Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:51

[1] เมื่อ​วัน​เทศ‌กาล​เพ็น‌เท‌คอสต์ ​มา​ถึง พวก​สา‌วก​รวม​ตัว​อยู่​ใน​สถาน‍ที่​แห่ง​เดียว​กัน

[2] ใน​ทัน‍ใด​นั้น​มี​เสียง​มา​จาก​ฟ้า​เหมือน​เสียง​พายุ​แรง‍กล้า​ดัง​ก้อง​ทั่ว​ตึก​ที่​เขา​นั่ง​อยู่​นั้น

[3] และ​พวก​เขา​เห็น​บาง​สิ่ง​ที่​คล้าย​เปลว‍ไฟ​ลักษณะ​เหมือน​ลิ้น​แผ่​กระ‌จาย​อยู่​บน​ตัว​พวก​เขา​ทุก​คน

[4] พวก​เขา​ทั้ง‍หมด​ก็​เต็ม‍เปี่ยม​ด้วย​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์ จึง​เริ่ม​ต้น​พูด​ภาษา​อื่นๆ ตาม​ที่​พระ‍วิญ‌ญาณ​ทรง​ให้​พูด

[5] มี​พวกยิว​จาก​ทุก​ประ‌เทศ​ทั่ว​ใต้​ฟ้า​ซึ่ง​เป็น​ผู้​เกรง​กลัว​พระ‍เจ้า มา​อยู่​ใน​กรุง​เยรู‌ซา‌เล็ม

[6] เมื่อ​มี​เสียง​อย่าง​นั้น​เขา​ทั้ง‍หลาย​จึง​พา​กัน​มา และ​ฉงน​สน‌เท่ห์​เพราะ​ต่าง​คน​ต่าง​ได้​ยิน​พวก​เขา​พูด​ภา‌ษา​ของ​ตัว

[7] เขา​ทั้ง‍หลาย​จึง​แปลก​ใจ​และ​อัศ‌จรรย์​ใจ​พูด​ว่า “นี่​แน่ะ คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​พูด​อยู่​นี้​เป็น​ชาว​กา‌ลิลี​ทุก​คน​ไม่​ใช่​หรือ?

[8] ทำไม​เรา​ทุกคน​ถึงได้​ยิน​พวกเขา​พูด​ภา‌ษา​ของ​บ้าน​เกิด​เมือง​นอน​ของ​เรา?

[9] ซึ่ง​เป็น​ชาว​ปาร‌เธีย ชาว​มีเดีย ชาว​เอ‌ลาม และ​เป็น​คน​ที่​อา‌ศัย​อยู่​ใน​เขต​แดน​เม‌โส‌โป‌เต‌เมีย อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​และ​แคว้น​คัป‌ปา‌โด‌เซีย อยู่​ใน​แคว้น​ปอน‌ทัส​และ​แคว้น​เอ‌เชีย

[10] อยู่​ใน​แคว้น​ฟรี‌เจีย​และ​แคว้น​ปัม‌ฟี‌เลีย เป็น​คน​ที่​อยู่​ใน​ประ‌เทศ​อียิปต์​และ​ใน​บาง​ส่วน​ของ​เมือง​ลิ‌เบีย​ซึ่ง​ขึ้น​กับ​นคร​ไซ‌รีน เป็น​คน​ที่​มา​จาก​กรุง​โรม

[11] ซึ่ง​มี​ทั้ง​พวก​ยิว​กับ​พวก​ที่​เข้า​จารีต​ยิว และ​เป็น​ชาว​ครีต​และ​ชาว​อาระ‌เบีย เรา​ต่าง​ได้​ยิน​คน​เหล่า​นี้​กล่าว​ถึง​กิจ​การที่​ยิ่ง‍ใหญ่​ของ​พระ‍เจ้า​ใน​ภา‌ษา​ของ​เรา​เอง”

[12] พวก​เขา​จึง​ประ‌หลาด​ใจ​และ​ฉงน‍สน‌เท่ห์​พูด​กัน​ว่า “นี่​อะไร​กัน?”

