Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 6:03

[1] แม้​แต่​พันธ‌สัญ‌ญา​เดิม​นั้น​ก็​ยัง​มี​กฎ‍เกณฑ์​ต่างๆ สำ‍หรับ​ศาสน‌พิธี​และ​สำ‍หรับ​สถาน​นมัส‌การ​ใน​โลก

[2] เพราะ‍ว่า​พลับ‍พลา​จัด​เตรียม​เสร็จ​แล้ว ใน​ห้อง​ชั้น​นอก ​นั้น มี​คัน‍ประ‌ทีป โต๊ะ และ​ขนม‍ปัง​เฉพาะ​พระ‍พักตร์ ห้อง​นี้​เรียก​ว่า วิ‌สุทธิ‍สถาน

[3] และ​ข้าง‍หลัง​ม่าน​ชั้น​ที่​สอง​มี​ห้อง ​ซึ่ง​เรียก​ว่า อภิ‌สุทธิ‍สถาน

[4] ห้อง​นั้น​มี​แท่น​ทอง‍คำ​สำ‌หรับ​เผา​เครื่อง​หอม และ​มี​หีบ​พันธ‌สัญ‌ญา​หุ้ม​ด้วย​ทอง‍คำ​ทุก​ด้าน ภาย‍ใน​นั้น มี​โถ​ทอง‍คำ​บรรจุ​มานา มี​ไม้‍เท้า​ของ​อา‌โรน​ที่​ออก​ดอก‍ตูม และ​มี​แผ่น​ศิลา​จา‌รึก​พันธ‌สัญ‌ญา

[5] เหนือ​หีบ​นั้น มี​ตัว​เครูบ ​แห่ง​พระ‍สิริ กาง​ปีก​คลุม​พระ‍ที่‍นั่ง​กรุ‌ณา ​นั้น สิ่ง​เหล่า‍นี้​เรา​ไม่​อาจ​พรรณ‌นา​ให้​ละเอียด​ตอน​นี้​ได้

[6] เมื่อ​จัด​เตรียม​สิ่ง​เหล่า‍นี้​ไว้​อย่าง​นั้น​แล้ว พวก​ปุโร‌หิต​ก็​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ชั้น‍นอก​นั้น ทุก​ครั้ง​ที่​ประ‌กอบ​ศาสน‌พิธี

[7] แต่​ใน​ห้อง​ที่​สอง​นั้น​มี​มหา‍ปุโร‌หิต​ผู้​เดียว​เท่า​นั้น​ที่​เข้า​ไป​ได้​ปี​ละ​ครั้งและ​ต้อง​นำ​เลือด​เข้า​ไป​ถวาย​เพื่อ​ตัว​เอง และ​เพื่อ​บาป​ที่​ประ‌ชา‍ชน​ทำ​โดย​ไม่​เจต‌นา​ด้วย

[8] โดย​สิ่ง​นี้​เอง พระ‍วิญ‌ญาณ​บริ‌สุทธิ์​จึง​ทรง​สำ‌แดง​ว่า ทาง​ที่​นำ​เข้า​สู่​สถาน​ศักดิ์‍สิทธิ์​นั้น​ยัง​ไม่​เปิด ตราบ​ใด​ที่​ห้อง​ชั้น‍นอก​นั้น​ตั้ง​อยู่

[9] ซึ่ง​เป็น​เครื่อง‍หมาย​ของ​ยุค​ปัจจุ‌บัน การ​นำ​ของ​ถวาย​และ​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​ตาม​แบบ​นี้​ไม่​สา‌มารถ​ชำระ​มโน‌ธรรม​ของ​ผู้​ถวาย​นั้น

[10] เพราะ​เป็น​เรื่อง​อา‌หาร​และ​เครื่อง‍ดื่ม​และ​พิธี​ชำระ​ล้าง​ต่างๆ เท่า​นั้น เป็น​เพียง​กฎ‍เกณฑ์​ต่างๆ ทาง​กาย​เกี่ยว​กับ​ชีวิต​ภาย​นอก​ที่​ได้​บัญ‌ญัติ​ไว้ จน​กว่า​จะ​ถึง​เวลา​ที่​ต้อง​เปลี่ยน‍แปลง​ใหม่

