Skip to content
Opens in a new window
Listen to this chapter • 7:48

[1] เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ที่​พวก​ท่าน​เขียน​มา​นั้น “การ​ที่​ผู้‍ชาย​ไม่​แตะ‍ต้อง​ผู้‍หญิง​เลย​ก็​ดี​แล้ว”

[2] แต่​เพราะ‍เหตุ​การ​ล่วง​ประ‌เวณี ผู้‍ชาย​แต่​ละ​คน​ควร​มี​ภรร‌ยา​เป็น​ของ​ตน และ​ผู้‍หญิง​แต่​ละ‍คน​ควร​มี​สามี​เป็น​ของ​ตน

[3] สามี​พึง​สัม‍พันธ์​กับ​ภรร‌ยา​ตาม​ควร และ​ภรร‌ยา​ก็​พึง​สัม‍พันธ์​กับ​สามี​ตาม​ควร​เช่น​เดียว​กัน

[4] ภรรยา​ไม่‍มี​อำ‌นาจ​เหนือ​ร่าง‍กาย​ของ​ตน แต่​สามี​มี​อำ‌นาจ​เหนือ​ร่าง‍กาย​ของ​ภรร‌ยา ทำ​นอง​เดียว​กัน​สามี​ไม่‍มี​อำ‌นาจ​เหนือ​ร่าง‍กาย​ของ​ตน แต่​ภรร‌ยา​มี​อำ‌นาจ​เหนือ​ร่าง‍กาย​ของ​สามี

[5] อย่า​ปฏิ‌เสธ​ความ​สัม‍พันธ์​ฉัน​สามี​ภรร‌ยา​เว้น​แต่​ได้​ตก‍ลง​กัน​เป็น​การ​ชั่ว‍คราว เพื่อ​อุทิศ​ตัว​ใน​การ​อธิษ‌ฐาน แล้ว​จึง​ค่อย​มา​มี​ความ​สัม‍พันธ์​กัน​อีก เพื่อ​ไม่‍ให้​ซา‌ตาน​ล่อ‍ลวง​ให้​ทำ​ผิด​เพราะ​ตัว​อด​ไม่‍ได้

[6] ข้าพ‌เจ้า​กล่าว​เช่น‍นี้​เป็น​การ​อนุ‌ญาต ไม่‍ใช่​สั่ง

[7] ข้าพ‌เจ้า​ต้อง‍การ​ให้​ทุก‍คน​เป็น​เหมือน​ข้าพ‌เจ้า แต่​ว่า​แต่​ละ​คน​ก็​ได้​รับ​ของ​ประ‌ทาน​ของ​ตัว​เอง​จาก​พระ‍เจ้า คน​หนึ่ง​ได้​รับ​อย่าง‍นี้ และ​อีก​คน​หนึ่ง​ได้​รับ​อย่าง​นั้น

[8] ข้าพ‌เจ้า​ขอ​กล่าว​กับ​พวก​ที่​ไม่​แต่ง‍งาน​และ​พวก​แม่‍ม่าย​ว่า การ​ที่​พวก​เขา​จะ​อยู่​เหมือน​ข้าพ‌เจ้า​ก็​ดี​แล้ว

[9] แต่​ถ้า​ควบ‍คุม​ตัว​ไม่​อยู่ ก็​จง​แต่ง‍งาน​เสีย​เถิด เพราะว่า​แต่ง‍งาน​เสีย​ก็​ดี‍กว่า​มี​ใจ​เร่า‍ร้อน​ด้วย​กาม‍ราคะ

[10] ส่วน​คน​ที่​แต่ง‍งาน​แล้ว ข้าพ‌เจ้า​ขอ​สั่ง ไม่‍ใช่​ข้าพ‌เจ้า​สั่ง​เอง แต่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​บัญ‌ชา​ว่า อย่า​ให้​ภรร‌ยา​แยก​จาก​สามี

[11] แต่​ถ้า​นาง​แยก​จาก​สามี​แล้ว ก็​อย่า​ให้​นาง​แต่ง‍งาน​ใหม่ หรือ​ไม่​ก็​ให้​นาง​คืน​ดี​กับ​สามี และ​อย่า​ให้​สามี​หย่า​ภรร‌ยา​เลย