[13] แต่​บาง‍คน​เยาะ‌เย้ย​ว่า “พวก​เขา​เมา​เหล้า‍องุ่น​ใหม่”

[14] แต่​เปโตร​ได้​ยืน​ขึ้น​พร้อม​กับ​อัคร‌ทูต​สิบ‍เอ็ด​คน และ​กล่าว​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ด้วย​เสียง​ดัง​ว่า “พี่‍น้อง​ชาว​ยิว​กับ​ทุก​ท่าน​ที่​อยู่​ใน​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม จง​ทราบ​เรื่อง​นี้​และ​ฟัง​ถ้อย‍คำ​ของ​ข้าพ‌เจ้า

[15] คน​เหล่า​นี้​ไม่​ได้​เมา​เหล้า‍องุ่น​เหมือน​อย่าง​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​คิด เพราะ‍ว่า​เพิ่ง​จะ​เก้า​โมง​เช้า​เท่า‍นั้น

[16] แต่​เหตุ‌การณ์​นี้​เกิด​ขึ้น​ตาม​คำ​ที่​โย‌เอล​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​กล่าว​ไว้​ว่า

[17] ‘พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า ใน​วาระ​สุด‍ท้าย เรา​จะ​เท​พระ‍วิญ‌ญาณ​ของ​เรา​บน​มนุษย์​ทั้ง‍หมด บุตรา บุตรี​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลายจะ​เผย‍พระ‍วจนะ บรร‌ดา​คน‍หนุ่ม​ของ​ท่าน​จะ​เห็น​นิมิต และ​บรร‌ดา​คน​แก่​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลายจะ​ฝัน​เห็น

[18] แน่​ที​เดียว​เว‌ลา​นั้น เรา​จะ​เท​พระ​วิญ‌ญาณ​ของ​เรา บน​ทาส​ทาสี​ของ​เรา และ​เขา​ทั้ง‍หลาย​จะ​เผย‍พระ‍วจนะ

[19] เรา​จะ​สำ‌แดง​การ​อัศ‌จรรย์​ใน​อา‌กาศ​เบื้อง‍บน และ หมาย​สำ‌คัญที่​แผ่น‍ดิน เบื้อง‍ล่าง เป็น​เลือด ไฟ และ​ไอ‍ควัน

[20] ดวง‍อา‌ทิตย์​จะ​มืด​ไป และ​ดวง‍จันทร์​จะ​กลับ​เป็น​เลือด ก่อน​ถึง​วัน​ยิ่ง‍ใหญ่​และ​สง่า‍งามของ​พระ‍เจ้า

[21] และ​จะ​เป็น​เช่น‍นี้​คือ ทุก‍คน​ที่​ร้อง​ขอ​ใน​พระ‍นาม​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​จะ​ได้‍รับ​ความ‍รอด’

[22] “ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ผู้​เป็น​ชน‍ชาติ​อิส‌รา‌เอล จง​ฟัง​เรื่อง​ต่อ​ไป​นี้ คือ​พระ‍เยซู​ชาว​นา‌ซา‌เร็ธ​ผู้​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​รับ‍รอง​ต่อ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย โดย​การ​อิทธิ‌ฤทธิ์ การ​อัศ‌จรรย์​และ​หมาย​สำ‌คัญ​ต่างๆ ที่​พระ‍เจ้า​ได้​ทรง​ทำ​โดย​พระ‍องค์​ท่าม‍กลาง​ท่าน​ทั้ง‍หลาย ดัง​ที่​พวก​ท่าน​ทราบ​อยู่​แล้ว

[23] พระ‌เยซู​องค์​นี้​ทรง​ถูก‍มอบ​ไว้​ตาม​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ดำริ​แน่‍นอน​และ​ทรง‍ทราบ​ล่วง‍หน้า และ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้​ประ‌หาร​พระ‍องค์​ด้วย​การ‍ตรึง​พระ‍องค์​บน​กาง‍เขน​โดย​อา‌ศัย​น้ำ‍มือ​ของ​คน​อธรรม

[24] แต่​พระ‍เจ้า​ทรง‍ทำ​ให้​พระ‍องค์​คืน​พระ‍ชนม์ ทรง‍ให้​พ้น​จาก​ความ‍ตาย​อัน​ปวด‍ร้าว เพราะ​ว่า​ความ‍ตาย​จะ​ครอบ‍งำ​พระ‍องค์​ไว้​ไม่​ได้

