Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:55

[1] “นี่แน่ะ พี่‍น้อง​และ​ท่าน​ผู้​อาวุ‌โส​ทั้ง‍หลาย บัด​นี้​ขอ​ฟัง​ข้าพ‌เจ้า​แก้​คดี​ต่อ​หน้า​ท่าน”

[2] เมื่อ​เขา​ทั้ง‍หลาย​ได้​ยิน​ท่าน​พูด​ภาษา​ฮีบรู เขา​ก็​ยิ่ง​นิ่ง​เงียบ​กว่า​เก่า เปา‌โล​จึง​กล่าว​ว่า

[3] “ข้าพ‌เจ้า​เป็น​ยิว เกิด​ใน​เมือง​ทาร์‌ซัส​แคว้น​ซี‌ลี‌เซีย แต่​เติบ‍โต​ขึ้น​ใน​เมือง‍นี้ เป็น​ศิษย์​ของ​อา‌จารย์​กา‌มา‌ลิ‌เอล ​และ​ได้​รับ​การ​อบ‍รม​อย่าง​เคร่ง‍ครัด​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ​ของ​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา จึง​มี​ความ​กระ‌ตือ‍รือ‌ร้น​เพื่อ​พระ‍เจ้า​เช่น​เดียว​กับ​พวก​ท่าน​ใน​เวลา​นี้

[4] ข้าพ‌เจ้า​ข่ม‍เหง​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ถือ ‘ทาง‍นี้’ จน​ถึง​ตาย ทั้ง​ยัง​จับ​พวก​ผู้ชาย​และ​ผู้หญิง​ขัง​ไว้​ใน​คุก

[5] ตาม​ที่​มหา‍ปุโร‌หิต​กับ​สภา​ผู้​อาวุโส​สามา‌รถ​เป็น​พยาน​ให้​ข้าพ‌เจ้า​ได้ เพราะ​ข้าพ‌เจ้า​เป็น​ผู้​ถือ​หนัง‌สือ​จาก​เขาทั้ง‍หลาย​ไป​ถึง​พวก​พี่‍น้อง​ที่​เมือง​ดา‌มัส‌กัส และ​ข้าพ‌เจ้า​เดิน‍ทาง​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​จับ​พวก​ที่​อยู่​ใน​เมือง​นั้น​มัด​มา​รับ​โทษ​ที่​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม

[6] “และ​เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​กำ‌ลัง​เดิน‍ทาง​ไป​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​ดา‌มัส‌กัส​ใน​เวลา​ประ‌มาณ​เที่ยง ทันใด​นั้น​มี​แสง‍สว่าง​จ้า​จาก​ฟ้า​ส่อง​รอบ​ข้าพ‌เจ้า

[7] ข้าพ‌เจ้า​จึง​ล้ม‍ลง​บน​ดิน​และ​ได้​ยิน​พระ‍สุรเสียง​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า ‘เซา‌โล เซาโล​เอ๋ย เจ้า​ข่ม‍เหง​เรา​ทำไม?’

[8] ข้าพ‌เจ้า​จึง​ทูล​ตอบ​ว่า ‘องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า พระ‍องค์​ทรง​เป็น​ใคร?’ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า ‘เรา​คือ​เยซู​ชาว​นา‌ซา‌เร็ธ​ซึ่ง​เจ้า​ข่ม‍เหง​นั้น’

[9] คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​อยู่​กับ​ข้าพ‌เจ้า​เห็น​แสง‍สว่าง​แต่​ไม่​ได้​ยิน​พระ‍สุรเสียง​ที่​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า

[10] ข้าพ‌เจ้า​จึง​ทูล​ถาม​ว่า ‘องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ข้าพ‌เจ้า​จะ​ต้อง​ทำ​ประ‌การ​ใด?’ พระ‍องค์​จึง​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า ‘จง​ลุก​ขึ้น​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ดา‌มัส‌กัส ที่​นั่น​เขา​จะ​บอก​เจ้า​ให้​รู้​ทุก​สิ่ง​ที่​กำ‌หนด​ให้​เจ้า​ทำ’

[11] เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​เพราะ​ความ​สว่าง​จ้า​ของ​แสง​นั้น พวก​ที่​มา​กับ​ข้าพ‌เจ้า​จึง​จูง​มือ​ข้าพ‌เจ้า​พา​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ดา‌มัส‌กัส

[12] “มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อา‌นา‌เนีย เขา​เป็น​คน​ถือ​ธรรม​บัญ‌ญัติ​เคร่ง‌ครัด​และ​มี​ชื่อ‍เสียง​ดี​ใน​หมู่​คน​ยิว​ที่​อยู่​ที่​นั่น

[13] เขา​มา​หา​ข้าพ‌เจ้า​และ​มา​ยืน​ใกล้ๆ กล่าว​ว่า ‘พี่​เซา‌โล​เอ๋ย จง​มอง​เห็น​ได้​อีก​เถิด’ และ​ทันใด​นั้น​ข้าพ‌เจ้า​ก็​มอง​เห็น และ​ข้าพ‌เจ้า​เห็น​ท่าน

[14] ท่าน​จึง​กล่าว​ว่า ‘พระ‍เจ้า​แห่ง​บรรพ‌บุรุษ​ของ​เรา​ทรง​เลือก​ท่าน​เพื่อ​ให้​รู้‍จัก​พระ‍ทัย​ของ​พระ‍องค์ ให้​ท่าน​เห็น​พระ‍องค์​ผู้​ชอบ‍ธรรม และ​ได้​ยิน​พระ‍สุรเสียง​จาก​พระ‍โอษฐ์​ของ​พระ‍องค์

[15] เพราะ‍ว่า​ท่าน​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​พระ‍องค์​ต่อ​คน​ทั้ง‍ปวง​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน​นั้น

