[1] อาหับมีโอรส 70 องค์ในกรุงสะมาเรีย เยฮูจึงทรงพระอักษร ส่งไปสะมาเรีย ถึงบรรดาผู้ปกครองเมืองยิสเรเอล พวกผู้ใหญ่ และบรรดาพี่เลี้ยงของโอรสของอาหับว่า
[2] “ในเมื่อบรรดาโอรสของนายของพวกท่านอยู่กับท่าน และท่านมีรถรบกับม้า และเมืองที่มีป้อม และอาวุธ พอจดหมายนี้มาถึงท่าน
[3] จงคัดเลือกโอรสนายของท่านองค์ที่ดีที่สุด และเหมาะสมที่สุด แล้วตั้งองค์นั้นไว้บนบัลลังก์ของพระราชบิดา และจงสู้รบเพื่อราชวงศ์นายของท่าน”
[4] แต่พวกเขากลัวมาก และพูดว่า “ดูสิ พระราชาสองพระองค์ยังทรงต้านทานเยฮูไม่ได้ แล้วเราจะต้านทานได้อย่างไร?”
[5] ดังนั้นผู้ดูแลพระราชวัง ผู้ดูแลเมือง พวกผู้ใหญ่และพวกพี่เลี้ยง ส่งสารไปถึงเยฮูว่า “พวกข้าพระบาทเป็นผู้รับใช้ของฝ่าพระบาท และจะทำทุกอย่างที่ฝ่าพระบาทตรัสสั่ง พวกข้าพระบาทจะไม่ตั้งผู้ใดเป็นกษัตริย์ ขอทรงทำตามที่ทรงเห็นว่าดีเถิด”
[6] แล้วพระองค์ทรงพระอักษรเป็นฉบับที่สองถึงพวกเขาว่า “พรุ่งนี้เวลานี้ ถ้าท่านทั้งหลายอยู่ฝ่ายเรา และพร้อมจะเชื่อฟังเรา จงนำศีรษะของบรรดาโอรสนายของท่านมาหาเราที่ยิสเรเอล” บรรดาโอรส 70 องค์ของพระราชาอยู่กับคนใหญ่คนโตในเมือง ผู้ได้ชุบเลี้ยงพวกเขามา
[7] ต่อมาเมื่อจดหมายมาถึงพวกเขา เขาก็จับโอรสของพระราชาทั้ง 70 องค์ประหารเสีย แล้วเอาศีรษะใส่ตะกร้าส่งไปให้พระองค์ที่ยิสเรเอล
[8] เมื่อผู้สื่อสารมาทูลพระองค์ว่า “พวกเขานำศีรษะโอรสของกษัตริย์มาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” พระองค์ตรัสว่า “จงกองไว้เป็นสองกองตรงทางเข้าประตูเมืองจนถึงรุ่งเช้า”
[9] พอรุ่งเช้าพระองค์เสด็จออกไป ทรงยืน และตรัสกับประชาชนทั้งปวงว่า “ท่านทั้งหลายเป็นผู้ไร้ความผิด ส่วนเราได้กบฏต่อนายของเราและประหารพระองค์เสีย แต่ใครเล่าที่ฆ่าคนเหล่านี้?
[10] จงทราบเถิดว่า พระวจนะของพระยาห์เวห์ ซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับราชวงศ์ของอาหับจะไม่ตกดินแต่อย่างใดเลย เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำตามที่ตรัสทางเอลียาห์ผู้รับใช้ของพระองค์”
[11] เยฮูทรงประหารทุกคนที่เหลืออยู่ในราชวงศ์ของอาหับในเมืองยิสเรเอล อีกทั้งคนใหญ่คนโตทุกคนของพระองค์ สหายสนิทของพระองค์ และปุโรหิตของพระองค์ จนไม่เหลือรอดชีวิตสักคนเดียวเลย
[12] แล้วเยฮูทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังสะมาเรีย ในระหว่างทาง พระองค์ประทับที่เบธเอเขดหมู่บ้านของผู้เลี้ยงแกะ
[13] เยฮูทรงพบพระญาติของอาหัสยาห์พระราชาแห่งยูดาห์ และพระองค์ตรัสถามว่า “พวกท่านเป็นใคร?” พวกเขาทูลตอบว่า “พวกเราเป็นญาติของอาหัสยาห์ และลงมาเยี่ยมบรรดาโอรสของกษัตริย์และของพระราชชนนี”
[14] พระองค์รับสั่งว่า “จับพวกเขาทั้งเป็น” เขาทั้งหลายก็จับคนเหล่านั้นทั้งเป็น และประหารทั้ง 42 คนที่บ่อเบธเอเขด ไม่เหลือไว้สักคนเดียว
[15] และเมื่อพระองค์เสด็จจากที่นั่น ก็ทรงพบเยโฮนาดับบุตรเรคาบมาหาพระองค์ พระองค์ทรงต้อนรับเขา และตรัสกับเขาว่า “จิตใจของท่านซื่อตรงต่อจิตใจของเรา อย่างที่จิตใจของเราซื่อตรงต่อจิตใจของท่านหรือ?” เยโฮนาดับทูลว่า “ซื่อตรง พ่ะย่ะค่ะ” เยฮูตรัสว่า “ถ้าซื่อตรงก็ยื่นมือมาให้เรา” เขาจึงยื่นมือของเขา และเยฮูก็ทรงดึงเขาขึ้นมาบนรถรบ
[16] พระองค์ตรัสว่า “มากับเราเถิด และดูความกระตือรือร้นของเราเพื่อพระยาห์เวห์” พระองค์ จึงให้เขานั่งรถรบของพระองค์ไป
[17] เมื่อมาถึงสะมาเรีย พระองค์ทรงประหารทุกคนในราชวงศ์ของอาหับที่เหลืออยู่ในสะมาเรียจนหมด ตามพระวจนะของพระยาห์เวห์ซึ่งตรัสกับเอลียาห์