[25] เพราะ​ดา‌วิด​กล่าว​ถึง​พระ‍องค์​ว่า ‘ข้าพ‌เจ้า​เห็น​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ตรง​หน้า​ข้าพ‌เจ้า​เสมอ เพราะ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​ที่​ขวา‍มือ​ของ​ข้าพ‌เจ้า เพื่อ​ข้าพ‌เจ้า​จะ​ไม่​หวั่น‌ไหว

[26] เพราะ​เหตุ‍นี้ จิต‍ใจ​ของ​ข้าพ‌เจ้า​จึง​ยินดี และ​ลิ้น​ของ​ข้าพ‌เจ้า​จึง​เปรม‍ปรีดิ์ ยิ่ง‍กว่า‍นั้น​ร่าง‌กาย​ของ​ข้าพ‌เจ้า​จะ​อยู่​ด้วย​ความ‍หวัง

[27] เพราะ​พระ‍องค์​จะ​ไม่​ทรง​ละ​ข้า‍พระ‍องค์ไว้​ใน​แดน​คน‍ตาย ทั้ง​จะ​ไม่​ทรง​ให้​องค์​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์​เปื่อย‍เน่า​ไป

[28] พระ‍องค์​จะ​ทรง​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​รู้‍จัก​ทาง​แห่ง​ชีวิต แล้ว​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ให้​ข้า‍พระ‍องค์​มี​ความ​ยินดี​เต็ม‍เปี่ยม​ด้วย​การ​สถิต​ของ​พระ‍องค์’

[29] “พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​มี​ใจ‍กล้า​ที่​จะ​กล่าว​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ถึง​ดา‌วิด​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ว่า ท่าน​ตาย​แล้ว​และ​ถูก‍ฝัง​ไว้​แล้ว และ​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ท่าน​ยัง​อยู่​กับ​เรา​จน​ถึง​ทุก​วันนี้

[30] ท่าน​เป็น​ผู้‍เผย‍พระ‌วจนะ และ​ทราบ​ว่า​พระ‍เจ้า​ตรัส​สัญ‌ญา​ไว้​กับ​ท่าน​ด้วย​พระ‍ปฏิ‌ญาณ​ว่า​พระ‍องค์​จะ​ประ‌ทาน​ผู้​หนึ่ง​ใน​วงศ์​ตระ‌กูล​ของ​ท่าน​ให้​นั่ง​บน​บัล‌ลังก์​ของ​ท่าน

[31] ท่าน​ก็​ล่วง‍รู้​เหตุ‌การณ์​นี้​ก่อน จึง​กล่าว​ถึง​การ​คืน​พระ‍ชนม์​ของ​พระ‌คริสต์​ว่า ‘พระ‍เจ้า​ไม่​ทรง‍ละ​พระ‍องค์​ไว้​ใน​แดน​คน‍ตาย ทั้ง​พระ‍กาย​ของ​พระ‍องค์ก็​ไม่​ทรง‍เปื่อย‍เน่า​ไป’

[32] พระ‍เยซู​องค์​นี้​พระ‍เจ้า​ได้​ทรง‍ให้​คืน​พระ‍ชนม์​แล้ว​ซึ่ง​เรา​ทุก​คน​คือ​สักขี​พยาน​ของ​เรื่อง​นี้

[33] เพราะ​ฉะ‌นั้น​เมื่อ​ทรง‍เชิด‍ชู​พระ‍องค์​ขึ้น​อยู่​ที่​พระ‍หัตถ์​เบื้อง​ขวา​ของ​พระ‍เจ้า​แล้ว และ​เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง‍รับ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​จาก​พระ‍บิดา​ตาม​พระ‍สัญ‌ญา​แล้ว พระ‍องค์​ทรง​เท​ลง​มา​ดัง​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ได้‍ยิน​และ​ได้‍เห็น

[34] เพราะ‍ว่า​ดา‌วิด​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​ยัง​สวรรค์​แต่​ท่าน​กล่าว​ว่า ‘พระ‍เจ้า​ตรัส​กับ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ของ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า จง​นั่ง​ที่​ขวา​มือ​ของ​เรา

[35] จน‍กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​ศัตรู​ของ​ท่าน​เป็น​ที่​รอง​เท้า​ของ​ท่าน ’