[12] ข้าพ‌เจ้า​ขอ​กล่าว​กับ​พวก​ที่​เหลือ ข้าพ‌เจ้า​เอง​กล่าว (องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ไม่​ได้​ตรัส) ว่า ถ้า​พี่‍น้อง​คน​ไหน​มี​ภรร‌ยา​ที่​ไม่​เชื่อ​ใน​พระ‍คริสต์ และ​นาง​พอใจ​จะ​อยู่​กับ​สามี ก็​ไม่ให้​สามี​หย่า​นาง

[13] ถ้า​หญิง​คน‍ไหน​มี​สามี​ที่​ไม่​เชื่อ​ใน​พระ‍คริสต์ และ​สามี​พอใจ​จะ​อยู่​กับ​นาง ก็​ไม่ให้​นาง​หย่า​สามี​นั้น

[14] เพราะ‍ว่า​สามี​ที่​ไม่​เชื่อ​นั้น​ได้​รับ​การ​ทรง​ชำระ​ให้​บริ‌สุทธิ์​ทาง​ภรร‌ยา และ​ภรร‌ยา​ที่​ไม่​เชื่อ​ก็​ได้​รับ​การ​ทรง​ชำระ​ให้​บริ‌สุทธิ์​ทาง​สามี มิ​ฉะนั้น​ลูกๆ ของ​พวก​ท่าน​ก็​เป็น​มล‌ทิน แต่​บัด‍นี้​เด็ก​เหล่า​นั้น​บริ‌สุทธิ์

[15] แต่​ถ้า​คน​ที่​ไม่​เชื่อ​จะ​แยก​จาก​ไป ก็​ให้​เขา​แยก​จาก​ไป​เถิด ใน​กรณี​นี้​ไม่​จำ‍เป็น​ที่​พี่‍น้อง​ชาย​และ​หญิง​ต้อง​ถูก​ผูก‍มัด เพราะ‍ว่า​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​เรา​ให้​อยู่​อย่าง​สันติ

[16] ท่าน​ผู้​เป็น​ภรร‌ยา ท่าน​รู้​ได้​อย่าง‍ไร​ว่า​ท่าน​จะ​ช่วย​สามี​ให้​รอด​ไม่​ได้? ท่าน​ผู้​เป็น​สามี ท่าน​รู้​ได้​อย่าง‍ไร​ว่า​ท่าน​จะ​ช่วย​ภรร‌ยา​ให้​รอด​ไม่​ได้?

[17] อย่าง‍ไร​ก็​ตาม องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​กำ‍หนด​สภาพ​แต่​ละ​คน​มา​อย่าง‍ไร และ​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​แต่​ละ​คน​ใน​สภาพ​อย่าง​ไร ก็​ให้​เขา​ดำ‌เนิน​ต่อ​ไป​อย่าง​นั้น ข้าพ‌เจ้า​สั่ง​คริสต‌จักร​ทั้ง‍หมด​ให้​ทำ​เช่น​นี้

[18] มี​ชาย​คน​ไหน​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​เมื่อ​เขา​ได้​เข้า​สุ‌หนัต​แล้ว ก็​อย่า​ให้​เขา​ลบ​รอย​นั้น​เสีย หรือ​มี​ชาย​คน​ไหน​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​เมื่อ​เขา​ไม่‍ได้​เข้า​สุ‌หนัต ก็​อย่า​ให้​เขา​เข้า​สุ‌หนัต

[19] การ​เข้า​สุ‌หนัต​หรือ​ไม่​นั้น​ไม่​สำ‌คัญ​อะไร แต่​การ​ถือ​รัก‌ษา​พระ‍บัญ‌ญัติ​ของ​พระ‍เจ้า​นั้น​สำ‌คัญ

[20] ให้​แต่​ละ​คน​อยู่​ตาม​สภาพ​ที่​เป็น​อยู่ ​ใน​เว‌ลา​ที่​พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​นั้น

[21] พระ‍เจ้า​ทรง​เรียก​ท่าน​เมื่อ​ยัง​เป็น​ทาส​อยู่​หรือ? อย่า​เป็น​ห่วง​เลย แต่​ถ้า​ท่าน​สา‌มารถ​เป็น​ไท​ได้ ก็​จง​ใช้​สิทธิ์​นั้น

