Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:24

[1] แต่​มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อา‌นา‌เนีย​กับ​ภรร‌ยา​ชื่อ​สัป‌ฟีรา​ขาย​ที่​ดิน​ของ​ตน

[2] แล้ว​เก็บ​เงิน​ค่า​ที่ดิน​ส่วน‍หนึ่ง​ไว้ ภรร‌ยา​ของ​เขา​ก็​รู้​ด้วย อีก​ส่วน‍หนึ่ง​นั้น​เขา​นำ​มา​วาง​ไว้​ที่​เท้า​ของ​พวก​อัคร‌ทูต

[3] เป‌โตร​จึง​ถาม​ว่า “อา‌นา‌เนีย ทำไม​ซา‌ตาน ​จึง​ควบ‍คุม​ใจ​ของ​เจ้า​ให้​โก‌หก​ต่อ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ และ​ทำ​ให้​เจ้า​เก็บ​ค่า​ที่ดิน​ส่วน​หนึ่ง​ไว้?

[4] เมื่อ​ที่ดิน​ยัง‍อยู่​ก็​เป็น​ของ​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ? เมื่อ​ขาย​แล้ว​เงิน​ก็​ยัง‍อยู่​ใน​สิทธิ​อำ‌นาจ​ของ​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ? มี​อะไร​ทำ​ให้​ใจ​ของ​เจ้า​คิด​ทำ​อย่าง​นี้? เจ้า​ไม่​ได้​โก‌หก​มนุษย์​แต่​โก‌หก​พระ‍เจ้า”

[5] เมื่อ​อา‌นา‌เนีย​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นั้น​ก็​ล้ม‍ลง​และ​สิ้น‍ใจ ทุก​คน​ที่​รู้​เรื่อง​ก็​เกิด​ความ​เกรง‍กลัว​อย่าง​ยิ่ง

[6] พวก​คน‍หนุ่ม​ก็​มา​ห่อ​ศพ​เขา​แล้ว​หาม​ไป​ฝัง

[7] หลัง‍จาก​นั้น​ประ‌มาณ​สาม​ชั่ว‍โมง ภรร‌ยา​ของ​เขา​ซึ่ง​ยัง​ไม่​ทราบ​เหตุ‍การณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​เข้า​ไป

[8] เป‌โตร​ถาม​นาง​ว่า “เจ้า​ขาย​ที่ดิน​ได้​รา‌คา​เท่า​นั้น​หรือ จง​บอก​ข้า​เถิด?” นาง​จึง​ตอบ​ว่า “ได้​เท่า‍นั้น​ค่ะ”

[9] เป‌โตร​จึง​ถาม​นาง​ว่า “ทำไม​เจ้า​สอง​คน​ถึง​พร้อม‍ใจ​กัน​ทด‍ลอง​พระ‍วิญ‌ญาณ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​เล่า? นี่​แน่ะ เท้า​ของ​พวก​คน​ที่​ฝัง​ศพ​สามี​เจ้า​อยู่​ที่​ประตู และ​พวก​เขา​จะ​หาม‍ศพ​ของ​เจ้า​ออก​ไป​ด้วย”

[10] ทัน‍ใด​นั้น​นาง​ก็​ล้ม‍ลง​สิ้น​ใจ​แทบ​เท้า​ของ​เป‌โตร เมื่อ​พวก​คน‍หนุ่ม​เข้า​มา​พบ​ว่า​นาง​ตาย​แล้ว ก็​หาม‍ศพ​ออก​ไป​ฝัง​ไว้​ข้าง​สามี​ของ​นาง

[11] ทั่ว​คริสต‌จักร​และ​ทุก​คน​ที่​ได้‍ยิน​เหตุ‍การณ์​นั้น​ก็​เกิด​ความ​เกรง‍กลัว​อย่าง‍ยิ่ง

[12] มี​หมาย‍สำ‌คัญ​และ​การ​อัศ‌จรรย์​หลาย​อย่าง​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​ด้วย​มือ​ของบรร‌ดา​อัคร‌ทูต​ท่าม‍กลาง​ประ‌ชา‍ชน และ​พวก​เขา​รวม​กัน​อยู่​ที่​เฉลียง​ของ​ซา‌โล‌มอน

[13] ส่วน​คน​อื่นๆ ไม่​กล้า​เข้า​มา​ร่วม​กับ​พวก​เขา แต่​ประ‌ชา‍ชน​เคารพ​พวก​เขา​มาก

[14] และ​ชาย​หญิง​จำ‍นวน​มาก​ก็​เชื่อ‍ถือ​และ​เข้า​มา​เป็น​สา‌วก​ของ​พระ‍เจ้า​มาก‍กว่า​ก่อน

[15] จน​เขา​ทั้ง‍หลาย​ต่าง​หาม​คน​เจ็บ​ป่วย​ออก​ไป​ที่​ถนน​โดย​วาง​บน​ที่‍นอน​และ​แคร่ เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เป‌โตร​เดิน​ผ่าน​ไป อย่าง​น้อย​เงา​ของ​ท่าน​จะ​ได้​ถูก​พวก​เขา​บาง‍คน