[36] เพราะ‍ฉะ‌นั้น ให้​พงศ์‍พันธุ์​อิส‌รา‌เอล​ทั้ง‍หมด​ทราบ​แน่‍นอน​ว่า พระ‍เจ้า​ทรง​แต่ง‍ตั้ง​พระ‍เยซู​ที่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ตรึง​ไว้​บน​กาง‍เขน​นั้น ให้​เป็น​ทั้ง​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​และ​พระ‍คริสต์”

[37] เมื่อ​คน‍ทั้ง‍หลาย​ได้‍ยิน​แล้ว​ก็​รู้‍สึก​แปลบ‍ปลาบ‍ใจ จึง​กล่าว​กับ​เป‌โตร​และ​อัคร‌ทูต​คน​อื่นๆ ว่า “พี่‍น้อง​เอ๋ย เรา​จะ​ทำ​อย่าง‍ไร​ดี?”

[38] เป‌โตร​จึง​กล่าว​กับ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ว่า “จง​กลับ‍ใจ​ใหม่​และ​รับ​บัพ‌ติศ‌มา ​ใน​พระ‍นาม​ของ​พระ‍เยซู​คริสต์​ให้​หมด​ทุก‍คน เพื่อ​พระ‍เจ้า​จะ​ทรง​ยก​ความ​ผิด​บาป​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย แล้ว​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​ของ​ประ‌ทาน​คือ​พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์

[39] เพราะ​ว่า​พระ‍สัญ‌ญา​นั้น​ตก​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​กับ​ลูก​หลาน​ของ​พวก​ท่าน​ด้วย และ​แก่​ทุก​คน​ที่​อยู่​ไกล คือ​ทุก​คน​ที่​องค์​พระผู้​เป็น​เจ้า​พระ‍เจ้า​ของ​เรา​ทรง​เรียก​ให้​มา​เฝ้า”

[40] เป‌โตร​จึง​กล่าว​อีก​หลาย​เรื่อง​เป็น​พ‌ยาน​และ​เตือน​สติ​พวก​เขา​ว่า “จง​เอา​ตัว​รอด​จาก​ชาติ​พันธุ์​ที่​คด​โกง​นี้​เถิด”

[41] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​รับ​ถ้อย‍คำ​ของ​เป‌โตร​ก็​รับ​บัพ‌ติศ‌มา ใน​วัน​นั้น​มี​คน​เข้า​เป็น​สา‌วก​ประ‌มาณ​สาม‍พัน​คน

[42] เขา​ทั้ง‍หลาย​อุทิศ​ตัว​เพื่อ​ฟัง​คำ‍สอน​ของ​บรร‌ดา​อัคร‌ทูต​และ​ร่วม​สา‌มัค‌คี​ธรรม รวม​ทั้ง​หัก​ขนม‍ปัง​และ​อธิษ‌ฐาน

[43] เขา​ทั้ง‍หลาย​มี​ความ​เกรง‍กลัว​ด้วย​กัน​ทุก‍คน และ​พวก​อัคร‌ทูต​ทำ​การ​อัศ‌จรรย์ และ​หมาย​สำ‌คัญ​มาก‍มาย

[44] คน​ทั้ง‍หมด​ที่​เชื่อ‍ถือ​ก็​อยู่​รวม​กัน และ​นำ​ทุก​สิ่ง​มา​รวม​เป็น​ของ​กลาง

[45] และ​พวก​เขา​ขาย​ที่​ดิน​และ​ทรัพย์​สิ่ง​ของ​มา​แบ่ง​ให้​แก่​กัน​ตาม​ความ​จำเป็น

[46] ทุกๆ วัน พวก​เขา​อุทิศ​ตัว​อยู่​ด้วย​กัน​ใน​พระ‍วิหาร​และ​หัก​ขนม‍ปัง​ตาม​บ้าน​ของ​พวกเขา รับ‍ประ‌ทาน​อาหาร​ร่วม​กัน​ด้วย​ความ​ชื่น‍ชม​ยินดี​และ​จริง‍ใจ

[47] ทั้ง​สรร‌เสริญ​พระ‍เจ้า​และ​ได้​รับ​ความ​ชื่น‍ชอบ​จาก​ทุก​คน องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ก็​โปรด​ให้​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​กำ‌ลัง​จะ​รอด เพิ่ม​จำ‍นวน​เข้า​มา​มาก​ยิ่ง​ขึ้น​ทุกๆ วัน

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters