Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 5:34

[1] แต่​ว่า​ได้​มี​ผู้​เผย​พระ‍วจนะ​เทียม‍เท็จ​เกิด​ขึ้น​ใน​ชน‍ชาติ​นั้น เช่น​เดียว​กับ​ที่​จะ​มี​ผู้‍สอน​เท็จ​เกิด​ขึ้น​ใน​พวก​ท่าน ซึ่ง​จะ​ลอบ​เอา​ลัทธิ​นอก​รีต​อัน​จะ​ให้​ถึง​ความ​พินาศ​เข้า​มา​เสี้ยม‍สอน จน​ถึง​กับ​ปฏิ‌เสธ​องค์​เจ้า‍นาย​ผู้​ได้​ทรง​ไถ่​พวก​เขา​ไว้ ซึ่ง​จะ​นำ​ความ​พินาศ​มา​สู่​พวก​เขา​เอง​อย่าง​รวด​เร็ว

[2] จะ​มี​คน​จำ‌นวน​มาก​ประ‌พฤติ​ลา‌มก​ตาม​อย่าง​พวก​เขา และ​เพราะ​คน​เหล่า​นั้น ทาง​ของ​ความ​จริง​จะ​ถูก​ลบ‍หลู่

[3] และ​พวก​สอน​เท็จ​จะ​หา​ผล​ประ‌โยชน์​จาก​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ด้วย​นิยาย​ที่​แต่ง​ขึ้น​โดย​ใจ‍โลภ การ​ลง‍โทษ​คน​เหล่า‍นั้น​ที่​ได้​ประ‌กาศ​ไว้​นาน​มา​แล้ว​จะ​ไม่​เนิ่น‍ช้า และ​ความ​พินาศ​ที่​จะ​เกิด​กับ​พวก​เขา​ก็​จะ​ไม่​นิ่ง​เฉย

[4] เพราะ​ว่า​ถ้า​พระ‍เจ้า​ไม่‍ได้​ทรง​ยก​เว้น​พวก​ทูต‍สวรรค์​ที่​ได้​ทำ​บาป​นั้น แต่​ได้​ทรง​ผลัก​พวก​เขา​ลง​ไป​ใน​อเวจี และ​ได้​ล่าม​พวก​เขา​ด้วย​โซ่​แห่ง​ความ​มืด‍มิด คุม​ไว้​จน​ถึง​เวลา​พิพาก‌ษา

[5] และ​ไม่​ได้​ทรง​ยก‍เว้น​โลก​สมัย​โบ‌ราณ แต่​ได้​ทรง​คุ้ม‍ครอง​โน‌อาห์​ผู้​ประ‌กาศ​ความ​ชอบ‍ธรรม กับ​คน​อื่น​อีก​เจ็ด​คน เมื่อ​คราว​ที่​พระ‍องค์​ได้​ทรง​บัน‌ดาล​ให้​น้ำ‍ท่วม​โลก​ของ​คน​อธรรม

[6] และ​ได้​ทรง​ลง​โทษ​เมือง​โส‌โดม​และ​เมือง​โก‌โม‌ราห์ ให้​พินาศ​เป็น​เถ้า​ถ่าน เพื่อ​ให้​เป็น​ตัว‍อย่าง​แก่​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​ประ‌พฤติ​อธรรม

[7] และ​ได้​ทรง​ช่วย​ชีวิต​โลท​ผู้​ชอบ‍ธรรม ผู้​มี​ความ​ทุกข์​เพราะ​การ​ประ‌พฤติ​ลา‌มก​ของ​คน​ชั่ว

[8] (เพราะ​เมื่อ​คน​ชอบ‍ธรรม​อยู่​ใน​หมู่​คน​ชั่ว​ทุก​วี่​วัน ความ​ประ‌พฤติ​ของ​คน​ชั่ว​ที่​เขา​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน ทำ​ให้​จิต‍ใจ​ชอบ‍ธรรม​ของ​เขา​ระทม​ทุกข์)

[9] ดัง‍นั้น องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​จึง​ทรง​ทราบ​ว่า​จะ​ช่วย​คน​ที่​ยำ‍เกรง​พระ‍เจ้า​พ้น​จาก​การ​ทด‍ลอง​ได้​อย่าง‍ไร และ​ทรง​ทราบ​วิธี​กัก​ขัง​คน​ชั่ว​ไว้​ให้​รับ​โทษ​เมื่อ​ถึง​วัน​พิพาก‌ษา

[10] โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง คน​เหล่า‍นั้น​ที่​ปล่อย‍ตัว​ไป​ตาม​กิเลส​ตัณ‌หา และ​หมิ่น​ประ‌มาท​สิทธิ​อำ‌นาจ​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า คน​เหล่า‍นี้​โอ‌หัง​บัง‍อาจ ไม่​กลัว​ที่​จะ​ลบ‍หลู่​เทว‍ทูต​ผู้​มี​ศักดิ์‍ศรี

[11] แต่​ส่วน​พวก​ทูต‍สวรรค์​แม้​ว่า​มี​กำ‌ลัง​และ​ฤทธา‌นุภาพ​มาก​กว่า ก็​ไม่​ได้​กล่าว​โทษ​ด้วย​การ​ประ‌ณาม​พวก​นั้น​เฉพาะ​พระ‍พักตร์​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[12] แต่​ว่า​ผู้​สอน​เท็จ​เหล่า​นี้​เป็น​เหมือน​สัตว์​ที่​ไร้​ความ​คิด ที่​ทำ​ตาม​สัญ‌ชาต‍ญาณ เกิด​มา​เพื่อ​ถูก​จับ​และ​ถูก​ฆ่า พวก​เขา​ประ‌ณาม​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ไม่​เข้า‍ใจ​เลย พวก​เขา​จะ​ถูก​ทำ‌ลาย​อย่าง​สัตว์​เหล่า​นั้น

