Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 3:54

[1] เพราะ​เรา​รู้​ว่า​ถ้า​เรือน​กาย ​บน​โลก​ที่​เรา​อา‌ศัย​อยู่​นี้​ถูก​ทำ‌ลาย​ไป เรา​ก็​ยัง​มี​ที่​อา‌ศัย​ซึ่ง​มา​จาก​พระ‍เจ้า ที่​ไม่​ได้​สร้าง​ด้วย​มือ​มนุษย์ และ​อยู่​อย่าง​ถา‌วร​นิรันดร์​ใน​สวรรค์

[2] เพราะ​ว่า​ใน​ร่าง‍กาย​นี้ เรา​คร่ำ‍ครวญ​และ​ปรา‌รถ‌นา​จะ​สวมใส่​ที่​อา‌ศัย​ของ​เรา​ที่​มา​จาก​สวรรค์

[3] เพราะ​เมื่อ​สวม​แล้ว เรา​ก็​จะ​ไม่​เปลือย

[4] เพราะ‍ว่า​เรา​ที่​อยู่​ใน​เรือน‍กาย​นี้​คร่ำ‍ครวญ​และ​เป็น​ทุกข์​หนัก ไม่​ใช่​เพราะ​ปรา‌รถ‌นา​จะ​อยู่​ตัว​เปล่า แต่​ปรา‌รถ‌นา​จะ​สวม​ใส่​กาย​ใหม่ เพื่อ​กาย​ที่​ต้อง​ตาย​นั้น​จะ​ถูก​กลืน​โดย​ชีวิต​อมตะ

[5] แต่​พระ‍เจ้า​ทรง​เป็น​ผู้​เตรียม​เรา​ไว้​สำ‌หรับ​การ​เปลี่ยน‍แปลง​นี้ และ​พระ‍องค์​ประ‌ทาน​พระ‍วิญ‌ญาณ​เป็น​มัด‍จำ​แก่​เรา

[6] เพราะ​ฉะนั้น​เรา​มั่น‍ใจ​อยู่​เสมอ​และ​รู้​แล้ว‍ว่า ขณะ​ที่​อา‌ศัย​อยู่​ใน​ร่าง‍กาย​นี้ เรา​อยู่​ห่าง​จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[7] เพราะ​ว่า​เรา​ดำ‌เนิน​โดย​ความ​เชื่อ ไม่​ใช่​โดย​สิ่ง​ที่​มอง​เห็น

[8] และ​เรา​มั่น‍ใจ​และ​พอใจ​ที่​จะ​ไป​จาก​ร่างกาย​นี้​และ​อา‌ศัย​อยู่​กับ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​มาก​กว่า

[9] ฉะนั้น​เรา​ตั้ง​เป้า​ว่า​จะ​อา‌ศัย​อยู่​ใน​กาย​นี้​ก็​ดี​หรือ​จะ​จาก​ไป​ก็​ดี เรา​ก็​จะ​เป็น​คนที่​พระ‍เจ้า​พอ‍พระทัย

[10] เพราะ​ว่า​เรา​ทุก‍คน​จำเป็น​ต้อง​ปรา‌กฏ​ตัว​ต่อ​หน้า​บัล‌ลังก์​ของ​พระ‍คริสต์ เพื่อ​แต่​ละ​คน​จะ​ได้​รับ​สิ่ง​ที่​สม‍กับ​การ​กระ‌ทำ​ใน​กาย​นี้ ไม่​ว่า​จะ​ดี​หรือ​ชั่ว

[11] เพราะ‍ฉะนั้น ใน​เมื่อ​เรา​รู้‌จัก​เกรง‍กลัว​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​แล้ว เรา​จึง​ชัก‍ชวน​คน​ทั้ง‍หลาย เรา​เป็น​อย่าง‍ไร​ก็​ปรา‌กฏ​ชัด​ต่อ​พระ‍เจ้า และ​ข้าพ‌เจ้า​หวัง​ว่า​จะ​ปรา‌กฏ​ชัด​ต่อ​มโน‍ธรรม​ของ​ท่าน​ด้วย