[16] บัด​นี้​ท่าน​จะ​ชัก‍ช้า​รอ​อยู่​ทำไม? จง​ลุก‍ขึ้น​รับ​บัพ‌ติศ‌มา รับ​การ​ชำระ​บาป​ของ​ท่าน โดย​ร้อง​ทูล​ออก​พระ‍นาม​ของ​พระ‍องค์’

[17] “เมื่อ​ข้าพ‌เจ้า​กลับ​มา​ยัง​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม และ​ขณะ​กำ‌ลัง​อธิษ‌ฐาน​อยู่​ใน​พระ‍วิหาร ก็​เข้า​สู่​ภวังค์

[18] ข้าพ‌เจ้า​เห็น​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า ‘จง​รีบ​ออก​ไป​จาก​กรุง​เย‌รู‌ซา‌เล็ม​โดย​เร็ว เพราะ​พวก​เขา​จะ​ไม่​รับ​คำ​พยาน​ของ​เจ้า​เกี่ยว‍กับ​เรา’

[19] ข้าพ‌เจ้า​จึง​ทูล​ว่า ‘องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คน​เหล่า​นั้น​ทราบ​ดี​ว่า ข้า‍พระ‍องค์​จับ​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​เชื่อ​ใน​พระ‍องค์​ตาม​ธรรม‍ศาลา​ไป​ขัง​คุก​และ​เฆี่ยน​ตี

[20] และ​เมื่อ​เขา​ทำ​ให้​สเท‌เฟน​สักขี​พยาน​ของ​พระ‍องค์​ต้อง​หลั่ง​เลือด ข้า‍พระ‍องค์​ก็​ยืน​อยู่​ใกล้​และ​เห็น‍ชอบ​กับ​การ​กระทำ​นั้น ทั้ง​ยัง​เฝ้า​เสื้อ‍ผ้า​ให้​กับ​พวก​ที่​ฆ่า​เขา’

[21] แล้ว​พระ‍องค์​ตรัส​กับ​ข้าพ‌เจ้า​ว่า ‘จง​ไป​เถิด เรา​จะ​ใช้​เจ้า​ไป​ไกล ไป​หา​บรร‌ดาคน​ต่าง​ชาติ’ ”

[22] พวก​เขา​ฟัง​เปา‌โล​กล่าว​มา​ถึง​ตอน​นี้ ก็​ร้อง​เสียง‍ดัง​ว่า “คน​แบบ‍นี้​อยู่​หนัก​แผ่น‍ดิน มัน​ไม่​ควร​มี​ชีวิต​อยู่”

[23] ขณะ​ที่​เขา​ทั้ง‍หลาย​กำ‌ลัง​โห่‍ร้อง โยน​เสื้อ​ผ้า​ลง และ​เอา​ผง​คลี‍ดิน​ซัด​ขึ้น​ไป​ใน​อา‌กาศ

[24] นาย‍พัน​สั่ง​ให้​พา​เปา‌โล​เข้า​ไป​ใน​กรม​ทหาร และ​สั่ง​ให้​ไต่‍สวน​โดย​การ​เฆี่ยน เพื่อ​จะ​รู้​ว่า​พวก​เขา​ร้อง​ปรัก‌ปรำ​ท่าน​เพราะ​เหตุ​ใด

[25] เมื่อ​พวก​เขา​เอา​เชือก‍หนัง​มัด​เปา‌โล ท่าน​จึง​ถาม​นาย‍ร้อย​ซึ่ง​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ว่า “การ​เฆี่ยน​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน​ก่อน​ตัด‍สิน​โทษ​นั้น ถูก‍ต้อง​ตาม​กฎ‍หมาย​หรือ?”

[26] เมื่อ​นาย‍ร้อย​ได้​ยิน​จึง​ไป​บอก​นาย‍พัน​ว่า “ท่าน​กำ‌ลัง​จะ​ทำ​อะไร? คน​นั้น​ถือ​สัญ‌ชาติ​โรมัน”

[27] นาย‍พัน​จึง​ไป​หา​เปา‌โล​ถาม​ว่า “เจ้า​ถือ​สัญ‌ชาติ​โรมัน​หรือ? จง​บอก​ข้า​ซิ” เปา‌โล​ตอบ​ว่า “ใช่​แล้ว”

[28] นาย‍พัน​จึง​กล่าว​ว่า “ข้า​ต้อง​เสีย​เงิน​มาก‍มาย​กว่า​จะ​ได้​สัญ‌ชาติ​นี้​มา” เปา‌โล​จึง​ตอบ​ว่า “ข้าพ‌เจ้า​เป็น​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน​โดย​กำ‌เนิด”

[29] พวก​ที่​กำ‌ลัง​จะ​ไต่‍สวน​เปา‌โล​จึง​ผละ​จาก​ท่าน​ไป​ทัน‍ที และ​เมื่อ​นาย‍พัน​ทราบ​ว่า เปา‌โล​เป็น​คน​สัญ‌ชาติ​โรมัน​ก็​ตก‍ใจ​กลัว เพราะ​ได้​มัด​ท่าน​ไว้

[30] วัน​รุ่ง​ขึ้น​นาย‍พัน​อยาก​รู้​ว่า​พวก​ยิว​กล่าว‍หา​เปา‌โล​เรื่อง​อะไร จึง​ปล่อย​ตัว​เปา‌โล และ​สั่ง​ให้​พวก​หัว‍หน้า​ปุโร‌หิต​กับ​บรร‌ดา​สมา‌ชิก​สภา​ประ‌ชุม​กัน แล้ว​พา​เปา‌โล​ลง​ไป​ให้​ยืน​อยู่​หน้า​ที่​ประ‌ชุม

กิจการ​ของ​อัครทูต — Chapters