Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:56

[1] เพราะ​ฉะนั้น เมื่อ​เรา​มี​พยาน ​มาก​มาย​อยู่​รอบ​ข้าง​อย่าง​นี้​แล้วก็​ขอ​ให้​เรา​ละ​ทิ้ง​ทุก​อย่าง​ที่​ถ่วง​อยู่ และ​บาป​ที่​เกาะ​แน่น ขอ​ให้​เรา​ยังคง​วิ่ง​แข่ง​ด้วย​ความ​ทร‌หด​อด‍ทน​ใน​การ​แข่ง​ขัน​ที่​อยู่​ข้าง​หน้า​เรา

[2] โดย​จับ​ตา​มอง​ที่​พระ‍เยซู​ผู้​เบิก​ทาง​ความ​เชื่อ และ​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​ความ​เชื่อ​นั้น​สม‌บูรณ์ พระ‍องค์​ทรง​สู้​ทน​ต่อ​กาง‍เขน เพื่อ ​ความ​ยินดี​ที่​อยู่​ต่อ​หน้า​พระ‍องค์ ทรง​ถือ​ว่า​ความ​อับ‍อาย​นั้น​ไม่​เป็น​สิ่ง​สำ‌คัญ และ​พระ‍องค์​ประ‌ทับ​เบื้อง‍ขวา​พระ‍ที่​นั่ง​ของ​พระ‍เจ้า

[3] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​คิด‍ถึง​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ยอม​ทน​ต่อ​การ​คัด‍ค้าน​ของ​คน​บาป เพื่อ​ท่าน​จะ​ไม่​อ่อน‍ล้า​และ​ไม่​ท้อ​ใจ

[4] ใน​การ​ต่อ‍สู้​กับ​บาป​นั้น ท่าน​ยัง​ไม่​ได้​สู้​จน​ถึง​กับ​ต้อง​หลั่ง​เลือด​เลย

[5] และ​ท่าน​ได้​ลืม​คำ​เตือน​ที่​พระ‍องค์​ทรง​เตือน​พวก​ท่าน​ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​บุตร​ว่า “บุตร‍ชาย​ของ​เรา​เอ๋ย อย่า​ละเลย​ต่อ​การตี​สอน​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า และ​อย่า​ท้อใจ​เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง​ตัก‍เตือน

[6] เพราะ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​ตี‍สอน​ผู้​ที่​พระ‍องค์​ทรง​รัก และ​เมื่อ​พระ‍องค์​ทรง​รับ​ใคร​เป็น​บุตร พระ‍องค์​ก็​ทรง​เฆี่ยน​ตี​คน​นั้น”

[7] ท่าน​ทั้ง‍หลายจง​สู้​ทน​เอา​เถอะ​เพราะ​เป็น​การ​ตี‍สอน พระ‍เจ้า​ทรง​ปฏิ‌บัติ​ต่อ‍ท่าน​เหมือน​ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระ‍องค์ เพราะ​ว่า​มี​บุตร​คน​ไหน​บ้าง​ที่​บิดา​ไม่​ตี‍สอน?

[8] แต่​ถ้า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ไม่​ได้​ถูก​ตี‍สอน​เช่น​เดียว‍กับ​คน​อื่นๆ ท่าน​ก็​ไม่​ใช่​บุตร แต่​เป็น​ลูก​นอก​กฎ‌หมาย

[9] ยิ่ง​ไป​กว่า​นั้น เรา​ทั้ง‍หลาย​มี​บิดา​เป็น​มนุษย์​ที่​ตี‍สอน​เรา และ​เรา​ก็​นับ‍ถือ​บิดา​นั้น เรา​จึง​ยิ่ง​ควร​อยู่​ใต้​บัง‍คับ​ของ​พระ‍บิดา​แห่ง​จิต​วิญ‌ญาณ และ​ดำรง​ชีวิต​อยู่ไม่​ใช่​หรือ?

[10] เพราะ​บิดา​ที่​เป็น​มนุษย์​ตี‍สอน​เรา​เพียง​ชั่ว​เวลา​เล็ก​น้อย​ตาม​ความ​เห็น​ดี​เห็น​ชอบ​ของ​พวก​เขา แต่​พระ‍องค์​ทรง​ตี‍สอน​เพื่อ​ประ‌โยชน์​ของ​เรา เพื่อ​เรา​จะมี​ส่วน​ใน​ความ​บริ‌สุทธิ์​ของ​พระ‍องค์

[11] การ​ตี‍สอน​ทุก​อย่าง​ดู​ไม่​น่า​ยินดี​เลย​ใน​เวลา​นั้น แต่​น่า​เศร้า‍ใจ แต่​ภาย‍หลัง​ก็​ก่อ​ให้​เกิด​ผล​คือ​สันติ‍สุข​และ​ความ​ชอบ‍ธรรม แก่​บรร‌ดา​คน​ที่​ถูก​ฝึก‍ฝน​โดย​การ​ตี​สอน​นั้น

[12] เหตุ​ฉะ​นั้น​จง​เสริม​กำ‌ลัง​มือ​ที่​อ่อน‍แรง และ​เข่า​ที่​อ่อน​ล้า

[13] และ​จง​ทำ​หน​ทาง​ให้​ตรง​เพื่อ​เท้า​ของ​พวก​ท่าน เพื่อ​ว่า​ขา​ที่​เขยก​นั้น​จะ​ได้​ไม่​เคล็ด แต่​จะ​หาย​เป็น​ปกติ

[14] จง​มุ่ง‍มั่น​ที่​จะ​ได้​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​กับ​ทุก​คน​และ​ที่​จะ​ได้​ความ​บริ‌สุทธิ์ เพราะ​ถ้า​ปราศ‌จาก​ความ​บริ‌สุทธิ์​แล้ว ก็​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​เลย

[15] จง​ระวัง​ให้​ดี อย่า​ให้​ใคร​ขาด​จาก​พระ‍คุณ​ของ​พระ‍เจ้า และ​อย่า​ให้​มี​ราก​ขม‍ขื่น งอก‍ขึ้น​มา ก่อ​ความ​ยุ่ง‍ยาก​ให้​และ​ทำ​ให้​หลาย​คน​เป็น​มล‍ทิน

[16] อย่า​ให้​ใคร​เป็น​คน​ที่​ประ‌พฤติ​ผิด​ทาง​เพศ หรือ​เป็น​คน​ไม่​นับ‍ถือ​พระ‍เจ้า​เหมือน​อย่าง​เอ‌ซาว ผู้​ขาย​สิทธิ​ของ​บุตร‍หัว‍ปี เพราะ​เห็น​แก่​อา‌หาร​เพียง​มื้อ​เดียว

[17] เพราะ​พวก​ท่าน​ก็​รู้​อยู่​แล้ว​ว่า ต่อ‍มา​ภาย‍หลัง​เมื่อ​เอ‌ซาว​อยาก​ได้​รับ​พร​นั้น​เป็น​มร‌ดก เขา​ก็​ถูก​ปฏิ‌เสธ และ​ไม่​พบ​หน‍ทาง​แก้‍ไข แม้​ว่า​เขา​ได้​แสวง‍หา​พร​นั้น​จน​น้ำ‍ตา​ไหล

[18] พวก​ท่าน​ไม่‍ได้​มา​ถึง​ภูเขา​ที่​จะ​ถูก​ต้อง​ด้วย​มือ​ได้ หรือ​มา​ถึง​ไฟ​ที่​ไหม้ หรือ​มา​ถึง​ความ​มืด หรือ​มา​ถึง​ที่​มืด‍มิด หรือ​มา​ถึง​ลม‍พายุ

[19] หรือ​มา​ถึง​เสียง​แตร หรือ​มา​ถึง​พระ‍สุร​เสียง​ตรัส ที่​คน​เหล่า​นั้น​เมื่อ​ได้​ยิน​แล้ว​ก็​อ้อน‍วอน​ขอ​ไม่​ให้​ตรัส​กับพวก​เขา​อีก

[20] เพราะ​พวก​เขา​ทน​ข้อ‍ความ​ที่​ทรง​บัญ‌ญัติ​ไว้​นั้น​ไม่​ได้ คือ​ที่​ว่า“แม้​แต่​สัตว์​ที่​แตะ​ต้อง​ภูเขา​นั้น​ก็​จะ​ถูก​ขว้าง​ด้วย​ก้อน‍หิน​จน​ตาย”

[21] สิ่ง​ที่​เห็น​นั้น​น่า‍กลัว​จริงๆ จน​โม‌เสส​เอง​ก็​กล่าว​ว่า“ข้าพ‌เจ้า​กลัว​จน​ตัว​สั่น”

[22] แต่​ไม่​ใช่​อย่าง​นั้น ท่าน​ทั้ง‍หลาย​มา​ถึง​ภูเขา​ศิโยน และ​มา​ถึง​นคร​ของ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์อยู่ คือ​นคร​เยรู‌ซาเล็ม​แห่ง​สวรรค์ และ​มา​ถึง​ที่​ชุม‍นุม​รื่นเริง​ของ​ทูต‍สวรรค์​มาก‍มาย​เหลือ​ที่​จะ​นับ​ได้

[23] และ​มา​ถึง​คริสต‌จักร​ของ​บรร‌ดา​บุตร‍หัว‍ปี​ผู้​มี​ชื่อ​จา‌รึก​ไว้​ใน​สวรรค์​แล้ว และ​มา​ถึง​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พิพาก‌ษา​ทุก​คน และ​มา​ถึง​จิต​วิญ‌ญาณ​ของ​คน​ชอบ‍ธรรม​ซึ่ง​ถึง​ความ​สม‌บูรณ์​แล้ว

[24] และ​มา​ถึง​พระ‍เยซู​คน​กลาง​แห่ง​พันธ‌สัญ‌ญา​ใหม่ และ​มา​ถึง​พระ‍โลหิต​ประ‌พรม​ที่​กล่าว​ถึง​สิ่ง​ที่​ดี​กว่า​เสียง​โลหิต​ของ​อาเบล

[25] จง​ระวัง​ให้​ดี อย่า​ปฏิ‌เสธ​พระ‍องค์​ผู้​ตรัส​อยู่​นั้น เพราะ​ถ้า​เขา​เหล่า​นั้น​ไม่​พ้น​โทษ​เพราะ​ปฏิ‌เสธ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​เตือน​พวกเขา​บน​โลก พวก​เรา​ผู้​เมิน​หน้า​จาก​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​เตือน​จาก​สวรรค์ ก็​จะ​ไม่​พ้น​โทษ​มาก​กว่า​นั้น​อีก

[26] พระ‍สุรเสียง​ของ​พระ‍องค์​ใน​เวลา​นั้น​ทำ​ให้​แผ่น‍ดิน​สั่น​สะเทือน แต่​บัด‍นี้​พระ‍องค์​ตรัส​สัญ‌ญา​ว่า“อีก​ครั้ง​หนึ่ง​เรา​จะ​ทำ​ให้​แผ่น‍ดิน​ไหว อีก​ทั้งฟ้าสวรรค์​ด้วย”

[27] และ​พระ‍ดำ‌รัส​ที่​ตรัส​ว่า “อีก​ครั้ง​หนึ่ง”นั้น แสดง‍ว่า​สิ่ง​ที่​สั่น​สะ‌เทือน​อัน​ได้​แก่​สิ่ง​ที่​ทรง​สร้าง​แล้ว​นั้น​จะ​ถูก​เอา​ออก​ไป เพื่อ​ให้​สิ่ง​ที่​ไม่​สั่น​สะ‌เทือน​ดำรง​อยู่

[28] เหตุ​ฉะนั้น​เมื่อ​เรา​ได้​รับ​อาณา‌จักร​ที่​ไม่​สั่น​สะ‌เทือน​แล้ว ก็​ให้​เรา​มี​ใจ​ขอบ‍พระ‍คุณ โดย​เหตุนี้​เรา​จึง​นมัส‌การ​อย่าง​ที่​ชอบ​พระ‍ทัย​ของ​พระ‍เจ้า ด้วย​ความ​เคารพ​และ​ด้วย​ความ​ยำ‌เกรง

[29] เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ของ​เรา​นั้น​ทรง​เป็น​เพลิง​ที่​เผา‍ผลาญ

จดหมาย​ที่​มี​ไป​ถึง​คน ฮีบรู — Chapters