[1] คนอิสราเอลยกกองทัพออกไปทำสงครามกับพวกฟีลิสเตีย ตั้งค่ายอยู่ข้างเอเบนเอเซอร์ พวกคนฟีลิสเตียตั้งค่ายอยู่ในอาเฟก
[2] พวกฟีลิสเตียจัดพลเป็นแนวเข้าต่อสู้กับอิสราเอล และเมื่อสงครามขยายวงออกไป อิสราเอลก็พ่ายแพ้แก่พวกฟีลิสเตีย พวกเขาฆ่าชายอิสราเอลประมาณ 4,000 คนในสนามรบ
[3] และเมื่อพวกทหารกลับมาสู่ค่าย พวกผู้ใหญ่ของอิสราเอลกล่าวว่า “ทำไมพระยาห์เวห์จึงทรงให้เราพ่ายแพ้แก่พวกฟีลิสเตียในวันนี้? ให้เราไปนำหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาจากเมืองชิโลห์เถิด เพื่อว่าพระองค์จะเสด็จมาท่ามกลางเรา และทรงช่วยพวกเราให้พ้นจากมือศัตรู”
[4] ประชาชนจึงใช้คนไปที่เมืองชิโลห์ และพวกเขานำหีบพันธสัญญาแห่งพระยาห์เวห์จอมทัพ ผู้ประทับเหนือเครูบมาจากที่นั่น บุตรทั้งสองของเอลี คือโฮฟนีและฟีเนหัส ก็อยู่กับหีบพันธสัญญาของพระเจ้าที่นั่น
[5] เมื่อหีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์มาที่ค่าย แล้วคนอิสราเอลทั้งสิ้นก็โห่ร้องเสียงดังจนแผ่นดินก้องไปด้วยเสียงนั้น
[6] และเมื่อพวกฟีลิสเตียได้ยินเสียงโห่ร้องเช่นนั้น เขาก็กล่าวว่า “เสียงโห่ร้องอึกทึกครึกโครมในค่ายของพวกฮีบรูนั้นหมายความว่าอะไรกัน” พอพวกเขาทราบว่าหีบพระยาห์เวห์มาที่ค่ายแล้ว
[7] พวกฟีลิสเตียก็กลัวเพราะพวกเขากล่าวว่า “พระเจ้าได้เสด็จมาที่ค่ายแล้ว” และพวกเขากล่าวว่า “วิบัติแก่พวกเราเพราะแต่ก่อนไม่เคยเกิดเรื่องอย่างนี้เลย
[8] วิบัติแก่พวกเรา ใครจะช่วยกู้พวกเราจากพระอันทรงฤทธานุภาพเหล่านี้ได้ พระเหล่านี้เป็นผู้ที่ฆ่าฟันชาวอียิปต์ด้วยภัยพิบัติทุกชนิดในถิ่นทุรกันดาร
[9] โอ พวกฟีลิสเตียเอ๋ยจงกล้าหาญเถิด จงเป็นลูกผู้ชาย เพื่อพวกเจ้าจะไม่เป็นทาสของพวกฮีบรูดังที่พวกเขาเคยเป็นทาสพวกเจ้า จงเป็นลูกผู้ชายและเข้ารบ”
[10] เพราะฉะนั้นพวกฟีลิสเตียจึงสู้รบและอิสราเอลก็พ่ายแพ้ ต่างก็หนีไปยังเต็นท์ของเขา ครั้งนั้นมีการฆ่าฟันกันหนักมาก เพราะทหารราบของอิสราเอลตายเสีย 30,000 คน
[11] และหีบของพระเจ้าถูกยึดไป และบุตรทั้งสองของเอลี คือโฮฟนีและฟีเนหัสก็ตายด้วย
[12] ผู้ชายเผ่าเบนยามินคนหนึ่งวิ่งไปจากแนวรบมาถึงชิโลห์ ในวันเดียวกัน เสื้อผ้าขาดและดินก็อยู่บนศีรษะของเขา
[13] เมื่อเขามาถึงนั้น นี่แน่ะ เอลีอยู่บนที่นั่งข้างถนนคอยเฝ้าอยู่ เพราะจิตใจของท่านหวาดกลัวเกี่ยวกับเรื่องหีบของพระเจ้า เมื่อชายคนนั้นเข้ามาในเมืองและบอกข่าว ชาวเมืองทั้งสิ้นก็ร้องลั่น
[14] เมื่อเอลีได้ยินเสียงร้องดังลั่นเช่นนั้นก็ถามว่า “เสียงอึกทึกครึกโครมนี้เป็นเสียงอะไรกัน?” แล้วชายคนนั้นก็รีบเข้ามาบอกเอลี
[15] เอลีมีอายุ 98 ปี ตาของท่านมัวมองอะไรไม่เห็น
[16] ชายคนนั้นบอกเอลีว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนที่มาจากแนวรบ ข้าพเจ้าเองหนีมาจากแนวรบวันนี้” เอลีก็ถามว่า “ลูกเอ๋ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
[17] ผู้ส่งข่าวนั้นก็ตอบว่า “อิสราเอลหนีต่อหน้าพวกฟีลิสเตียไปแล้ว มีการฆ่าฟันกันมากท่ามกลางประชาชน ยิ่งกว่านั้นบุตรทั้งสองของท่าน คือโฮฟนีและฟีเนหัสก็ตาย และหีบของพระเจ้าถูกยึดไปแล้ว”
[18] เมื่อเขากล่าวถึงหีบของพระเจ้า เอลีก็หงายหลังตกจากที่นั่งที่อยู่ข้างประตู ท่านก็คอหักตาย เพราะท่านชรามากและตัวก็หนัก ท่านได้วินิจฉัยคนอิสราเอลอยู่ 40 ปี
[19] บุตรสะใภ้ของท่าน คือภรรยาของฟีเนหัสมีครรภ์ใกล้คลอดบุตร และเมื่อนางได้ยินข่าวว่าหีบของพระเจ้าถูกยึดไป และพ่อสามีและสามีของนางก็ตายไป นางก็โน้มตัวลงและคลอดบุตร เพราะความเจ็บปวดเกิดขึ้นแก่นาง
[20] เมื่อนางกำลังจะตายนั้น พวกผู้หญิงที่เฝ้านางอยู่ได้บอกนางว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเจ้ามีลูกผู้ชายคนหนึ่ง” แต่นางไม่ตอบไม่สนใจ
[21] นางให้ชื่อเด็กนั้นว่า อีคาโบด กล่าวว่า “พระสิริพรากไปจากอิสราเอลแล้ว” เพราะหีบของพระเจ้าถูกยึดไป และเพราะเรื่องพ่อสามีและสามีของนาง
[22] และนางกล่าวว่า “พระสิริพรากจากอิสราเอลแล้ว เพราะหีบของพระเจ้าถูกยึดไป”