[11] แต่​เมื่อ​พระ‍คริสต์​เสด็จ​มา​ใน​ฐานะ​มหา‍ปุโร‌หิต​แห่ง​บรร‌ดา​สิ่ง​ประ‌เสริฐ​ซึ่ง​มา​ถึง​แล้ว พระ‍องค์​ก็​เสด็จ​เข้า​ไป​สู่​พลับ‍พลา​ที่​ใหญ่​และ​สม‍บูรณ์​ยิ่ง‍กว่า​แต่​ก่อน (ที่​ไม่​ได้​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​มือ​มนุษย์ คือ​ไม่​ใช่​สิ่ง​ปลูก​สร้าง​ของ​โลก‍นี้)

[12] คือ​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​สถาน​ศักดิ์‍สิทธิ์​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ และ​พระ‍องค์​ไม่​ได้​ทรง‍นำ​เลือด​แพะ​และ​เลือด​ลูก‍วัว​เข้า​ไป แต่​ทรง‍นำ​พระ‍โลหิต​ของ​พระ‍องค์​เอง​เข้า​ไป จึง​ได้​มา​ซึ่ง​การ​ไถ่​บาป​ชั่ว​นิรันดร์

[13] เพราะ‍ว่า​ถ้า​เลือด​แพะ​และ​เลือด​วัว​ตัว‍ผู้ ​และ​เถ้า​ของ​ลูก‍วัว​ตัว‍เมีย ที่​ประ‌พรม​ลง​บน​คน​ที่​มี​มล‍ทิน สา‌มารถ​ชำระ​เนื้อ​ตัว​ให้​บริ‌สุทธิ์​ได้

[14] มาก​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า‍ใด พระ‍โล‌หิต​ของ​พระ‍คริสต์ ผู้​ทรง​ถวาย​พระ‍องค์​เอง​ที่​ปราศ‍จาก​ตำ‍หนิ​แด่​พระ‍เจ้า​โดย​พระ‍วิญ‌ญาณ​นิรันดร์ ก็​จะ​ทรง​ชำระ​มโน‌ธรรม​ของ​เรา​จาก​การ​ประ‍พฤติ​ที่​เปล่า​ประ‌โยชน์ เพื่อ​เรา​จะ​ปรน‍นิบัติ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์​อยู่

[15] เพราะ​เหตุ‍นี้ พระ‍คริสต์ ​จึง​ทรง​เป็น​คน​กลาง​แห่ง​พันธ‌สัญ‌ญา​ใหม่ เพื่อ​ให้​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​พระ‍องค์​ทรง​เรียก​มา​ได้​รับ​มร‌ดก​นิรันดร์​ตาม​พระ‍สัญ‌ญา เพราะ​ความ​ตาย​ที่​เกิด​ขึ้น​นั้น​ไถ่​พวก​เขา​ให้​พ้น​จาก​บรร‌ดา​การ​ล่วง​ละเมิด​ที่​เกิด​ภาย​ใต้​พันธ‌สัญญาเดิม​แล้ว

[16] เพราะ‍ว่า​ใน​กรณี​ที่​เกี่ยว​กับ​หนังสือ​พินัย‍กรรม ก็​จะ​ต้อง​พิสูจน์​ว่า​ผู้​ทำ​หนัง‍สือ​นั้น​ตาย​แล้ว

[17] คน​นั้น​ต้อง​ตาย​เสีย​ก่อน หนัง‍สือ​พินัย‍กรรม​จึง​จะ​มีผล แต่​ถ้า​ผู้​ทำ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ พินัย‍กรรม​นั้น​ก็​ใช้​ไม่​ได้

[18] เหตุ​ฉะ‍นั้น​แม้​แต่​พันธ‌สัญ‌ญา​เดิม​ก็​ไม่​ได้​ทรง‍ตั้ง​ขึ้น​โดย​ปราศ‌จาก​เลือด

[19] เพราะ​เมื่อ​โมเสส​ประ‌กาศ​บัญ‌ญัติ​ทุก​ข้อ​ใน​ธรรม‌บัญ‌ญัติ​แก่​บรร‌ดา​ประ‌ชา‍ชน​แล้ว ท่าน​ก็​เอา​เลือด​ลูก‍วัว​เลือด​แพะ​กับ​น้ำ และ​เอา​ขน​แกะ​สี‍แดง​และ​ต้น​หุสบ​มา​ประ‌พรม​หนังสือ​ม้วน​นั้น​รวม​ทั้ง​ประ‌ชา‍ชน​ทั้ง‍ปวง​ด้วย

[20] ท่าน​กล่าว​ว่า “นี่​คือโลหิต​แห่ง​พันธ‌สัญ‌ญา​ซึ่ง​พระ‍เจ้า​ทรง​บัญ‌ญัติ​ไว้​แก่​เจ้า​ทั้ง‍หลาย ”

[21] แล้ว​ท่าน​ก็​เอา​เลือด​ประ‌พรม​พลับ‍พลา​กับ​เครื่อง​ใช้​ทุก​ชนิด​ใน​พิธี​นมัส‌การ​นั้น​เช่น​เดียว​กัน

[22] แท้​จริง​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัตินั้น​ถือ​ว่า​เกือบ​ทุก‍สิ่ง​ได้​รับ​การ​ชำระ​ให้​บริ‌สุทธิ์​ได้​ด้วย​เลือด และ​ถ้า​ไม่​มี​โล‌หิต​ไหล​ออก​แล้ว ก็​จะ​ไม่​มี​การ​ยก‍โทษ​บาป​เลย

[23] เพราะ​ฉะนั้น แบบ​จำ‌ลอง​ของ​สวรรค์​จึง​จำ‍เป็น​ต้อง​ถูก​ชำระ​ให้​บริ‌สุทธิ์​โดย​ใช้​เครื่อง​บูชา​เช่น‍นี้ แต่​ว่า​ของ​จริง​จาก​สวรรค์​นั้น​ต้อง​ชำระ​ให้​บริ‌สุทธิ์​ด้วย​เครื่อง​บูชา​อัน​ประ‌เสริฐ​กว่า​นั้น

[24] เพราะ​ว่า​พระ‍คริสต์​ไม่​ได้​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​สถาน​ศักดิ์‍สิทธิ์​ที่​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​มือ​มนุษย์ ซึ่ง​ถอด​แบบ​จาก​ของ​จริง แต่​พระ‍องค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​สวรรค์​นั้น​เอง เพื่อ​ทรง​ปรา‌กฏ​ตัว​ต่อ​พระ‍พักตร์​พระ‍เจ้า​เพื่อ​พวก​เรา

[25] ไม่​ใช่เพื่อ​ทรง​ถวาย​พระ‍องค์​เอง​ซ้ำ​อีก ไม่​เหมือน​มหา‍ปุโร‌หิต​ที่​เข้า​ไป​ใน​สถาน​ศักดิ์‍สิทธิ์​ทุก​ปี โดย​นำ​เอา​เลือด​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ของ​ตัว​เอง​เข้า​ไป​ด้วย

[26] เพราะ​ถ้า​เป็น​เช่น​นั้น พระ‍องค์​คง​จะ​ต้อง​ทรง​ทน‍ทุกข์​หลาย​ครั้ง​นับ​ตั้ง​แต่​สร้าง​โลก​มา แต่​ความ​จริง พระ‍องค์​ทรง​ปรา‌กฏ​ครั้ง​เดียว​เท่า​นั้น​ใน​ปลาย​ยุค เพื่อ​กำ‌จัด​บาป​ให้​หมด​สิ้น​ไป​โดย​การ​ถวาย​พระ‍องค์​เอง​เป็น​เครื่อง​บูชา

[27] ตาม​ที่​มี​ข้อ​กำ‍หนด​สำ‍หรับ​มนุษย์​ไว้​แล้ว​ว่า​จะ​ตาย​ครั้ง​เดียว และ​หลัง​จาก​นั้น​ก็​จะ​มี​การ​พิ‌พาก‌ษา​ฉัน​ใด

[28] พระ‍คริสต์​ก็​ฉัน​นั้น คือ​พระ‍องค์​ทรง​ถวาย​พระ‍องค์​เอง ​เป็น​เครื่อง​บูชา​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ เพื่อ​จะ​ได้​ทรง​แบก​บาป​ของ​คน​จำ‌นวน​มาก​ไว้ แล้ว​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ปรา‌กฏ​เป็น​ครั้ง​ที่‍สอง ไม่​ใช่​เพื่อ​กำ‍จัด​บาป แต่​เพื่อ​นำ​ความ‍รอด​มา​ให้​บรร‌ดา​ผู้​ที่​รอ‍คอย​พระ‍องค์​ด้วย​ใจ​จด‍จ่อ

จดหมาย​ที่​มี​ไป​ถึง​คน ฮีบรู — Chapters