[1] วิบัติแก่เมืองที่กบฏ และเป็นมลทิน เมืองที่กดขี่ผู้อื่น
[2] เมืองที่ไม่ยอมฟังเสียงใครเลย และไม่ยอมรับการตีสอนใดๆ เมืองที่ไม่วางใจในพระยาห์เวห์ และไม่ยอมเข้าใกล้พระเจ้า
[3] พวกเจ้านายที่อยู่ในเมืองนี้ เป็นเหมือนสิงโตที่คำราม พวกผู้พิพากษาของเธอก็เป็นเหมือนหมาป่าในยามเย็น ที่ไม่ยอมเหลืออะไรไว้ถึงรุ่งเช้า
[4] พวกผู้เผยพระวจนะของเธอเป็นคนไม่รับผิดชอบ ทั้งยังเป็นคนทรยศ บรรดาปุโรหิตของเธอก็ดูหมิ่นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ และฝ่าฝืนธรรมบัญญัติ
[5] พระยาห์เวห์ผู้ทรงอยู่ในเมืองนั้นชอบธรรม พระองค์ไม่ทรงทำผิดเลย ทุกๆ เช้าพระองค์ทรงทำความยุติธรรมของพระองค์ให้ประจักษ์ ทุกรุ่งอรุณไม่ทรงเว้นเลย แต่คนอยุติธรรมนั้นไม่รู้จักอาย
[6] เราได้กำจัดบรรดาประชาชาติ ป้อมปราการของพวกเขาพังทลาย เราทำให้ถนนของพวกเขาว่างเปล่า ไม่มีใครเดินบนนั้น เมืองของพวกเขาถูกทิ้งร้าง ไม่มีคนอยู่ ไร้ผู้อาศัย
[7] เรากล่าวว่า เมืองนั้นจะยำเกรงเราแน่ เธอจะยอมรับการตีสอน เธอคงจะไม่ละสายตาไปจาก ทุกสิ่งที่เรานำมายังเธอ แต่เขาทั้งหลายกลับยิ่งกระตือรือร้น ที่จะให้การกระทำทั้งสิ้นของเขาเสื่อมทราม
[8] พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เพราะฉะนั้นจงคอยเรา คอยวันที่เราลุกขึ้นเป็นพยาน เพราะเราตัดสินใจที่จะรวบรวมประชาชาติ และให้อาณาจักรมาชุมนุมกัน เพื่อเทความกริ้วของเราบนพวกเขา คือความร้อนแรงแห่งความโกรธทั้งสิ้นของเรา เพราะว่าพิภพทั้งหมดจะถูกเผาผลาญ ด้วยไฟแห่งความหวงแหนของเรา
[9] “ในเวลานั้น เราจะเปลี่ยนริมฝีปากของประชากรทั้งหลาย ให้เป็นริมฝีปากที่บริสุทธิ์ เพื่อว่าทุกคนจะร้องทูลออกพระนามพระยาห์เวห์ และปรนนิบัติพระองค์เป็นใจเดียวกัน
[10] พวกที่ทูลต่อเรา ชุมชนของเราที่กระจัดกระจายไป จะนำเครื่องถวายมายังเรา จากฟากโน้นของแม่น้ำแห่งคูช
[11] “ในวันนั้น เจ้าจะไม่ถูกทำให้อับอาย จากการกระทำทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา เพราะในเวลานั้นเราจะเอาผู้โอ้อวดเย่อหยิ่ง ออกไปจากท่ามกลางเจ้า เจ้าก็จะไม่หยิ่งจองหอง ที่ภูเขาบริสุทธิ์ของเราอีกต่อไป
[12] เพราะเราจะเหลือไว้ในท่ามกลางเจ้า ประชาชนที่ถ่อมใจและเจียมตัว พวกเขาจะแสวงหาที่ลี้ภัยในพระนามของพระยาห์เวห์
[13] บรรดาคนที่เหลืออยู่ในอิสราเอล จะไม่ทำความผิดบาป และจะไม่กล่าวคำโกหก และในปากของพวกเขานั้น จะไม่พบลิ้นที่หลอกลวง เพราะเขาทั้งหลายจะหากินและนอนลง และไม่มีใครทำให้เขาหวาดหวั่น”
[14] “โอ บุตรีแห่งศิโยนเอ๋ย จงร้องเพลงเสียงดัง โอ อิสราเอลเอ๋ย จงโห่ร้องเถิด จงเปรมปรีดิ์และรื่นเริงด้วยเต็มใจของเจ้า เถิดนะ บุตรีแห่งเยรูซาเล็ม
[15] พระยาห์เวห์ทรงยกเลิกการลงโทษเจ้าแล้ว พระองค์ทรงขับไล่ศัตรูของเจ้าไปแล้ว กษัตริย์แห่งอิสราเอลคือพระยาห์เวห์ทรงอยู่ท่ามกลางเจ้า เจ้าจะไม่กลัวภัยพิบัติอีกต่อไป
[16] ในวันนั้น เขาจะพูดกับเยรูซาเล็มว่า ‘โอ ศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย อย่าให้มือของเจ้าอ่อนเปลี้ยไป
[17] พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าทรงอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ทรงช่วยให้รอด พระองค์จะทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี และทรงสงบในความรักของพระองค์ พระองค์จะทรงเริงร่าเพราะเจ้าด้วยการร้องเพลงเสียงดัง
[18] เหมือนในวันที่มีงานเลี้ยงฉลอง’ เราจะขจัดภัยพิบัติเสียจากเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ต้องทนต่อการเยาะเย้ยเพราะเรื่องนี้
[19] นี่แน่ะ ในเวลานั้น เราจะจัดการกับทุกคนที่กดขี่เจ้า เราจะช่วยคนขาพิการ และรวบรวมผู้ที่ถูกขับไล่ไป และเราจะเปลี่ยนความอายของเขาให้เป็นความน่าสรรเสริญ และให้เป็นชื่อเสียงที่เลื่องลือไปทั้งโลก
[20] ในเวลานั้น เราจะนำพวกเจ้าเข้ามา คือในเวลาที่เรารวบรวมเจ้าเข้าด้วยกัน เราจะทำให้เจ้ามีชื่อเสียงและเป็นที่สรรเสริญ ท่ามกลางประชากรทั้งสิ้นในโลก เมื่อเราให้เจ้ากลับสู่สภาพเดิมต่อหน้าต่อตาเจ้า” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