Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 3:02

[1] อะไร​เป็น​สา‌เหตุ​ของ​สง‌คราม และ​การ​ทะ‍เลาะ‍วิวาท​กัน​ใน​ท่าน​ทั้ง​หลาย? มัน​มา​จาก​ความ​ปรารถ‌นา​ชั่ว​ของ​ท่าน​ที่​ต่อ‍สู้​อยู่​ภาย​ใน​ตัว​พวก​ท่าน ​ไม่​ใช่​หรือ?

[2] ท่าน​ทั้ง‍หลาย​อยาก​ได้​แต่​ไม่‍ได้ ท่าน​ก็​ฆ่า​กัน พวก​ท่าน​โลภ​แต่​ไม่​ได้ ท่าน​ก็​ทะเลาะ​และ​ทำ​สง‌คราม​กัน ท่าน​ไม่​มี​เพราะ​ไม่​ได้​ขอ

[3] พวก​ท่าน​ขอ​และ​ไม่​ได้​รับ​เพราะ​ขอ​ผิด หวัง​จะ​เอา​ไป​สนอง​ความ​ปรารถ‌นา​ชั่ว​ของ​ตน‍เอง

[4] คน​ไม่​ซื่อ‍สัตย์​ต่อ​พระ‍เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก​นั้น​คือ​การ​เป็น​ศัตรูกับ​พระ‍เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ? เพราะ​ฉะนั้น ใคร​ก็​ตาม​ที่​ต้อง‍การ​เป็น​มิตร​กับ​โลก ก็​ตั้ง‍ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​พระ‍เจ้า

[5] ท่าน​คิด​ว่า​เป็น​สิ่ง​ไร้​สาระ​หรือ​ที่​พระ​คัม‌ภีร์​กล่าว​ว่า “พระ‍วิญ‌ญาณ​ที่​พระ‍เจ้า​ให้​สถิต​กับ​เรา​นั้น​ทรง​หวง‍แหน ​อย่าง‍ยิ่ง?”

[6] แต่​พระ‍องค์​ก็​ประ‌ทาน​พระ‍คุณ​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เพราะ​ฉะนั้น​พระ​คัม‌ภีร์​จึง​กล่าว​ว่า “พระ‍เจ้า​ทรง​ต่อ‍สู้​คน​ที่​หยิ่ง​จอง‌หอง แต่​ประ‌ทาน​พระ‍คุณ​แก่​คน​ที่​ถ่อม‍ใจ”

[7] เพราะ​ฉะนั้น พวก​ท่าน​จง​นอบ‍น้อม​ต่อ​พระ‍เจ้า จง​ต่อ‍สู้​กับ​มาร แล้ว​มัน​จะ​หนี​ท่าน​ไป

[8] พวก​ท่าน​จง​เข้า​ใกล้​พระ‍เจ้า แล้ว​พระ‍องค์​จะ​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​ท่าน พวก​คน‍บาป​เอ๋ย จง​ชำระ​มือ​ให้​สะอาด คน​สอง​ใจ จง​ชำระ​ใจ​ให้​บริ‌สุทธิ์

[9] จง​เป็น​ทุกข์ โศก‍เศร้า และ​ร้อง‍ไห้ ให้​เสียง​หัว‍เราะ​ของ​พวก​ท่าน​กลาย​เป็น​ความ​โศก‍เศร้า และ​ความ​ชื่น‍ชม​ยินดี​กลาย​เป็น​ความ​เศร้า‍สลด

[10] พวก​ท่าน​จง​ถ่อม​ใจ​ลง​ต่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า แล้ว​พระ‍องค์​จะ​ทรง​ยก​ชู​ท่าน

[11] พี่‍น้อง​เอ๋ย อย่า​กล่าว​ร้าย​กัน​และ​กัน คน​ที่​กล่าว​ร้าย​พี่‍น้อง​หรือ​ตัด‍สิน​พี่‍น้อง​ของ​ตน ก็​กล่าว‍ร้าย​ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​ตัด‍สิน​ธรรม​บัญ‌ญัติ ถ้า​ท่าน​ตัด‍สิน​ธรรม​บัญ‌ญัติ ท่าน​ก็​ไม่​ใช่​ผู้​ประ‌พฤติ​ตาม​ธรรม​บัญ‌ญัติ แต่​เป็น​ผู้​ตัด‍สิน

[12] ผู้​ที่​ตั้ง​ธรรม​บัญ‌ญัติ​และ​ผู้​ที่​ตัด‍สิน​มี​แต่​เพียง​องค์​เดียว ผู้​ทรง​สา‌มารถ​ช่วย​ให้​รอด​หรือ​ทำ‍ลาย​ก็​ได้ แต่​ท่าน​เป็น​ใคร ถึง​ได้​ตัด‍สิน​เพื่อน​บ้าน​ของ​ท่าน?

[13] ฟัง​ให้​ดี​นะ ท่าน​ทั้ง​หลาย​ที่​พูด​ว่า “วัน‍นี้​หรือ​พรุ่ง‍นี้​เรา​จะ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​นี้​เมือง​นั้น จะ​อยู่​ที่‍นั่น​สัก​ปี​หนึ่ง และ​จะ​ค้า‍ขาย​แล้ว​ได้​กำ‌ไร”

[14] แต่​ท่าน​ไม่​รู้​เรื่อง​ของ​วัน​พรุ่ง‍นี้ ชีวิต​ของ​พวก​ท่าน​เป็น​เหมือน​อะไร? ก็​เป็น​เหมือน​หมอก​ที่​ปรา‌กฏ​อยู่​เพียง​ชั่ว‍ครู่​แล้ว​ก็​จาง​หาย​ไป

[15] แต่​พวก​ท่าน​ควร​จะ​พูด​ว่า “ถ้า​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​โปรด เรา​จะ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ และ​จะ​ทำ​สิ่ง​นี้​หรือ​สิ่ง​นั้น”

[16] แต่​เวลา​นี้​ท่าน​กลับ​อวด‍อ้าง​ด้วย​ความ​ทะนง​ของ​ตน‍เอง การ​อวด‍อ้าง​ทุก​อย่าง​นั้น​ล้วน​เป็น​ความ​ชั่ว

[17] เพราะ​ฉะนั้น คน​ที่​รู้​ว่า​อะไร​เป็น​ความ‍ดี​ที่​ต้อง​ทำ แต่​ไม่​ได้​ทำ คน​นั้น​จึง​มี​บาป

จด‍หมาย​ของ ยา‌กอบ — Chapters