่อ​คืน​นี้​พระ‍เจ้า​ของ​บิดา​เจ้า​ตรัส​ว่า ‘ระวัง อย่า​พูด​ดี​หรือ​ร้าย​กับ​ยา‌โคบ​เลย’

[30] คราว​นี้​เจ้า​ต้อง​ออก​มา​ให้​ได้​เพราะ​คิด‍ถึง​บ้าน​บิดา​เจ้า​จริงๆ แต่​ทำไม​เจ้า​ถึง​ขโมย​พระ​ของ​เรา​มา?”

[31] ยา‌โคบ​จึง​ตอบ​ลาบัน​ว่า “เพราะ‍ว่า​ฉัน​กลัว ฉัน​คิด‍ว่า​ท่าน​จะ​ยึด​ลูกสาว​ของ​ท่าน​คืน​จาก​ฉัน​เสีย

[32] ส่วน​พระ​ของ​ท่าน​นั้น ถ้า​พบ​ที่​คน​ไหน ก็​อย่า​ไว้​ชีวิต​ผู้‍นั้น​เลย ค้น​ดู​ต่อ‍หน้า​ญาติ​พี่‍น้อง​ของ​เรา ท่าน​พบ​สิ่ง​ใด​ที่​เป็น​ของ​ท่าน ก็​เอา​ไป​เถอะ” ยา‌โคบ​ไม่​รู้‍ว่า​รา‌เชล​ขโมย​พระ​เหล่า‍นั้น​มา

[33] ลาบัน​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​ยา‌โคบ เต็นท์​ของ​เลอาห์ และ​เต็นท์​สาว‍ใช้​ทั้ง‍สอง​คน​นั้น แต่​หา​ไม่​พบ จึง​ออก‍จาก​เต็นท์​ของ​เลอาห์ แล้ว​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​ราเชล

[34] ส่วน​รา‌เชล​เอา​รูป‍เคา‌รพ​เหล่า‍นั้น​ใส่​ไว้​ใน​กูบ​อูฐ​และ​นั่ง​ทับ​ไว้ ลา‌บัน​ได้​คลำ​ดู​ทั่ว​เต็นท์ ก็​หา​ไม่​พบ

[35] ราเชล​ก็​พูด​กับ​บิดา​ว่า “ขอ​นาย​ท่าน​อย่า​โกรธ​เลย ที่​ดิฉัน​ลุก‍ขึ้น​ต่อ​หน้า​ท่าน​ไม่​ได้ เพราะ​ว่า​ดิฉัน​กำลัง​ลำ‌บาก​ตาม​ธรรม‌ดา​ของ​ผู้​หญิง” ดัง‍นั้น​ลา‌บัน​ก็​ค้น​แล้ว แต่​ไม่​พบ​รูป‍เคา‌รพ​เลย

[36] ส่วน​ยา‌โคบ​ก็​โกรธ​และ​ต่อ​ว่า​ลา‌บัน ยา‌โคบ​กล่าว​กับ​ลา‌บัน​ว่า “ฉัน​ทำ​ผิด​อะไร? ฉัน​ทำ​บาป​อะไร? ท่าน​จึง​ไล่‍ตาม​ฉัน​มา​อย่าง​นี้

[37] ท่าน​คลำ​ดู​สิ่ง​ของ​ของ​ฉัน​ทั้ง‍หมด​แล้ว ท่าน​พบ​อะไร​ที่​เป็น​ของ​มา​จาก​บ้าน​ของ​ท่าน ก็​เอา​มา​ตั้ง​ไว้​ที่‍นี่ ตรง​หน้า​ญาติ​พี่‍น้อง​ของ​เรา​และ​ของ​ท่าน และ​ให้​พวก​เขา​ตัด‍สิน​ระหว่าง​เรา​ทั้ง‍สอง

[38] ฉัน​อยู่​กับ​ท่าน​มา​ยี่‍สิบ​ปี​นี้ แกะ​และ​แพะ​ไม่‍ได้​แท้ง​ลูก และ​แกะ​ตัว‍ผู้​ใน​ฝูง​ของ​ท่าน ฉัน​ก็​ไม่‍ได้​กิน

[39] ที่​สัตว์‍ร้าย​กัด​ฉีก​กิน​เสีย ฉัน​ก็​ไม่‍ได้​นำ​มา​ให้​ท่าน ฉัน​เอง​ใช้​ให้​แล้ว ที่​ถูก​ขโมย​ไป​ใน​เวลา​กลาง‍วัน​หรือ​กลาง‍คืน ท่าน​ก็​เอา​คืน​จาก​ฉัน

[40] เวลา​กลาง‍วัน​แดด​ก็​เผา​ฉัน เวลา​กลาง‍คืน​ก็​หนาว​เหน็บ ฉัน​นอน​ไม่​หลับ

[41] ฉัน​อาศัย​อยู่​ใน​เรือน​ของ​ท่าน​ยี่‍สิบ​ปี​แล้ว ฉัน​รับ‍ใช้​ท่าน​สิบ‍สี่​ปี​เพื่อ​จะ​ได้​บุตรี​สอง​คน​ของ​ท่าน และ​รับ‍ใช้​ท่าน​หก​ปี​เพื่อ​จะ​ได้​ฝูง​สัตว์​ของ​ท่าน ท่าน​ยัง​เปลี่ยน​ค่า‍จ้าง​สิบ​ครั้ง