[22] เพราะ‍ว่า​ผู้​ใด​ที่​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ทรง​เรียก เมื่อ​ยัง​เป็น​ทาส ผู้​นั้น​เป็น​เสรี‍ชน​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า ใน​ทำ‌นอง​เดียว​กัน​คน​ที่​ได้​รับ​การ​ทรง​เรียก​เมื่อ​เป็น​ไท คน​นั้น​เป็น​ทาส​ของ​พระ‍คริสต์

[23] พระ‍เจ้า​ทรง‍ซื้อ​พวก​ท่าน​ด้วย​รา‌คา​สูง อย่า​เป็น​ทาส​ของ​มนุษย์​เลย

[24] พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย แต่​ละ​คน​ได้​รับ​การ​ทรง‍เรียก​ใน​สภาพ​ใด ก็​ให้​อยู่​ใน​สภาพ​นั้น​กับ​พระ‍เจ้า

[25] เรื่อง​บรร‌ดา​คน​โสด​นั้น ข้าพ‌เจ้า​ไม่​ได้​รับ​พระ‍บัญ‌ชา​จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า แต่​ข้าพ‌เจ้า​ก็​ขอ​ออก​ความ​เห็น ใน​ฐานะ​ที่​เป็น​คน​ไว้​ใจ​ได้​ด้วย​พระ‍เมต‌ตา​จาก​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[26] เพราะ​เหตุ​ความ​ทุกข์​ยาก​ที่​ใกล้​จะมา​ถึง ข้าพ‌เจ้า​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​ดี​ที่​ทุก‍คน​จะ​อยู่​อย่าง​ที่​เขา​เป็น​อยู่

[27] ท่าน​ผูก‍พัน​กับ​ภรร‌ยา​แล้ว​ใช่ไหม? อย่า​หา​ทาง​ทิ้ง​ภรรยา​เลย ท่าน​ยัง​ไม่​มี​ภรรยา​ใช่​ไหม? อย่า​หา​ภรรยา​เลย

[28] ถ้า​ท่าน​จะ​แต่ง‍งาน​ก็​ไม่‍ได้​ทำ​ผิด และ​ถ้า​หญิง​พรหม‌จารี​จะ​แต่ง‍งาน​ก็​ไม่‍ได้​ทำ​ผิด แต่​คน​เหล่า‍นี้​จะ​มี​ความ​ยาก​ลำ‌บาก​ใน​ชีวิต และ​ข้าพ‌เจ้า​อยาก​จะ​กัน​พวก​ท่าน​ไว้​จาก​ความ​ยาก​ลำ‌บาก​นั้น

[29] พี่‍น้อง​ทั้ง‍หลาย ข้าพ‌เจ้า​หมาย‍ความ​ว่า​เวลา​กำ‌หนด​ก็​สั้น​มาก​แล้ว ตั้ง‍แต่​นี้​ไป​ให้​พวก​ที่​มี​ภรร‌ยา​ดำ‌เนิน​ชีวิต​เหมือน‍กับ​ไม่‍มี​ภรร‌ยา

[30] พวก​ที่​เศร้า‍โศก เหมือน​กับ​ไม่‍ได้​เศร้า‍โศก พวก​ที่​ชื่น‍ชม​ยินดี เหมือน​กับ​ไม่‍ได้​ชื่น‍ชม​ยินดี บรร‌ดา​คน​ที่​ซื้อ ก็​เหมือน‍กับ​ว่า​ไม่‍มี​อะไร​เลย

[31] และ​พวก​ที่​ใช้​ของ​โลก​นี้ ก็​เหมือน​กับ​ว่า​ไม่‍ได้​ใช้​อย่าง​เต็ม‍ที่ เพราะ​ระบอบ​ของ​โลก​นี้​กำ‌ลัง​ล่วง​ไป