[12] เรา​ไม่​ได้​ยก‍ย่อง​ตัว​เอง​กับ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​อีก แต่​จะ​ให้​ท่าน​มี​โอ‌กาส​เอา​เรา​ไป​อวด เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​มี​ข้อ​โต้‍ตอบ​พวก​ที่​ชอบ‍อวด​สิ่ง​ที่​ปรา‌กฏ แทน​ที่​จะ​อวด​สิ่ง​ที่​อยู่​ใน​จิต‍ใจ

[13] เพราะ​ว่า​ถ้า​เรา​เป็น​เหมือน​คน​เสีย‍สติ ก็​เพราะ​เห็น​แก่​พระ‍เจ้า หรือ​ถ้า​เรา​เป็น​เหมือน​คน‍ปกติ​ก็​เพราะ​เห็น​แก่​ท่าน​ทั้ง‍หลาย

[14] เพราะ​ว่า​ความ​รัก​ของ​พระ‍คริสต์​ควบ‍คุม​เรา​อยู่ เรา​มั่น‍ใจ​เช่น​นี้​ว่า​มี​ผู้‍หนึ่ง​สิ้น​พระ‍ชนม์​เพื่อ​ทุก‍คน ดัง‍นั้น​ทุก‍คน​จึง​ตาย​แล้ว

[15] และ​พระ‍องค์​สิ้น​พระ‍ชนม์​เพื่อ​ทุก​คน เพื่อ​บรร‌ดา​คน​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​จะ​ไม่​อยู่​เพื่อ​ตัว​เอง​อีก​ต่อ‍ไป แต่​จะ​อยู่​เพื่อ​พระ‍องค์​ที่​สิ้น​พระ‍ชนม์ และ​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​เพราะ​เห็น​แก่​เขา​ทั้ง‍หลาย

[16] เพราะ​ฉะนั้น​ตั้ง‍แต่​นี้​ไป เรา​จะ​ไม่​พิจาร‌ณา​ใคร​ตาม​มาตร‌ฐาน​ของ​โลก แม้​ว่า​เมื่อ​ก่อน​เรา​เคย​พิจาร‌ณา​พระ‍คริสต์​ตาม​มาตร‌ฐาน​ของ​โลก​ก็​จริง แต่​เดี๋ยว‍นี้​เรา​จะ​ไม่​พิจาร‌ณา​พระ‍องค์​เช่น​นั้น​อีก

[17] ฉะนั้น​ถ้า​ใคร​อยู่​ใน​พระ‍คริสต์ เขา​ก็​เป็น​คน​ที่​ถูก​สร้าง​ใหม่​แล้ว สิ่ง​สาร‌พัด​ที่​เก่าๆ ก็​ล่วง​ไป นี่‍แน่ะ​กลาย​เป็น​สิ่ง​ใหม่​ทั้ง​นั้น

[18] สิ่ง​ทั้ง‍หมด​นี้​เกิด​จาก​พระเจ้า ผู้​ทรง​ให้​เรา​คืน​ดี​กับ​พระ‍องค์​โดย​ทาง​พระ‍เยซู​คริสต์ และ​ประ‌ทาน​พันธ‌กิจ​ใน​เรื่อง​การ​คืน​ดี​นี้​แก่​เรา

[19] คือ​พระ‍เจ้า​ทรง​ให้​โลก​นี้​คืน‍ดี​กับ​พระ‍องค์​โดย​พระ‍คริสต์ ไม่​ทรง​ถือ​โทษ​ใน​ความ​ผิด​ของ​พวก​เขา และ​ทรง​มอบ​เรื่อง​ราว​การ​คืน​ดี​นี้​ให้​เรา​ประ‌กาศ

[20] เพราะ‍ฉะนั้น​เรา​จึง​เป็น​ทูต​ของ​พระ‍คริสต์​โดย​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​ขอ‍ร้อง​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ผ่าน​ทาง​เรา เรา​จึง​วิง‍วอน​ท่าน​ใน​นาม​ของ​พระ‍คริสต์​ให้​คืน​ดี​กับ​พระ‍เจ้า

[21] พระ‍เจ้า​ทรง​ทำ​พระ‍องค์​ผู้​ทรง​ไม่​มี​บาป​ให้​บาป เพราะ​เห็น​แก่​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ชอบ‍ธรรม​ของ​พระ‍เจ้า​ทาง​พระ‍องค์

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​คริสต‌จักร​ใน​เมือง โค‌รินธ์ ฉบับ​ที่‍สอง — Chapters