[16] ประ‌ชา‍ชน​จาก​เมือง​ที่​อยู่​รอบ​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​มา​รวม​กัน และ​พา​บรร‌ดา​คน‍ป่วย​และ​คน​มี​ผี​โส‌โครก​เบียด‍เบียน​มา และ​ทุก‍คน​ก็​หาย

[17] มหา‍ปุโร‌หิต​และ​พรรค‍พวก​คือ​พวก​สะดูสี​มี​ความ​อิจ‌ฉา​อย่าง​ยิ่ง

[18] จึง​จับ​พวก​อัคร‌ทูต​ขัง​ไว้​ใน​คุก‍หลวง

[19] แต่​ใน​เวลา​กลาง‍คืน​ทูต‍สวรรค์​องค์​หนึ่ง​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​มา​เปิด​ประตู​คุก​พา​พวก​อัคร‌ทูต​ออก​ไป และ​บอก​ว่า

[20] “จง​ไป​ยืน​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​ประ‌กาศ​บรร‌ดา​ข้อ‍ความ​แห่ง​ชีวิต​ใหม่​นี้​ให้​ประ‌ชา‍ชน​ฟัง”

[21] เมื่อ​พวก​อัคร‌ทูต​ได้​ยิน​เช่น​นั้น ก็​เข้า​ไป​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​ตอน​รุ่ง​เช้า​และ​สั่ง‍สอน แต่​มหา‍ปุโร‌หิต​กับ​พรรค‍พวก​เรียก​ประ‌ชุม​สภา​ยิว​และ​สมา‌ชิก​สภา​ทั้ง‍หมด​ของ​คน​อิส‌รา‌เอล แล้ว​ใช้​คน​ไป​ที่​คุก​เพื่อ​พา​พวก​อัคร‌ทูต​ออก​มา

[22] พวก​เจ้า‍หน้าที่​ก็​ไป​แต่​ไม่‍พบ​พวก​อัคร‌ทูต​ใน​คุก จึง​กลับ​มา​ราย‍งาน​ว่า

[23] “เรา​เห็น​คุก​ปิด​อยู่​แน่น​หนา​มั่น‍คง​และ​พวก​ยาม​ยืน​เฝ้า​อยู่​ตาม​ประตู แต่​เมื่อ​เปิด​ประตู​เข้า​ไป ไม่​เห็น​ใคร​อยู่​ข้าง​ใน”

[24] เมื่อ​หัว‍หน้า​รักษา​พระ‍วิหาร​กับ​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​ได้​ยิน​คำ​เหล่า​นี้ ก็​ฉงน​สน‌เท่ห์​ใน​เรื่อง​ของ​พวก​อัคร‌ทูต​ว่า​จะ​เป็น​อย่าง‍ไร​ต่อ‍ไป

[25] มี​คน​มา​บอก​พวก​เขา​ว่า “นี่‍แน่ะ บรร‌ดาคน​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ขัง​ไว้​ใน​คุก​กำ‌ลัง​ยืน​สั่งสอน​ประ‌ชา‍ชน​อยู่​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร”

[26] แล้ว​หัว‍หน้า​รักษา​พระ‍วิหาร​กับ​พวก​เจ้า‍หน้าที่​ก็​ไป​พา​พวก​อัคร‌ทูต​มา​โดย​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​รุนแรง เพราะ​กลัว​ว่า​ประ‌ชา‍ชน​จะ​เอา​หิน​ขว้าง

[27] เมื่อ​พวก​เขา​พา​พวก​อัคร‌ทูต​มา​แล้ว​ก็​ให้​ยืน​หน้า​สภา มหา‍ปุโร‌หิต​จึง​กล่าว​ว่า

[28] “เรา​กำ‌ชับ​พวก​เจ้า​อย่าง​แข็ง‍ขัน​แล้ว​ว่า​อย่า​สอน​โดย​ออก​ชื่อ​นี้ นี่‍แน่ะ พวก​เจ้า​ทำ​ให้​คำ‍สอน​ของ​พวก​เจ้า​แพร่​ไป​ทั่ว​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​ต้อง​การ​ให้​ความ​ผิด​เรื่อง​การ​ตาย​ของ​คน​นั้น​ตก​อยู่​กับ​เรา ”

[29] เป‌โตร​กับ​อัคร‌ทูต​คน​อื่นๆ ตอบ​ว่า “เรา​จำ​เป็น​ต้อง​เชื่อ‍ฟัง​พระ‍เจ้า​มาก​กว่า​เชื่อ‍ฟัง​มนุษย์

[30] พระ‍เยซู​ผู้​ซึ่ง​พวก​ท่าน​ฆ่า​เสีย​โดย​แขวน​ไว้​ที่​ต้น‍ไม้ ​นั้น พระ‍เจ้า​แห่ง​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ทรง​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว

[31] พระ‍เจ้า​ทรง​ตั้ง​พระ‍องค์​ไว้​ที่​พระ‍หัตถ์​เบื้อง‍ขวา​ของ​พระ‍องค์ ให้​เป็น​องค์​พระ‍ผู้นำ​และ​องค์​พระ‍ผู้​ช่วย​ให้​รอด เพื่อ​จะ​ให้​ชน​อิส‌รา‌เอล​กลับ‍ใจ​ใหม่ แล้ว​จะ​ทรง​อภัย​บาป​ของ​เขา​ทั้ง‍หลาย

[32] เรา​คือ​สักขี‍พยาน​ของ​เรื่อง​เหล่า‍นี้ และ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​ที่​พระ‍เจ้า​ประ‌ทาน​กับ​ทุก‍คน​ที่​เชื่อ‍ฟัง​พระ‍องค์​นั้น​ก็​เป็น​พยาน​ด้วย”

[33] เมื่อ​พวก​เขา​ฟัง​แล้ว​ก็​โกรธ​มาก คิด​กัน​ว่า​จะ​ฆ่า​พวก​อัคร‌ทูต​เสีย

[34] แต่​มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​กา‌มา‌ลิ‌เอล เป็น​พวก​ฟา‌ริสี​และ​เป็น​อา‌จารย์​สอน​ธรรม​บัญ‌ญัติ เป็น​ที่​นับ‍ถือ​ของ​ประ‌ชา‍ชน เขา​ยืน​ขึ้น​ใน​สภา​แล้ว​สั่ง​ให้​พา​พวก​อัคร‌ทูต​ออก​ไป​ข้าง​นอก​ครู่​หนึ่ง

[35] ท่าน​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “ท่าน​ชน​ชาติ​อิส‌รา‌เอล สิ่ง​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​คิด​จะ​ทำ​กับ​คน​เหล่า​นี้​นั้น จง​ระวัง​ให้​ดี

[36] เพราะ​ก่อน​หน้า​นี้​มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ธุ‌ดาส​ซึ่ง​อ้าง‍ตัว​ว่า​เป็น​ผู้​ยิ่ง‍ใหญ่ มี​ผู้‍คน​ติด​ตาม​ประ‌มาณ​สี่‍ร้อย​คน แต่​ธุ‌ดาส​ถูก​ฆ่า​และ​คน​ที่​เป็น​พรรค‍พวก​ก็​กระ‌จัด​กระ‌จาย​สาป​สูญ​ไป

[37] ต่อ​จาก​คน​นี้​มี​อีก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ยูดาส เป็น​ชาว​กา‌ลิลี​ปรา‌กฏ​ตัว​ขึ้น​ใน​ช่วง​ที่​มี​การ​จด​ทะ‌เบียน​สำ‌มะ‌โน‌ครัว เขา​เกลี้ย‍กล่อม​ผู้‍คน​ให้​ติด​ตาม​เขา​ไป และ​คน​นั้น​ก็​พินาศ​ด้วย คน​ที่​เป็น​พรรค‍พวก​ก็​กระ‌จัด​กระ‌จาย

[38] เพราะ​ฉะนั้น​ใน​กรณี​นี้ ข้าพ‌เจ้า​จึง​ขอ​บอก​พวก​ท่าน​ว่า จง​ปล่อย​คน​เหล่า‍นี้​ไป​ตาม​เรื่อง อย่า​ทำ​อะไร​พวก​เขา​เลย เพราะ‍ว่า​ถ้า​ความ​คิด​หรือ​กิจ‍การ​นี้​มา​จาก​มนุษย์ มัน​จะ​ล่ม​สลาย​ไป​เอง

[39] แต่​ถ้า​มา​จาก​พระ‍เจ้า พวก​ท่าน​จะ​ไม่​สามา‌รถ​ทำ‌ลาย​พวก​เขา‍ได้ เกรง​ว่า​พวก​ท่าน​กลับ​จะ​เป็น​ฝ่าย​สู้‍รบ​กับ​พระ‍เจ้า”

[40] พวก​เขา​จึง​ยอม​ฟัง​กา‌มา‌ลิ‌เอล และ​เมื่อ​เรียก​พวก​อัคร‌ทูต​เข้า​มา​แล้ว ก็​เฆี่ยน​และ​กำ‌ชับ​ไม่​ให้​สอน​ใน​นาม​ของ​พระ‌เยซู​แล้ว​ปล่อย​ไป

[41] พวก​อัคร‌ทูต​จึง​ออก​จาก​สภา​ไป​ด้วย​ความ​ยินดี ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​นับ​ว่าพวก​เขา​มี​ค่า​สมควร​ได้​รับ​การ​หลู่​เกียรติ​เพราะ​พระ‍นาม​นั้น

[42] พวก​เขา​สั่ง‍สอน​และ​ประ‌กาศ​ว่า​พระ‌เยซู​ทรง​เป็น​พระ‌คริสต์​ทุกๆ วัน​ไม่​ได้​ขาด ทั้ง​ใน​บริ‌เวณ​พระ‍วิหาร​และ​ตาม​บ้าน​เรือน

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters