Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 4:46

[1] ส่วน​พวก​ท่าน​ที่​เป็น​ภรร‌ยา​ก็​เช่น​กัน จง​ยอม​เชื่อ‍ฟัง​สามี​ของ​ตน เพื่อ​ว่า​แม้​สามี​บาง‍คน​ไม่​เชื่อ​พระ‍วจนะ แต่​ความ​ประ‌พฤติ​ของ​ภรร‌ยา​ก็​อาจ​จะ​จูง‍ใจ​พวก​เขา​ให้​เชื่อ​ได้ โดย​ไม่​ต้อง​พูด​เลย​สัก​คำ​เดียว

[2] คือ​เมื่อ​พวก​เขา​ได้​เห็น​ความ​ประ‌พฤติ​ที่​นอบ‍น้อม ​และ​บริ‌สุทธิ์​ของ​พวก​ท่าน

[3] อย่า​ประ‌ดับ​ตัว​แต่​ภาย‍นอก ด้วย​การ​ถัก​ผม การ​สวม‍ใส่​เครื่อง​ทอง หรือ​การ​นุ่ง‍ห่ม​เสื้อ‍ผ้า

[4] แต่​จง​ประ‌ดับ​ด้วย​บุค‌ลิก​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ใจ ด้วย​เครื่อง​ประ‌ดับ​ซึ่ง​ไม่​รู้​เสื่อม‍สลาย คือ​ด้วย​จิต‍ใจ​ที่​สุภาพ​อ่อน‍โยน​และ​จิต‍ใจ​ที่​สงบ ซึ่ง​เป็น​สิ่ง​ล้ำ​ค่า​ยิ่ง​นัก​ใน​สาย​พระ‍เนตร​พระ‍เจ้า

[5] เพราะ​ว่า​บรรดา​สตรี​ผู้​บริ‌สุทธิ์​ใน​สมัย​ก่อน​นั้น ผู้​ซึ่ง​หวัง​ใน​พระ‍เจ้า ก็​ได้​ประ‌ดับ​กาย​โดย​ยอม​เชื่อ‍ฟัง​สามี​ของ​ตน

[6] เช่น​นาง​ซา‌ราห์​เชื่อ‍ฟัง​อับ‌รา‌ฮัม​และ​เรียก​ท่าน​ว่า​นาย ถ้า​ท่าน​ทั้ง‍หลาย​ประ‌พฤติ​ดี และ​ไม่​มี​ความ​หวาด‍กลัว​สิ่ง​ใด พวก​ท่าน​ก็​เป็น​บุตร​หลาน​ของ​นาง

[7] พวก​ท่าน​ที่​เป็น​สามี​ก็​เช่น​กัน จง​อยู่​กิน​กับ​ภรร‌ยา​ด้วย​ความ​เข้า‍ใจ ใน​ฐานะ​ที่​เธอ​เป็น​เพศ ​ที่​อ่อน‍แอ​กว่า และ​จง​ให้​เกียรติ​เธอ​ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ทา‌ยาท​ร่วม​รับ​ชีวิต​อัน​เป็น​พระ‍คุณ เพื่อ​คำ​อธิษ‌ฐาน​ของ​พวก​ท่าน​จะ​ไม่ถูก​ขัด‍ขวาง

[8] ใน​ที่‍สุด​นี้ ท่าน​ทั้ง‍หลาย​จง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน เห็น‍อก‍เห็น‍ใจ​กัน รัก​กัน​ฉัน‍พี่‍น้อง มี​จิต‍ใจ​อ่อน‍โยน​และ​ถ่อมตัว

[9] อย่า​ทำ​ชั่ว​ตอบ‍แทน​ชั่ว หรือ​อย่า​ด่า​ตอบ​การ​ด่า แต่​ตรง‍กัน‍ข้าม จง​อวย‍พร เพราะ​พระ‍องค์​ได้​ทรง​เรียก​ให้​พวก​ท่าน​ทำ​เช่น​นั้น เพื่อ​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ‍พร

[10] เพราะ‍ว่า ผู้​ใด​รัก​ชีวิต​และ​ปรารถ‌นา จะ​เห็น​วัน​เวลา‍ดี ก็​ให้​ผู้​นั้น​ยั้ง​ลิ้น​ของ​ตน​ไม่​พูด​ชั่ว และ​ห้าม​ปาก ไม่​ให้​พูด​ล่อ‍ลวง

[11] ให้​เขา​ละ​ความ​ชั่ว​และ​ทำ​ความ​ดี ให้​เขา​ใฝ่​หา​สันติ‍สุข​และ​ดำ‌เนิน​ตาม

[12] เพราะ‍ว่า​พระ‍เนตร​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​เฝ้า​ดู​คน​ชอบ‍ธรรม และ​พระ‍กรรณ​ของ​พระ‍องค์​สดับ​คำ​อ้อน‍วอน​ของ​พวก​เขา แต่​พระ‍พักตร์​ของ​พระ‍องค์​ต่อ‍สู้​กับ​คน​เหล่า‍นั้น​ที่​ทำ​ชั่ว

