[1] วิบัติแก่ผู้ที่อยู่อย่างสบายในศิโยน และแก่ผู้ที่วางใจในภูเขาสะมาเรีย คือผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นแห่งประชาชาติ ผู้ซึ่งพงศ์พันธุ์อิสราเอลมาหานั่นน่ะ
[2] จงไปยังเมืองคาลเนห์ และดูเอาเถิด จากที่นั่นก็ไปยังฮามัทเมืองใหญ่ แล้วลงไปยังเมืองกัทของชาวฟีลิสเตีย เมืองของเจ้า ดีกว่าอาณาจักรเหล่านี้หรือ? หรืออาณาเขตเมืองเหล่านั้นใหญ่กว่าอาณาเขตเมืองของเจ้าหรือ?
[3] โอ เจ้าผู้อยากผัดวันหายนะให้เนิ่นไป แต่กลับนำเอาการปกครองที่ทารุณเข้ามาใกล้
[4] วิบัติแก่ผู้ที่นอนบนเตียงงาช้าง และผู้ซึ่งเหยียดกายอยู่บนเก้าอี้นอน และกินลูกแกะที่ได้มาจากฝูงแกะ กับลูกวัวจากคอกวัว
[5] และร้องเพลงเล่นๆ ประสานเสียงพิณใหญ่ เขาใช้เครื่องดนตรีแต่งเพลงใหม่เหมือนดาวิด
[6] ผู้ใช้ชามใส่เหล้าองุ่นดื่ม และชโลมตัวด้วยน้ำมันอย่างดี แต่ไม่เป็นทุกข์โศกในเรื่องความพินาศของโยเซฟ
[7] เพราะฉะนั้น เขาจึงต้องเป็นพวกแรกที่ตกไปเป็นเชลย และเสียงรื่นเริงของพวกที่นอนเหยียดกายก็จะหมดสิ้นไป
[8] พระยาห์เวห์องค์เจ้านายได้ทรงปฏิญาณเองว่า (พระยาห์เวห์พระเจ้าจอมทัพตรัสว่า) “เราสะอิดสะเอียนความเย่อหยิ่งของยาโคบ และเกลียดป้อมทั้งหลายของเขา เราจะมอบเมืองนั้นและสิ่งสารพัดที่อยู่ในเมืองนั้นแก่ศัตรู”
[9] ถ้าในบ้านเดียวมีคนเหลืออยู่ 10 คน เขาจะต้องตายหมด
[10] และเมื่อญาติผู้ตาย คือผู้ที่เผาศพ มาเพื่อจะนำกระดูกออกนอกบ้าน และจะกล่าวกับคนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องชั้นในของบ้านนั้นว่า “ยังมีใครอยู่กับเจ้าหรือ?” เขาจะตอบว่า “ไม่มี” และเขาจะกล่าวว่า “จุ๊ จุ๊ อย่าให้เราออกพระนามของพระยาห์เวห์”
[11] เพราะนี่แน่ะ พระยาห์เวห์ทรงบัญชาแล้ว บ้านใหญ่จะถูกตีแตกเป็นชิ้นๆ และบ้านเล็กก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ
[12] ม้าวิ่งบนศิลาได้หรือ? มีผู้ใดใช้โคไถทะเลได้หรือ? แต่พวกเจ้าได้เปลี่ยนความยุติธรรมให้เป็นพิษ และเปลี่ยนผลของความชอบธรรมให้ขม
[13] เจ้าทั้งหลายผู้เปรมปรีดิ์อยู่ในการยึดเมืองโลเดบาร์ ผู้กล่าวว่า “เราได้ยึดคารนาอิม มาเป็นของเรา ด้วยกำลังของเรามิใช่หรือ?”
[14] พระยาห์เวห์พระเจ้าจอมทัพตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เราจะยกชาติหนึ่งขึ้นต่อสู้เจ้า และเขาจะบีบบังคับเจ้าตั้งแต่ทางเข้าเมืองฮามัท ถึงลำธารอาราบาห์”