[42] ถ้า​พระ‍เจ้า​ของ​บิดา​ฉัน พระ‍เจ้า​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​และ​ผู้​ซึ่ง​อิสอัค​ยำเกรง ไม่​ทรง​อยู่​กับ​ฉัน​แล้ว ครั้ง​นี้​ท่าน​คง​ให้​ฉัน​ไป​ตัว‍เปล่า พระ‍เจ้า​ทรง​เห็น​ความ​ทุกข์‍ใจ​ของ​ฉัน และ​การ‍งาน​ตราก‍ตรำ​ที่​มือ​ฉัน​ทำ จึง​ทรง​ห้าม​ท่าน​เมื่อ​คืน​นี้”

[43] แล้ว​ลา‌บัน​ตอบ​ยา‌โคบ​ว่า “บุตร​หญิง​เหล่า‍นี้​ก็​เป็น​ลูก​ของ​เรา บุตร​ชาย​เหล่า‍นี้​ก็​เป็น​หลาน​ของ​เรา ฝูง​สัตว์​นี้​ก็​เป็น​ของ​เรา ของ​ทั้ง‍สิ้น​ที่​เจ้า​เห็น​ก็​เป็น​ของ​เรา วัน‍นี้​เรา​จะ​ทำ​อะไร​แก่​บุตร​หญิง​ของ​เรา​หรือ​แก่​เด็กๆ ที่​เกิด‍มา​จาก​พวก​นาง?

[44] มา‍เถิด ให้​เรา​ทำ​พันธ‌สัญ‌ญา​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า ให้​พันธ‌สัญ‌ญา​นั้น​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า”

[45] ฝ่าย​ยา‌โคบ​ก็​เอา​ศิลา​ก้อน​หนึ่ง​ตั้ง​ไว้​เป็น​เสา

[46] แล้ว​ยา‌โคบ​จึง​พูด​กับ​ญาติ​พี่‍น้อง​ว่า “เก็บ​ก้อน‍หิน​มา” พวก​เขา​เก็บ​ก้อน‍หิน​มา​กอง​สุม​ไว้ แล้ว​ก็​กิน‍เลี้ยง​กัน​ที่​กอง​หิน​นั้น

[47] ลา‌บัน​จึง​ตั้ง​ชื่อ​กอง​หิน​นั้น​ว่า เย‌การ์‌สห‌ดู‌ธา แต่​ยา‌โคบ​ตั้ง​ชื่อ​ว่า กา‌เล‌เอด

[48] ลา‌บัน​กล่าว​ว่า “วัน‍นี้​กอง​หิน​นี้​จะ​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า” ดัง‍นั้น​เขา​จึง​ตั้ง​ชื่อ​ว่า กา‌เล‌เอด

[49] และ​มิส‌ปาห์ เพราะ​เขา​กล่าว​ว่า “พระ‍ยาห์‌เวห์​ทรง​เฝ้า​อยู่​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า เมื่อ​เรา​จาก​กัน​ไป

[50] ถ้า​เจ้า​ข่ม‍เหง​บุตร‍หญิง​ของ​เรา หรือ​เจ้า​ได้​ภรรยา​อื่น​นอก‍จาก​บุตร‍หญิง​ของ​เรา แม้‍ว่า​จะ​ไม่​มี​ใคร​อยู่​กับ​เรา​ก็​จริง จำ​ไว้​ว่า พระ‍เจ้า​ทรง​เป็น​พยาน​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า”

[51] ลา‌บัน​บอก​ยา‌โคบ​ว่า “ดู​กอง​หิน​และ​เสา​หิน​นี้ ที่​เรา​ตั้ง​ไว้​ระหว่าง​เรา​กับ​เจ้า

[52] หิน​กอง​นี้​เป็น​พยาน และ​เสา​นั้น​ก็​เป็น​พยาน​ว่า เรา​จะ​ไม่​ข้าม​กอง​หิน​นี้​ไป​หา​เจ้า และ​เจ้า​จะ​ไม่​ข้าม​กอง​หิน​และ​เสา​นี้​มา​หา​เรา เพื่อ​ทำ​ร้าย​กัน

[53] ให้​พระ‍เจ้า​ของ​อับ‌รา‌ฮัม​และ​พระ‍เจ้า​ของ​นา‌โฮร์ ซึ่ง​เป็น​พระ‍เจ้า​ของ​บิดา​ของ​เรา​ทั้ง‍สอง​ทรง​ตัด‍สิน​ความ​ระหว่าง​เรา” ยา‌โคบ​ก็​สา‌บาน​โดย​อ้าง​ถึง​พระ‍องค์​ที่​อิส‌อัค​บิดา​ของ​เขา​ยำ‍เกรง

[54] ยา‌โคบ​ถวาย​เครื่อง‍บู‌ชา​บน​ภูเขา และ​เรียก​ญาติ​พี่‍น้อง​ของ​เขา​มา​รับ‍ประ‌ทาน​ขนม‍ปัง พวก​เขา​รับ‍ประ‌ทาน​ขนม‍ปัง​และ​อยู่​บน​ภูเขา​คืน​วัน​นั้น

[55] ลา‌บัน​ตื่น​ขึ้น​แต่​เช้า‍มืด จูบ​หลาน​และ​บุตร‍หญิง อวย‍พร​พวก​เขา แล้ว​ก็​ออก​เดิน‍ทาง​กลับ​บ้าน

ปฐม‍กาล — Chapters