[13] ถ้า​พวก​ท่าน​ขวน‍ขวาย​ทำ​ดี ใคร​จะ​ทำ‍ร้าย​พวก​ท่าน

[14] แต่​ถ้า​พวก​ท่าน​ต้อง​ทน‍ทุกข์ เพราะ​ทำ​สิ่ง​ถูก​ต้อง พวก​ท่าน​ก็​เป็น​สุข อย่า​กลัว​การ​ข่ม‍ขู่​ของ​พวก​เขา และ​อย่า​วิตก​ไป​เลย

[15] แต่​ใน​ใจ​ของ​พวก​ท่าน จง​เคารพ​นับ‍ถือ​พระ‍คริสต์​ว่า​เป็น​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า จง​เตรียม​พร้อม​เสมอ ที่​จะ​อธิ‌บาย​กับ​ทุก‍คน​ที่​ขอ​ทราบ​เหตุ‍ผล​เกี่ยว‍กับ​ความ‍หวัง​ของ​พวก​ท่าน

[16] แต่​จง​ตอบ​ด้วย​ความ​สุภาพ​อ่อน‍โยน​และ​ด้วย​ความ​นับ‍ถือ จง​มี​มโน‌ธรรม​ที่​บริ‌สุทธิ์ เพื่อ​เมื่อ​พวก​ท่าน​ถูก​ใส่‍ร้าย คน​ที่​กล่าว‍ร้าย​ความ​ประ‌พฤติ​ดี​ของ​พวก​ท่าน​ใน​พระ‍คริสต์ จะ​ต้อง​อับ‍อาย

[17] เพราะ‍ว่า​การ​ทน​ทุกข์​เพราะ​ทำ​ดี ถ้า​เป็น​พระ‍ประ‌สงค์​ของ​พระ‍เจ้า ก็​ดี‍กว่า​การ​ทน​ทุกข์​เพราะ​ทำ​ชั่ว

[18] เพราะ​พระ‍คริสต์​ทรง​ทน‍ทุกข์ ​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ​เพราะ​บาป คือ​พระ‍องค์​ผู้​ชอบ‍ธรรม​เพื่อ​ผู้​ไม่​ชอบ‍ธรรม เพื่อ​จะ​นำ​พวก​ท่าน ​ไป​ถึง​พระ‍เจ้า ฝ่าย​กาย​พระ‍องค์​จึง​สิ้น​พระ‍ชนม์ แต่​ฝ่าย​จิต​วิญ‌ญาณ​ทรง​คืน​พระ‍ชนม์

[19] และ​โดย​ทาง​วิญ‌ญาณ พระ‍องค์​ได้​เสด็จ​ไป​บอก​พวก​วิญ‌ญาณ​ที่​ติด​คุก​อยู่

[20] ซึ่ง​ใน​สมัย​ก่อน​ไม่​เชื่อ‍ฟัง​พระ‍เจ้า คราว​เมื่อ​พระ‍เจ้า​ทรง​อด‍ทน​รอ‍คอย​ให้​กลับ​ใจ ​ใน​สมัย​โน‌อาห์ ขณะ​ที่​ท่าน​กำ‌ลัง​ต่อ​เรือ​ใหญ่ ใน​เรือ​นั้น​มี​น้อย​คน คือ​แปด​ชีวิต​รอด​ผ่าน​น้ำ

[21] บัด‍นี้​น้ำ​นั้น​ที่​เล็ง​ถึง​พิธี​บัพ‌ติศ‌มา​ก็​ช่วย​พวก​ท่าน​ให้​รอด​เช่น​เดียว​กัน ไม่​ใช่​เป็น​การ​ชำระ​มล‌ทิน​ทาง​กาย แต่​เป็น​การ​วิง‍วอน​พระเจ้า​เพื่อ​จะ​มี​มโน‍ธรรม​ที่​ดี ความ‍รอด​นั้น​มา​โดย​ทาง​การ​คืน​พระ‍ชนม์​ของ​พระ‍เยซู‍คริสต์

[22] พระ‍องค์​เสด็จ​สู่​สวรรค์ และ​ประ‌ทับ​เบื้อง‍ขวา​พระ‍หัตถ์​ของ​พระ‍เจ้า​แล้ว มี​พวก​ทูต‍สวรรค์​และ​พวก​วิญ‌ญาณ​ที่​มี​อำ‌นาจ และ​พวก​วิญ‌ญาณ​ที่​มี​ฤทธา‌นุภาพ​อยู่​ใต้​บังคับ​ของ​พระ‍องค์

จด‍หมาย​ของ เป‌โตร ฉบับ​ที่‍หนึ่ง — Chapters