[32] ข้าพ‌เจ้า​ต้องการ​ให้​พวก​ท่าน​พ้น​จาก​ความ​พะวง ชาย​ที่​ไม่​แต่ง‍งาน​ก็​ห่วง‍ใย​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เพื่อ​จะ​ให้​เป็น​ที่​พอ​พระ‍ทัย​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[33] แต่​คน​ที่​แต่ง‍งาน​ก็​พะวง​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​โลก​นี้ เพื่อ​จะ​ให้เป็น​ที่​พอใจ​ของ​ภรร‌ยา

[34] เป็น​การ​สอง​ฝัก​สอง​ฝ่าย หญิง​ที่​ไม่​แต่ง‍งาน และ​หญิง​พรหม‌จารี ก็​ห่วง‍ใย​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า เพื่อ​เธอ​จะ​ได้​เป็น​คน​บริ‌สุทธิ์​ทั้ง​กาย​และ​จิต‍วิญ‌ญาณ แต่​หญิง​ที่​แต่ง‍งาน​แล้ว​ก็​พะวง​ใน​สิ่ง​ที่​เป็น​ของ​โลก​นี้ เพื่อ​จะ​ให้​เป็น​ที่​พอใจ​ของ​สามี

[35] ข้าพ‌เจ้า​พูด​อย่าง‍นี้ ก็​เพื่อ​ประ‌โยชน์​ของ​ท่าน​ทั้ง‍หลาย ไม่‍ใช่​จะ​เอา​บ่วง​คล้อง​ท่าน แต่​เพื่อ​ชีวิต​ที่​เหมาะ‍สม และ​เพื่อ​ให้​การ​อุทิศ​ตัว​ต่อ​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า​ไม่​ถูก​จำ‌กัด

[36] แต่​ถ้า​ชาย​ใด​คิด​ว่า​ไม่​อาจ​จะ​ปฏิ‌บัติ​อย่าง​สม‍ควร​ต่อ​คู่‍หมั้น ​ของ​เขา มี​ความ​รัก​ร้อน‍แรง และ​ต้อง​ทำ​อย่าง​ใด​อย่าง​หนึ่ง​ก็​ให้​เขา​ทำ​ตาม​ความ​ต้อง‍การ คือ​ให้​เขา​แต่ง‍งาน​เสีย​เพราะ​ไม่​เป็น​ความ​ผิด

[37] แต่​ถ้า​ชาย​ใด​ตั้ง‍ใจ​แน่ว‍แน่ และ​เห็น​ว่า​ไม่‍มี​ความ​จำ‍เป็น และ​เขา​มี​อำ‌นาจ​เหนือ​ความ​อยาก​ของ​ตน‍เอง และ​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​ให้​หญิง​นั้น​เป็น​คู่‍หมั้น​ของ​เขา​ต่อ‍ไป เขา​ก็​ทำ​ดี​แล้ว

[38] เพราะ​ฉะนั้น​ใคร​ที่​แต่ง‍งาน​กับ​คู่‍หมั้น​ของ​ตน​ก็​ทำ​ดี​อยู่ แต่​ผู้​ที่​ไม่​แต่ง‍งาน​ก็​ทำ​ดี​กว่า

[39] ตราบ‍ใด​ที่​สามี​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ ภรร‌ยา​ต้อง​ผูก‍พัน​กับ​เขา ถ้า​สามี​ตาย​ไป นาง​ก็​เป็น​อิสระ​ที่​จะ​แต่ง‍งาน​กับ​ชาย​ใด​ก็​ได้​ตาม​ความ​ต้องการ แต่​ต้อง​เป็น​ผู้​ที่​เชื่อ​ใน​องค์​พระ‍ผู้‍เป็น‍เจ้า

[40] แต่​ตาม​ความ‍เห็น​ของ​ข้าพ‌เจ้า ข้าพ‌เจ้า​เห็น​ว่า​ถ้า​นาง​อยู่​คน​เดียว​จะ​เป็น​สุข​กว่า และ​ข้าพ‌เจ้า​คิด​ว่า​ข้าพ‌เจ้า​เอง​ก็​มี​พระ‍วิญ‌ญาณ​ของ​พระ‍เจ้า​ด้วย

จด‍หมาย​ของ​เปา‌โล​ที่​มี​ไป​ถึง​คริสต‌จักร​ใน​เมือง โค‌รินธ์ ฉบับ​ที่‍หนึ่ง — Chapters