[18] แล้วเยฮูทรงเรียกประชุมประชาชนทั้งหมด และตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “อาหับปรนนิบัติพระบาอัลนิดหน่อย แต่เยฮูจะปรนนิบัติพระองค์มากกว่า
[19] ฉะนั้นจงเรียกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลมาให้หมด ทั้งผู้นมัสการและปุโรหิตทั้งหมดของพระบาอัล อย่าให้ใครขาดไปเลย เพราะเราจะมีการถวายสัตวบูชาครั้งใหญ่แก่พระบาอัล ใครขาดก็จะไม่ให้มีชีวิตอยู่” แต่เยฮูทรงทำเป็นอุบายเพื่อจะทำลายผู้นมัสการพระบาอัล
[20] และเยฮูตรัสว่า “จงจัดประชุมเพื่อนมัสการพระบาอัล” เขาก็ป่าวร้องเรียกประชุมดังกล่าว
[21] และเยฮูทรงส่งข่าวไปทั่วอิสราเอล ผู้นมัสการพระบาอัลก็มาทั้งหมด จึงไม่มีเหลือสักคนหนึ่งที่ไม่ได้มา และเขาทั้งหลายก็เข้าไปในนิเวศของพระบาอัล แล้วนิเวศของพระบาอัลก็เต็มแน่นขนัดจากข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง
[22] เยฮูตรัสสั่งผู้ดูแลตู้เสื้อว่า “จงเอาเสื้อสำหรับผู้นมัสการพระบาอัลออกมา” เขาก็เอาเสื้อออกมาให้เขาทั้งหลาย
[23] แล้วเยฮูเสด็จเข้าไปในนิเวศของพระบาอัล พร้อมกับเยโฮนาดับบุตรเรคาบ พระองค์ตรัสกับผู้นมัสการพระบาอัลว่า “จงค้นดู ดูให้ดีว่าไม่มีผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ อยู่กับพวกท่าน ให้มีแต่ผู้นมัสการพระบาอัลเท่านั้น”
[24] แล้วเขาทั้งหลายเข้าไปถวายเครื่องสัตวบูชาและเครื่องบูชาเผาทั้งตัว เยฮูทรงวางคน 80 คนไว้ภายนอก และตรัสว่า “คนไหนปล่อยให้คนหนึ่งคนใดซึ่งเรามอบไว้ในมือพวกเจ้าหนีรอดไปได้ เขาต้องเสียชีวิตของเขาแทน”
[25] ต่อมาเมื่อเสร็จการถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัว เยฮูรับสั่งแก่ทหารรักษาพระองค์และพวกนายทหารว่า “จงเข้าไปฆ่าพวกเขาเสีย อย่าให้รอดสักคนเดียว” เมื่อฆ่าเขาทั้งหลายด้วยคมดาบแล้ว ทหารรักษาพระองค์และพวกนายทหารก็โยนศพออกไปข้างนอก แล้วก็เข้าไปที่แท่นบูชาในนิเวศพระบาอัล
[26] และนำเอาเสาศักดิ์สิทธิ์แห่งนิเวศของพระบาอัลออกมาเผาเสีย
[27] อีกทั้งทลายเสาศักดิ์สิทธิ์ของพระบาอัล และทลายนิเวศของพระบาอัล แล้วทำให้เป็นส้วมจนทุกวันนี้
[28] ดังนั้นเยฮูทรงกวาดล้างพระบาอัลออกจากอิสราเอล
[29] แต่เยฮูไม่ได้ทรงหันจากบาปของเยโรโบอัมบุตรเนบัท ผู้ได้นำอิสราเอลให้ทำบาปด้วย คือลูกวัวทองคำซึ่งอยู่ในเมืองเบธเอลและในเมืองดาน
[30] พระยาห์เวห์ตรัสกับเยฮูว่า “เพราะเจ้าได้ทำดีโดยทำสิ่งที่ชอบในสายตาของเรา และได้ทำต่อราชวงศ์อาหับตามทุกอย่างที่อยู่ในใจของเรา เชื้อสายของเจ้าสี่ชั่วอายุคนจะได้นั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอล”
[31] แต่เยฮูไม่ทรงระมัดระวังที่จะดำเนินตามธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลด้วยสุดพระทัยของพระองค์ พระองค์ไม่ได้ทรงหันจากบาปของเยโรโบอัม ผู้นำอิสราเอลให้ทำบาปด้วย
[32] ในสมัยนั้น พระยาห์เวห์ทรงเริ่มตัดดินแดนของอิสราเอลออก ส่วนฮาซาเอลก็รบชนะทั่วดินแดนอิสราเอล
[33] ตั้งแต่แม่น้ำจอร์แดนฟากตะวันออก ทั่วแผ่นดินกิเลอาด คนกาด คนรูเบน และคนมนัสเสห์ ตั้งแต่อาโรเออร์ ซึ่งอยู่ข้างที่ลุ่มแม่น้ำอารโนน คือกิเลอาดและบาชาน
[34] ส่วนพระราชกิจอื่นๆ ของเยฮู และทุกสิ่งที่ทรงกระทำ และพระราชอำนาจทั้งสิ้นของพระองค์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ใช่หรือ?
[35] เยฮูจึงทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษ และเขาก็ฝังพระองค์ไว้ในกรุงสะมาเรีย และเยโฮอาหาสพระราชโอรสของพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์แทน
[36] เวลาที่เยฮูทรงครองอิสราเอลในสะมาเรียนั้นคือ 28 ปี