[13] พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​ทุกข์​เป็น​โทษ​แห่ง​การ​อธรรม เขา​ทั้ง‍หลาย​ถือ​การ​เส‌เพล​เฮ‍ฮา​ใน​เวลา​กลาง‍วัน​เป็น​ความ​เพลิด‌เพลิน พวก​เขา​เป็น​จุด​ด่าง​พร้อย​และ​รอย​มล‌ทิน และ​ประ‌พฤติ​การ​เส‌เพล​เฮ‍ฮา เมื่อ​กำ‌ลัง​กิน‍เลี้ยง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย

[14] ดวง‍ตา​ของ​พวก​เขา​มี​แวว​ที่​เปี่ยม​ด้วย​ความ​ใคร่​ใน​การ​ล่วง​ประ‌เวณี ไม่​สิ้น​ความ​กระ‌หาย​ใน​บาป พวก​เขา​ล่อ‍ลวง​คน​ที่​ใจ​ไม่​มั่น‍คง ใจ​ของ​พวก​เขา​ชิน​กับ ​ความ​โลภ เขา​เหล่า‍นั้น​เป็น​พงศ์‍พันธุ์​ที่​ต้อง​คำ‍สาป

[15] พวก​เขา​ละ​ทาง​ที่​ถูก‍ต้อง หลง​เจิ่น​ไป​ตาม​ทาง​ของ​บา‌ลา‌อัม​บุตร​โบ‌โซร์ ผู้​ซึ่ง​โปรด‍ปราน​สิน‍จ้าง​ที่​ได้​มา​จาก​การ​อธรรม

[16] แต่​บา‌ลา‌อัม​ก็​ถูก​ตำ‌หนิ​ใน​การ​ละเมิด​ของ​ตน​เอง ลา‍ใบ้​ตัว​หนึ่ง​พูด​เป็น​ภา‌ษา​มนุษย์ และ​ได้​ยับ‍ยั้ง​อา‌การ​คลุ้ม‍คลั่ง​ของ​ผู้​เผย‍พระวจนะ​คน​นั้น

[17] ผู้​สอน​เท็จ​เหล่า‍นี้​เป็น​บ่อ​ที่​ไร้​น้ำ เป็น​หมอก​ที่​ถูก​พายุ​พัด​ไป พระ‍องค์​ทรง​เตรียม​ที่​มืด​มิด​สำ‌หรับ​คน​เหล่า‍นั้น​แล้ว

[18] เพราะ​ว่า​พวก​เขา​พูด​โอ้‍อวด​อย่าง​เลื่อน‍ลอย และ​ใช้​กิ‌เลส​ตัณ‌หา​ของ​เนื้อ‍หนัง ดัก​จับ​คน​ทั้ง‍หลาย​ที่​กำ‌ลัง​หนี​ไป​จาก​พวก​ที่​ดำ‌เนิน​ชีวิต​ใน​ความ​หลง​ผิด

[19] พวก​เขา​สัญ‌ญา​ว่า​จะ​ให้​เสรี‍ภาพ​กับ​คน​เหล่า​นั้น แต่​ตัว​เอง​ยัง​เป็น​ทาส​ของ​ความ​เสื่อม‍ทราม เพราะ​ว่า​ผู้‍ใด​พ่าย‍แพ้​แก่​สิ่ง​ใด เขา​ก็​เป็น​ทาส​ของ​สิ่ง​นั้น

[20] เพราะ​ว่า​ถ้า​หลัง‍จาก​พวก​เขา​หลีก‍หนี​จาก​มล‌ทิน​ทั้ง​หลาย​ของ​โลก​แล้ว โดย​การ​รู้‍จัก​พระ‍เยซู‍คริสต์​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​และ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ของ​เรา แต่​พวก​เขา​กลับ​เกี่ยว‍ข้อง​และ​พ่าย‍แพ้​แก่​มล‌ทิน​ชั่ว​เหล่า​นั้น​อีก บั้น​ปลาย​ของ​พวก​เขา​ก็​กลับ​เลว‍ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ตอน​ต้น

[21] เพราะ​ว่า​ถ้า​พวก​เขา​ไม่​ได้​รู้‍จัก​ทาง​ชอบ‍ธรรม​นั้น​เสีย​เลย ก็​ยัง​จะ​ดี‍กว่า​ที่​พวก​เขา​ได้​รู้​แล้ว แต่​กลับ​หัน‍หลัง​ให้​วิสุทธิ​บัญ‌ญัติ​ที่​ทรง​มอบ​แก่​พวก​เขา​นั้น

[22] สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา​ก็​เป็น​ไป​ตาม​สุภา‌ษิต​ซึ่ง​เป็น​ความ​จริง​ที่​ว่า “สุนัข​เลีย​กิน สิ่ง​ที่​มัน​สำ‌รอก​ออก​มา” และ “สุกร​ที่​คน​ล้าง​มัน​ให้​สะอาด​แล้ว กลับ​ลุย​ลง​ไป​นอน​ใน​โคลน​อีก”

จด‍หมาย​ของ เป‌โตร ฉบับ​ที่‍สอง — Chapters